เมื่อจะไปทำหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล     เจ้าหน้าที่ที่สำนักงานอธิการบดีเขาบอกผมว่า มีคนไปบอกเขาว่าผมเป็นคนทำงานเร็ว     และต้องการให้คนอื่นทำงานเร็วด้วย     พูดง่ายๆ ว่าใจร้อนนั่นแหละ

        เรื่องนี้เป็นความจริง และไม่จริง     ที่ว่าเป็นความจริงก็คือ โดยทั่วไปผมไม่ชอบการทำงานแบบโอ้เอ้หรือชักช้าโดยไม่มีเหตุผล  แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ชอบให้ทำงานเร็วแต่ทำงานแบบลวกๆ ขอไปที     พูดง่ายๆ ก็คือผมเน้นคุณภาพ และความประณีต มากกว่าความเร็ว

        ที่จริงบางเรื่องผมก็ทำได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ     แต่บางเรื่องก็ยืดยาดเหมือนกัน    เมื่อกว่า ๒๐ ปีมาแล้วผมเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์  มอ.    มาประชุมแพทยสภาที่กรุงเทพ     มีการอภิปรายเรื่องที่ซับซ้อนมาก  ผมจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร     จำได้แต่ว่าเมื่อผมกลับไปหาดใหญ่ในคืนนั้นผมก็ร่างแผนการทำงานเรื่องนั้นเสร็จ     เป็นเอกสาร ๓ - ๔ หน้า     เขียนด้วยลายมือ และแฟกซ์ส่งไปให้ ศ. พญ. สุภา ณ นคร อาจารย์ของผม ซึ่งเป็นกรรมการแพทยสภาโดยการเลือกตั้ง     อาจารย์หมอสุภาเอาเรื่องนี้ไปโจษจัน จนผมมีชื่อเสียงมากในด้านทำงานเร็ว      แต่จริงๆ แล้วผมก็ทำอย่างนั้นได้ครั้งเดียวเท่านั้น     แต่ได้ชื่อเสียงมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมแปลกใจไม่หาย

        ในปี ๒๕๓๖ ผมเรียน วปอ.  ต้องทำเอกสารวิทยานิพนธ์     ผมมัวยุ่งอยู่กับการเตรียมจัดตั้ง สกว. จนเหลือเวลาไม่มากก็จะครบกำหนดส่งวิทยานิพนธ์     ผมรีบปั่นต้นฉบับด้วยลายมือแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีดคนแรกของ สกว. พิมพ์     เจ้าหน้าที่บอกว่า "อาจารย์เขียนเร็วจนหนูพิมพ์ไม่ทัน"     นั่นก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมทำงานได้เร็วมากจริงๆ      

       มีเคล็ดลับในการทำงานเร็วอีกอย่างหนึ่ง คือการบอกร่างหนังสือลงในเครื่องบันทึกเสียง     เวลาเราจะต้องร่างหนังสือที่ต้องใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม  มีใจความครบถ้วน     หลายๆ ครั้งเจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง  บอกให้แก้ร่างหนังสือกี่ทีๆ ก็ไม่ได้ร่างที่ครบถ้วนและหมดจด     สมัยผมเป็นคณบดี หรือรองอธิการบดี ผมประหยัดเวลาตัวเอง โดยการบอกลงในเทป     แล้วให้เจ้าหน้าที่เอาไปถอดและอาจช่วยเกลาสำนวนนิดหน่อย     งานหนังสือยากๆ จึงออกไปได้อย่างรวดเร็วมาก     วิธีทำงานแบบนี้ทำให้คนที่ มอ. เขายังโจษจันกันจนบัดนี้ ก็ยังไม่มีใครลอกเลียนเลย      สิ่งที่ผมได้นอกจากผลงานแล้ว    คือการมีสมาธีดีเป็นพิเศษ             

        วิธีทำงานเร็วอีกแบบหนึ่ง  คืออย่าทำเอง     ผมชอบสอนคนที่ทำงานด้วย ให้เขาได้ทำงานที่ท้าทายสำหรับเขา     โดยเรามีคำแนะนำให้   รวมทั้งมีคำท้าทายและปลุกใจให้ด้วย     ผมจะบอกให้เขารู้ว่าถ้าเขาทำสิ่งนี้ได้ จะเป็นคุณอย่างไรต่อชีวิตในอนาคตของเขา      และผมมีคำแนะนำหรือเคล็ดลับเท่าที่ผมมีให้เขาโดยไม่ปิดบัง     และผมบอกเขาว่าไม่มีใครสอนใครได้ เขาต้องฝึกตัวเองจึงจะทำได้     ทำครั้งแรกๆ ก็อาจจะประดักประเดิดหน่อย และผลอาจยังไม่ค่อยดี     ใช้ความเพียรหมั่นทำหลายๆ หน   หมั่นปรับปรุงตัวเอง ต่อไปก็จะทำได้     "ทำอะไรครั้งแรกมันก็ประดักประเดิดทั้งนั้นแหละ" ผมจะพูดให้กำลังใจแบบโป๊เปลือยเล็กน้อย ถ้าเขาเป็นผู้ชาย

        วิธีทำงานเร็วที่สำคัญที่สุดคือ รู้จักแยกแยะว่างานไหนต้องทำด่วน  งานไหนไม่ด่วน     ถ้าเราทำงานด่วนได้เร็ว  เราก็จะได้ชื่อเสียงมาก     แต่หากเราทำงานไม่ด่วนเสร็จเร็ว     แต่งานด่วนทำทีหลัง จึงเสร็จช้า     อย่างนี้ก็จะได้แต่ชื่อเสีย (ตก ง งู)

วิจารณ์ พานิช
๒๑ กย. ๔๙