วันเสาร์ที่ยี่สิบสี่ เดือนกุมภาพันธ์...


ทิมดาบรบเร้าให้ผมพามาที่อำเภอเชียงคาน..จังหวัดเลย...

อำเภอที่เป็นเมืองโบราณ...มีการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้

ผู้คนที่นี้น่ารัก...ยิ้มแย้มแจ่มใส...

หลงเหลือกลิ่นอายของธรรมชาติ...มองไปข้างหน้า...สายน้ำโขงขีดเส้นกั้น

ระหว่างเมืองไทย และเมืองลาว...ที่ทิมดาบใฝ่ฝันไปเยือนเสมอๆ

พอกับที่เชียงคานที่ทิมดาบผูกพันมาก...จนอยากย้ายมาเรียนที่นี้...

เมื่อมีเวลาว่างตรงกันระหว่างผม  ภรรยา และทิมดาบ

ผมก็พากันมานอนที่นี้...ตื่นเช้า...ใส่บาตรข้าวเหนียวหน้าบ้าน...แล้วค่อยกลับภูเขียว

เพราะที่ภูเขียว และเชียงคาน...ระยะทางไม่ได้ห่างไกลกันมากมายเลย


เมื่อมาเชียงคาน...ทิมดาบจะเตรียมจักรยานคันโปรด และที่สูบลมไปด้วย...

จะถีบลัดเลาะไปรอบๆ เมือง...เหมือนนักท่องเที่ยวหลายท่านที่ทำกิจกรรมนี้

แวะดูต้นไม้...สะพาน...ก้อนหิน...สถานที่ต่างๆ ที่มีศิลปะดั้งเดิม และประยุกต์บ้าง

ผ่านโรงเรียน  ห้องสมุดประชาชน สถานีตำรวจ....ทิมดาบก็สังเกตและซักถาม

ผมก็ตอบความสงสัยใคร่รู้ของลูก...เท่าที่รู้

เมื่อผ่านมาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอที่นี้...ทิมดาบสงสัยว่า ทำไมสงบเงียบ...มีรถจอดนับคันได้

ต่างจากโรงพยาบาลอำเภอของเรา...คึกคัก..รถราจอดกันมากมาย เหมือนมีงานประจำปี...ในทุกๆ วัน

ผมสังเกตก็เห็นด้วยกับการสังเกตของทิมดาบ


ผมเลยตั้งคำถาม และสมมติฐานให้ลูกว่า...อาจเป็นเพราะผู้คนใกล้ธรรมชาติ

และมีกิจกรรมให้ทำกัน เช่น เป็นเจ้าของโฮมสเตย์...เจ้าของธุรกิจ...ขายอาหาร

เสื้อผ้า..เครื่องประดับ...ของพื้นเมือง...

เอาไว้มีเวลาน่าจะมีการเก็บข้อมูลอย่างมีระบบ (เล็กๆ) ตอบคำถามเหล่านี้ของทิมดาบได้


ใช้เวลากับการถีบจักรยานมาพอสมควรมากแล้ว...ห้าโมงเย็นกว่าๆ แล้ว

แม่พ่อพ่อค้า...เริ่มวางสินค้ามาขาย...เรียงรายสองข้างถนน

และจักรยานก็ไม่ควรผ่านเข้ามาบริเวณนี้..."ตลาดคนเดิน." ตอนค่ำคืน...

ทิมดาบรีบพาตนเอง...กลับบ้านในเร็วที่สุด...แวะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง


ผมมองการครุ่นคิด และเติบโตของลูกชาย

เมื่อตอนลูกตั้งไข่ เขาก็ครุ่นคิดอีกอย่าง...

เมื่อตอนหัดเดิน...วิ่ง...และถีบจักรยาน...เขาก็ครุ่นคิดอีกอย่าง...

ผมสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของลูก

สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวผมเอง

และสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของ "เชียงคาน"