เขียนบันทึกนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อต้นปีการศึกษา ๒๕๕๕ ..เรียนรู้สร้างสรรค์ ในบ้านพอเพียง โดยดำเนินการใน ๒ รูปแบบ อย่างแรกต้องการให้เป็นนวัตกรรมที่ทำแล้วน่าจะเกิดผลดี (Best Practice) กับเด็กระดับปฐมวัย     โดยจัดประสบการณ์ใหม่ๆให้เกิดความน่าสนใจ

     อีกรูปแบบหนึ่ง ทำเป็นโครงการใหญ่ บูรณาการแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนทั้งหมดให้เข้ากับการเรียนการสอน ๘ สาระวิชา ขณะเดียวกันก็จัดการความรู้ สร้างเป็นองค์ความรู้และถอดบทเรียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมโยงสู่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

     การจัดระบบแหล่งเรียนรู้ดังกล่าว นับวันยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งการปลูกผัก การเลี้ยงปลา การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ โรงเห็ดนางฟ้า สวนสมุนไพร และการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ แต่ก่อนหน้านั้น ได้นำเสนอกระบวนการพัฒนางานไปยังมูลนิธิตาเฮอร์สยามวาลา เพื่อขอทุนสนับสนุนงาน/โครงการ

     จำได้ว่าส่งไปหลายเดือนแล้ว จนเกือบลืม คิดอยู่เหมือนกันว่าสู้อุตส่าห์พิถีพิถันในการเขียนโครงการ มีภาพประกอบครบครัน ตรงตามวัตถุประสงค์โครงการของมูลนิธิ ที่เขาอยากเห็นงานในลักษณะ สื่อ แบบเรียน - นวัตกรรม หรือ แหล่งเรียนรู้ ที่บูรณาการสู่การเรียนรู้ได้ ตลอดจนชิ้นงานสามารถพัฒนาทักษะและคุณภาพชีวิตของนักเรียน

     วันนี้ มูลนิธิตาเฮอร์สยามวาลา แจ้งหนังสือมาที่โรงเรียน อนุมัติโครงการเรียนรู้สร้างสรรค์ ในบ้านพอเพียง ให้โรงเรียนเปิดบัญชีธนาคาร.. เพื่อจะได้โอนเงินทุนการศึกษามาสนับสนุนโครงการ แต่ให้ดำเนินงานปีการศึกษา ๒๕๕๖(เริ่มพฤษภาคม ๒๕๕๖) เนื่องจากมูลนิธิ ไม่มีการอนุมัติเงินทุนดังกล่าวในปีการศึกษา๒๕๕๕ และขอให้โรงเรียนส่งแผนงานด้วย จากนั้นคณะกรรมการมูลนิธิจะมาตรวจเยี่ยม หากโครงการยั่งยืน ต่อยอด และเข้าตากรรมการ อาจมีการสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องต่อไป

     ผมเคยเขียนสื่อ นวัตกรรมเล็กๆ นำเสนอโครงร่าง ให้มูลนิธินี้มาแล้ว ๒ ครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ ครั้งนี้เชื่อมั่นแล้วว่า คณะกรรมการหรือนักวิชาการของมูลนิธิเขาจริงจัง ชัดเจน และช่วยเหลือจริง ถ้าตั้งใจ จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้คณะครูที่สนใจ ปีต่อไปลองศึกษารายละเอียดดู

     ขณะที่ผมเขียนบันทึกอยู่นี้ ผมนำหนังสือแจ้งอนุมัติโครงการให้คนที่บ้านดู เธออ่านจบก็เริ่มวิจารณ์ทันที

....."พ่อนี่ เขียนเก่งนะ"

....."เขียนไม่เก่งหรอก  ทำเก่งกว่า.....เคยได้ยินไหมล่ะ  ...พอเพียงไม่มีขาย ถ้าอยากได้..ต้องทำเอง"












www.bannongphue.com