จากข้อความนี้ท่านอาจารย์จันท์เชิญชวนให้สมาชิกทุกท่านร่วมสร้างความแตกต่างจากเนื้อหาเกี่ยวกับความรักจากแหล่งต่างๆทั้งที่หวังผลเพื่อการค้าและอื่นใด แต่ขอให้เขียน บอกเล่า และสอนเพื่อร่วมสร้างเนื้อหาที่ดีให้เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ (อ่านคำประกาศได้ในนี้)
อยากบอกว่า เมื่อวันก่อนผมตั้งท่าร่วมเขียนแล้วสองบรรทัด(ก่อนนั้นมีประกาศหัวข้ออื่นก็ร่วมเขียนแล้วแต่ส่งไม่ได้ก็ปล่อยๆไป)แต่แล้วก็ลบไป เพราะไม่คิดว่าสิ่งที่เขียนนั้นและคิดอยู่จะตอบปัญหาคำว่ารักได้หรือไม่อย่างไร และไม่มั่นใจว่าจะเป็นเนื้อหาที่ดีนัก อย่างไรก็ตาม หัวข้อบันทึกที่ว่า ฉันไม่รู้ว่ารักคืออะไร ที่รู้ได้คือฉันเห็นแก่ตัว ผมย่อความมาจาก "ขอคำว่า "รัก" จากฉันเพื่อ "อะไร"...ฉันยังไม่รู้เลยว่า "รัก" คือ "อะไร"...ฉันจะมีก็แต่ "ความเห็นแก่ตัว" ซึ่งที่จะเขียนนี้เป็นประสบการณ์ ข้อสังเกตรอบตัวและอื่นๆประกอบกัน สำหรับข้อความว่า "เห็นแก่ตัว" นั้น ขอให้ใช้ในความรู้สึกระดับข้อความที่ว่า "เห็นแก่ตัวเองบ้างเถอะนะ อย่าได้ลำบากไปกว่านี้อีกเลย" อย่างนี้เป็นต้น
เราน่าจะเคยได้ยินคำประกาศเชิญชวนบนสื่อโทรทัศน์ในวัน "พ่อแห่งชาติ" ที่ว่า "วันนี้คุณบอกรักพ่อแล้วหรือยัง" และคำประกาศเชิญชวนในวันแม่แห่งชาติว่า "วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยัง" คำถามที่ผมมักคิดในใจเสมอคือ (๑) แค่วันนี้เท่านั้นหรือที่เราจะบอกรัก (๒) เรารู้แล้วหรือว่ารักคืออะไร(ข้อความนี้นึกถึงคำที่เจนนี่ย้อนถามฟอเรสกั๊มท์) และ (๓) จำเป็นมากน้อยเพียงใดในการจะบอกว่า "รัก" หรือ ถ้าไม่บอกว่ารักจะได้ไหม อย่างไรก็ตาม ในวันดังกล่าว พ่อและแม่จำนวนหนึ่งก็เฝ้ารอตามการเชิญชวนบนหน้าจอโทรทัศน์ในอันที่จะให้ลูกบอกรัก การมีวันดังกล่าวนี้ เพื่อระลึกถึงผู้ให้ชีวิตที่แท้จริงแก่เรามาเป็นกรณีพิเศษนั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะในยุคที่คนกำลังลืมบุพพการีและไม่กล้าที่จะทำความดีกับบุพพการี ขณะที่บุพพการีจำนวนหนึ่งก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของบุพพการีอย่างแท้จริง
