กรณีกลุ่มแนวร่วมนิสิตนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัย
นำโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง
เข้ายื่นหนังสือเพื่อขอให้รัฐสภาเลื่อนการพิจารณาพระราชบัญญัติที่ให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ผ่านการประชาคมจากนักศึกษา
และอยากให้ศึกษาถึงข้อดี-ข้อเสีย
ว่ามีผลกระทบอย่างไรต่อคุณภาพการศึกษาและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ รายการเจาะข่าวเด่น ของสรยุทธ์ ทีวีช่อง 3 ได้นำผู้แทนของนักศึกษามา
พูดคุยในรายการ คลิ้กดูรายการย้อนหลังได้ที่นี่ครับ
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=6&path=16759&year=2013&month=02
ฟังเด็กนักศึกษาเขาพูดแล้ว รู้สึกประทับใจที่เด็กรุ่นใหม่นี้ เขาช่างคิดดี ทำดี ที่ต้องแก้ผ้าประท้วงนั้นต้องย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ที่มักไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ๆจนเด็กรู้ใจว่าเมื่อไรที่ไม่เป็นข่าวใหญ่ ผู้ใหญ่ก็อาจหนืดที่จะรับข้อเรียกร้องของพวกเขา
จาการสัมภาษณ์ของสรยุทธ์ นักศึกษาเขาบอกว่าผู้ใหญ่ไม่เคยบอกกล่าว หรือจะบอกก็ไม่ถ้วนถี่ เหมือนเขาไม่ได้มีอะไร ที่จะต้องมาเกี่ยวข้องด้วย แต่เขาเห็นว่ามันน่าจะมีผลกระทบต่อรุ่นน้องๆ ของเขา ที่จะเข้ามาเรียนแล้วแพง เพราะมหาวิทยาลัยอาจจะกลายเป็นธุรกิจ ที่เอาแต่คิดหาเงิน บางคณะแม้จะจำเป็นสำหรับความเป็นมนุษย์ ก็อาจจะถูกยุบไปเพราะ ทำเป็นธุรกิจไม่ได้ ฟังแล้วก็สรุปได้ว่าเขา เพียงแต่ต้องการมีส่วนร่วมในการคิด
ฟังเหตุผลของนักศึกษาทำให้รู้สึกว่า “พวกเขาเป็นนักศึกษาตัวจริง” ที่พยายามที่จะรู้จะเข้าใจ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อตัวเอง ฟังแล้วให้นึกถึงองค์กรที่ผ่านมา ก็พบว่าการมีส่วนร่วมนี่สุดแย่เพราะผู้บริหารไม่ได้คิดว่าลูกน้องที่อยู่ใกล้ ๆ จะรู้ดีไปกว่าตน เช่น งบประมาณที่รับมาทำงานท่าน บอกว่าเป็นของท่านแผนการทั้งหลายท่านกระซิบผ่านเจ้าหน้าที่ให้ทำไว้จะได้เอาไว้รายงานหน่วยเหนือโดยไม่จำเป็นต้องทำตาม นี่คือตัวอย่างผู้บริหารเลว ๆ ที่มีอยู่แล้วจริง ๆ สิ่งที่นักศึกษาเขากลัวว่าฝ่ายบริหารจะทำมั่ว ๆ เพราะความเห็นแก่ตัว โดยไม่คิดถึงลูกหลานที่จะเข้ามาเรียนได้ในราคาที่สมควร ก็เป็นไปได้ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอีกมากมายในสังคมทุนนิยม
ยิ่งในประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 88 ของการโกงระดับโลก ก็สมควรแล้วที่นักศึกษาเขาออกมาเรียกร้องการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่จะคอยควบคุมให้ผู้บริหารทำอะไรให้ถูกต้อง และเป็นธรรมให้กับสังคมเรา
ดีใจที่เห็นเยาวชนรุ่นใหม่มีการแสดงออกในความคิดเห็นของตัวเองครับ
อย่างไรก็ตามในเหตุผลที่เขาบอก (ตามบันทึกของอาจารย์นั้น) ตามที่ผมสังเกต ไม่ว่ามหาวิทยาลัยอยู่ในระบบหรือนอกระบบ ถ้าจะ "ทำการค้า" ก็ทำได้ทั้งนั้นครับ อยู่ที่ผู้บริหารมากกว่าอยู่ที่สถานะของมหาวิทยาลัยครับ
เราเห็นมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทยในปัจจุบันทำการค้าเพื่อผลประโยชน์ของผู้บริหารก็เยอะ ในขณะเดียวมีมหาวิทยาลัยเอกชนที่ทำเพื่อสังคมก็ไม่น้อย (แต่ผมไม่รู้ว่ามีในประเทศไทยหรือเปล่าครับ)
เขาว่ามหาวิทยาลัยเมื่อออกนอกระบบจะโกงกินได้ยากขึ้นเพราะต้องมีเอกสารหลักฐานชัดเจนกว่าการอยู่ในระบบ แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าจะมีการโกงกินแล้วอย่างไรก็ไม่เกินความสามารถของผู้กระทำครับ
โดยสรุปแล้วการเป็นมหาวิทยาลัยในระบบหรือนอกระบบไม่ได้มีความแตกต่างกันเลยเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้เรียนครับ แต่ก็ดังที่อาจารย์สรุปก็คือไม่ว่าเหตุผลของเขาจะเป็นอย่างไร เหตุผลลึกๆ คือเขาต้องการมีส่วนร่วมในการคิดนั้นดีที่สุดแล้วครับ
การมีส่วนร่วมในองค์กรทั่วไป ดีบ้างแย่บ้าง ก็ว่ากันไปตามบุญตามกรรมของประเทศ แต่องค์กรในสถาบันการศึกษา มีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากนักศึกษาได้สัมผัส ได้แสดงออกก็เท่ากับเป็นการปลูกฝังการทำงานแบบมีส่วนร่วมไปด้วย เมื่อไรจบไปทำงานก็จะได้นำไปใช้เป็นน้ำดี ที่จะไปไล่น้ำเสียออกไปได้ ข่าวเที่ยงวันนี้ ที่จุฬาเขาจะไล่่ที่อุเทนถวาย พละศึกษาก็ไม่ทราบว่านักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมหรือเปล่า จะเกิดขึ้นหรือไม่ หากขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ฝ่าย ที่ไม่เพียงแต่ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัย สังคมก็จะสบายใจในความโปร่งใสของสถาบัน ที่ขี้โกงอาจจะ (ย้ำ..อาจจะนะครับ) แอบแฝงเข่้ามาปล้นเงียบ