
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
จากการติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคมะเร็งซึ่งได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัดนอกจากจะพบความไม่สุขสบายหลังการให้ยาแล้วผู้ป่วยยังมีความกังวลกับภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป นั่นคือ ผมร่วงซึ่งส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยอย่างมาก ส่งเสริมให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้มากจากความรู้สึกเดิมที่สิ้นหวังท้อแท้อยู่แล้ว จากข้อมูลเบื้องต้นรพ.สต.นิคม 1 ได้เล็งเห็นปัญหาของผู้ป่วยโรคมะเร็ง จึงคิดทำ หมวกถักเสริมกำลังใจขึ้นเพื่อลดความวิตกกังวลส่งเสริมกำลังใจให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นลดความกังวลในเรื่องภาพลักษณ์ ที่เปลี่ยนไป

วัตถุประสงค์
- เพื่อลดความวิตกกังวลในภาพลักษณ์และเสริมกำลังใจ แก่ผู้ป่วยมะเร็งที่มีผมร่วง
สาระสำคัญของการพัฒนา
- จัดทำนวัตกรรม หมวกไหมพรมโดยคณะเจ้าหน้าที่ รพ.สต.นิคม 1
- ให้ผู้ป่วยทดลองใช้ และประเมินความพึงพอใจ
--- ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ ให้ผู้ป่วยในเขตรับผิดชอบ อำเภอพิมาย

ผลการพัฒนา
ระดับความพึงพอใจของผู้ป่วย ร้อยละ 100
บทเรียนเพื่อการแบ่งปัน
-เกิดสัมพันธภาพที่ดี ระหว่าง จนท. รพ.สต. และประชาชนในชุมชน ทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการดำเนินงานด้านสุขภาพ ของ รพ.สต.
-เกิดกระบวนการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นการดูแลที่มากกว่าการดูแลแค่ร่างกาย
-เกิดต้นแบบเครือข่ายการดูแลสุขภาพ แบบ Holistic care ที่ ขยายจาก เพียง 1 ชุมชน ไป สู่ภาพรวม อำเภอ
.........................................................................................................................................................................
นำผลงานส่วนหนึ่งของ ทีม palliative care มาเล่าให้ฟังจ้า
ชลัญธร
น้องโจ้คะ พี่หนุ่ย-มณีรัตน์ เธอสนใจจะบริจาคไหมพรมขนแกะจากฟาร์มของเธอสำหรับโครงการถักหมวกให้คนไข้มะเร็งน่ะค่ะ พี่โอ๋พยายามลิงค์บันทึกนี้ไปให้พี่เค้าใน Facebook แล้วพี่เค้าเข้าไม่ได้ ยังไงฝากน้องโจ้หาทางติดต่อเข้า facebook พี่เขาทีได้ไหมคะ ที่ http://www.facebook.com/nuimilton.woolforewe
หรือยังไงน้องโจ้เอาบันทึกนี้ไปแปะใน Facebook แล้ว share ให้พี่โอ๋ด้วยดีไหมคะ ในเฟสน้องโจ้ใช้ชื่ออะไรคะ ไว้พี่โอ๋ไปหาดู
ขอบคุณพี่โอ่มากค่ะที่แนะนำ ชลัญ link ไปแล้วค่ะ ซาบซึ้งใจจริง การแบ่งปันแม้เพียงเล็กน้อยมันทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นมากสำหรับผู้ป่วยค่ะ
มายินดีด้วยที่ได้รับการลนับลนุนเรื่องวัตถุดิบค่ะ..
พี่หนุ่ยแกแต่งงานกับ Dr.John มานานมากแล้วค่ะ แล้วก็ย้ายไปอยู่ Perth ไปทำงานและเรียนทางเกษตรจนจบเอก เป็น Dr.Nui แล้วสองคนตายายก็ทำฟาร์ม ลุงจอห์นก็มีลูกศิษย์เป็นคนไทยมาหลายคนค่ะ พี่โอ๋ไปเรียนก็ได้เยี่ยมเยียนที่บ้านแก ได้พึ่งพาพี่หนุ่ยตลอดๆแม้จะไม่ได้เรียนสาขาที่แกเชี่ยวชาญ แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างน่ารักมากตอนไปถึงใหม่ๆต้องหาที่อยู่ต้องเริ่มต้นอะไรๆก็ได้พี่หนุ่ยเป็นพี่เลี้ยงตลอดค่ะ
เพิ่งได้รู้ว่าพี่แกเลี้ยงแกะปั่นขนแกะเองด้วยนะคะ แกเลี้ยงแกะแบบสัตว์เลี้ยงมีชื่อด้วย เป็นคนไฮเปอร์แบบน้องโจ้นี่แหละค่ะ มีวีรกรรมสมัยสาวๆให้เล่าได้เยอะมากๆ ว่าจะส่งประวัติแกไปให้รายการสัมภาษณ์ทั้งหลายอยู่เหมือนกัน