ดินดีเพราะหญ้ายัง         ดินยังเพราะหญ้าปกเป็นอีกหนึ่งสำนวนที่มักจะกล่าวถึงในเรื่องของการอนุรักษ์ดิน ซึ่งพี่น้องเกษตรกรจะเชื่อและสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ อีกทั้งถือได้ว่าเป็นตัวชี้วัด (Indicator)  ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์  กล่าวคือ บริเวณใดที่มีหญ้าหรือวัชพืชขึ้นปกคลุมแสดงว่าดินบริเวณนั้นดี หรือมีความอุดมสมบูรณ์ และถ้ายิ่งขึ้นมากยิ่งมีความสมบูรณ์มากเท่านั้น

การเลือกพื้นที่ทำการเกษตร   จากที่ผมเคยเรียนให้พี่น้อง KM ได้ทราบในเบื้องต้นแล้วครับว่า โอกาสในการที่จะเลือกพื้นที่ในการทำการเกษตรนั้น ณ เวลานี้คงเป็นเรื่องที่ยากในการที่จะเลือก เนื่องจากที่ดินมีในปริมาณที่จำกัด ที่ดีๆ ทำเลดีๆ  มักจะถูกเลือกไปทำอย่างอื่นๆ หรือถ้าที่ดีๆ (อุดมสมบูรณ์) หากยังพอมีก็คงอยู่ไกลโขทีเดียว และเมื่อหลายปีที่แล้วอาจารย์ของผมเคยเล่าให้ฟังว่า ในการการตั้งวิทยาลัยเกษตรกรรม หรือมหาวิทยาลัยที่มีคณะเกษตรอยู่ด้วย แน่นอนพื้นที่ที่เขาจะจัดสรรให้ในการดำเนินการก็คือ พื้นที่ที่เลวที่สุดของพื้นที่  ดังนั้นเราจะทำอย่างไรกับพื้นที่ที่เรามีอยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เกษตรประณีตต้องทำอย่างไรกับดิน แน่นอนครับจากที่ผมได้มีโอกาสได้ไปพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับปราชญ์ชาวบ้านอีสานหลายท่านมักจะพูดเป็นคำเดียวกันเสมอว่า หัวใจสำคัญในการปลูกพืชรองจากน้ำแล้วก็คือ ดิน  ดังนั้นในการปลูกพืชเราต้องให้ความสำคัญกับดินให้มากๆ เราจะต้องปรับปรุงคุณภาพของดินให้มีความเหมาะสมต่อการปลูกพืชชนิดนั้นๆ

ทำดินให้ดีขึ้นอย่างไร   ในแนวทางเกษตรประณีตพี่น้องส่วนใหญ่จะเน้นการเกื้อกูลซึ่งกันและกันเป็นหลัก เช่น การปลูกพืชตระกูลถั่วแซมระหว่างแปลงปลูกพืชชนิดอื่นๆ ซึ่งพืชตระกูลถั่วจะสามารถตรึงธาตุไนโตรเจน ( Nitrogen) ที่มีอยู่ในอากาศมาสะสมไว้ในราก และปลดปล่อยสำหรับพืชเกื้อกูลชนิดอื่นๆ หรือกระทั่งการปลูกหญ้าหรือวัชพืชอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในแปลง รวมทั้งใบพืชอื่นๆ ที่สามารถนำไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์เพื่อเปลี่ยนสภาพมาปุ๋ยบำรุงดินต่อไป ซึ่งในการดำเนินงานเราจะทำแบบเข้มข้น และต่อเนื่อง

ทำให้ดินมีชีวิต  พี่น้องเกษตรประณีตมักจะกล่าวกันเสมอว่าพืชจะมีชีวิตอยู่ได้ และสวยงาม ดินก็ต้องมีชีวิตด้วยเช่นกัน เมื่อผมได้ยินครั้งแรกผมก็งง แต่พอได้ยินคำอธิบายเพิ่มเติมก็ถึงบางอ้อ คำว่าดินมีชีวิตก็หมายความว่าในดินมีจุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ไส้เดือน แมงกระชอน ซึ่งสิ่งมีชีวิตต่างๆ เหล่านี้จะช่วยย่อยเศษซากพืชให้เป็นปุ๋ยชั้นดีสำหรับต้นพืช อีกทั้งการพรวนดินของไส้เดือน แมงกระชอน ทำให้ดินร่วนซุย รากพืชสามารถหายใจ และหาอาหารได้สะดวก จึงทำให้มีความเหมาะสมต่อการเจริญของพืชเป็นอย่างดี   แล้วดินท่านละ มีชีวิตหรือยัง ?

ขอบคุณครับ

อุทัย   อันพิมพ์

2 ตุลาคม 2549