แรมคืนที่หาดสามพระยา


วันเสาร์ ที่ 23  ก.พ. 56 คุณมะเดื่อกับคณะ ซึ่งมีทั้ง ครู ผู้

ปกครอง และเด็ก ๆ ได้นัดหมายกันไว้ว่า จะไปนอนดูดาว 

ฟังเสียงคลื่นกันที่ หาดสามพระยา อุทยานแห่งชาติเขาสาม

ร้อยยอดกัน 1 คืน 


3 โมงเช้าเศษ ๆ สมาชิกแรมคืน พร้อมกันแล้วเริ่มออกเดิน

ทาง  สมาชิกกลุ่มหนึ่งยังไม่เคยล่องคลองเขาแดง คุณ

มะเดื่อจึงนำไปล่องเรือก่อน ( ตอนนี้ค่าเช่าเรือเพิ่มจากลำละ 

400 บาท เป็น 500 บาท แล้วจ้ะ )  ส่วนกลุ่มที่เคยล่องเรือแล้ว 

ตรงไปยังหาดสามพระยา เพื่อเตรียมอาหารการกิน














ขึ้นจากเรือ ก็แวะกราบนมัสการหลวงพ่อทวด หลวงพ่อโต ที่

วัดหุบตาโคตร








ที่วัดมีการบวชนาค  มีวงกลองยาวของนักเรียนตัวน้อย ๆ มา

นำขบวนแห่ด้วย


จากนั้นจึงไปสมทบกับกลุ่มที่ล่วงหน้าไปหาดสามพระยา

ก่อนแล้ว ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี






อาหารการกินเตรียมไว้พร้อมสรรพ  ขาดไม่ได้คือ ข้าว

เหนียวส้มตา  หมูทอด




และ...อาหารทะเล  กุ้ง  กั้ง  ปู  สด ๆ ที่เพิ่งขึ้นจากเรือที่หาด

สามพระยานี้




                       ต้ม






                 ย่าง  + น้ำจิ้มรสแซ่บ






อิ่มกันแล้วก็ตามอัธยาศัย




คุณครูสุรสิทธิ์ แบกกล้องวิดีโอบันทึกภาพประทับใจ (ตลอด

งาน )












ครูพรทิพย์  ครูมะเดื่อ เดินชมหาด ยามน้ำลง 

 (โดยมีครูสุรสิทธิ์ช่วยบันทึกภาพให้ )






ดอกแพงพวย ตามธรรมชาติ บริเวณชายหาด สวยสะดุดตา








ได้ภาพปูเสฉวน




และ ต้นไม้ที่ขึ้นบนก้อนหินด้วย




คืนนี้ หาดสามพระยา ไม่เงียบเหงา  มีผู้มากางเต็นท์พักแรม

มากหน้าหลายตา  อย่างกลุ่มน้อง ๆ กลุ่มนี้ มาจาก กทม.และ

ชลบุรี ตั้งเต็นท์อยู่ใกล้ ๆ กลุ่มของคุณมะเดื่อ ไม่เคยมาหาดสามพระยามาก่อน อาศัยสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์ฺเน็ต   กลุ่มของคุณมะเดื่อจึงต้อนรับในฐานะเจ้าถิ่น ด้วยกั้ง กับกุ้ังเผา 




เต็นท์นี้ มาจากบางปู สมุทรปราการ ไม่เคยมาที่นี่เหมือนกัน อาศัยดูจากแผนที่  กลุ่มคุณมะเดื่อก็ต้อนรับด้วย กุ้งและกั้งเผาเช่นกัน

นอกจากนั้น ยังมี คณะค่ายวิทยาศาสตร์ของนักเรียนโรงเรียนมัธยมจากสุพรรณบุรี และนักท่องเที่ยวต่างชาติมากางเต็นท์พักที่หาดสามพระยาอีกด้วย




สำหรับราคาการเข้าพักแรมที่หาดสามพระยานี้  ถ้าสั่งเต็นท์จากทางอุทยาน คิดราคา เต็นท์ละ 150  ( ไม่รวมเครื่องนอนและหมอน ) ถ้านำเต็นท์ไปเอง คิดเป็นรายคน คนละ  30 บาท






เมื่ออาทิตย์ลับฟ้า  วงอาหารการกินยังดำเนินต่อไป พร้อม ๆ กับวงคาราโิอเกะที่หันลำโพงลงทะเล ( เพื่อป้องกันการรบกวนเพื่อนผู้ร่วมแรมคืนด้วยกัน )  ผิดหวังอยู่บ้างที่คืนนี้เป็นคืนขึ้น 13 ค่ำ แต่ไม่ได้เห็นดวงจันทร์กระจ่างฟ้า  เพราะเมฆกลับกระจายเต็มฟ้าแทน  หัวค่ำลมพัด ฝนโปรยนิดหน่อยออกจะหนาว  แต่..ชั่วประเดี๋ยวก็กลับเป็นร้อนแทน ฝนก็ไม่มี  ลมก็ไม่พัดมา




น้ำทะเลลงไปไกลมาก  พื้นทรายแข็งเดินได้สบาย อีกกิจกรรมหนึ่งจึงเกิดขึ้น  " ขุดหอยทะเล " คุณมะเดื่อจึง 

" ตามไปดู " 








ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ถือไฟฉาย ขุดหอยจากพื้นทรายที่น้ำทะเลแห้งกันอย่างสนุกสนาน


     จวบจนใกล้เที่ยงคืน จึงแยกย้ายกันเข้าเต็นท์นอน 


...........................................................................