เดือนนี้ที่สำคัญหมายคือเดือนกุมภาพันธ์ ชาวเราบอกว่าเป็นเดือนสัญลักษณ์แห่งความรัก สืบเนื่องมาจากนักบุญท่านหนึ่งได้ทำพิธีแต่งงานให้กับหนุ่มสาวคู่หนึ่งได้สมใจในรักตามประเพณี หากเรามองในแง่นี้ ไม่แปลกเลยที่หนุ่มสาวมากมายเห็นว่าวันดังกล่าวคือวันสำหรับหนุ่มสาว เพื่อสุขสมในรัก แต่เป็นอัจฉริยะทางปัญญาของผู้เกิดก่อนในการเบนภาพทางประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นความหมายที่ทรงคุณค่ามากกว่ารักระหว่างหนุ่มสาวเป็น การทำหน้าที่ให้สมกับการได้รับความรักและการที่จะต้องให้ความรักซึ่งไม่ใช่เฉพาะหนุ่มสาวเท่านั้น
เราเคยได้ยินคำนี้หรือไม่ "ทำไมแม่ไม่รักฉันเลย" "แม่รักน้องมากกว่าหนู" "พ่อรักพี่สาวมากกว่าผม" "ทำไมเธอไม่รักฉัน" เป็นต้น ข้อความเหล่านี้เป็นการเรียกร้องหาความรัก ซึ่งความรักคือนามธรรม เรากำลังแปรสภาพนามธรรมให้กลายเป็นรูปธรรม นั่นหมายความว่า "ถ้าแม่รักฉันแม่ต้องทำสิ่งให้ฉัน" "ถ้าแม่รักน้องและหนูเท่ากัน แม่ต้องให้ดอกไม้สีแดงกับน้องและหนูเท่ากัน ไม่ใช่ให้แต่น้องโดยที่ไม่ให้หนู" "ถ้าพ่อรักผมมากกว่า พ่อต้องซื้อคอมพิวเตอร์สเปกดีกว่าของพี่สาวให้กับผม" "เพราะถ้าเธอรักฉันเธอจะไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ฉันขอ...เธอจะเอาใจใสกับฉัน....เธอจะให้เวลากับฉันมากกว่าคนอื่นฯลฯ"
เคยสังเกตสิ่งนี้คือไม่...ในยามที่เราเรียกร้องหาความรัก ยามนั้นเรากำลังบกพร่อง หาสิ่งเติมเต็มให้กับจิตใจ ในยามที่เราแสดงความรัก เราอาจบอกว่าเราไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ ถ้าอย่างนั้น หากลูกที่ฉันรักต้องตายไป ความเสียใจจะไม่มีสำหรับเรา หรือยามที่คนที่เรารักเปลี่ยนรักจากเราเป็นคนอื่น เราจะไม่รู้สึกเสียใจเช่นกัน เพราะเราไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เคยรุ้สึกไหมว่า การที่เราพยายามแสดงความรักต่อเขาและการที่เราอยากให้เขาแสดงความรักต่อเรา คือการที่เราพยายามเติมส่วนที่บกพร่องในตนให้เพิ่มเต็ม ซึ่งคือ "เห็นแก่ตัว"
ความคิดของผมว่า "ความเห็นแก่ตัว" จะบวกก็ได้ จะลบก็ได้ จะลบก็่ต่อเมื่อ "คนอื่นช่างมันฉันขอก่อน" "สิ่งนี้เป็นของฉันห้ามคนอื่นยุ่ง" จะบวกก็ต่อเมื่อ "ฉันรู้ว่าฉันกำลังบกพร่องอะไร ฉันจะต้องไม่บกพร่องมากกว่านี้...ฉันรู้ว่าฉันเครียดมากเพียงใด ฉันจะต้องเครียดให้น้อยลงกว่านี้เป็นลำดับ" เป็นต้น
หลายคนแต่งงานมีครอบครัว ไม่เคยบอกรักกับคู่ครองของตัวเอง บางครั้งฝ่ายหนึ่งต้องออกปากบอกว่า "บอกรักฉันหน่อยสิ" บางคนไม่ยอมบอกรัก เพราะรู้ว่า บอกไปจะเป็นการโกหกเปล่าๆ เพราะอธิบายไม่ได้ว่ารักคืออะไร ทั้งที่ไม่เคยนอกลู่นอกทางคู่ครอง แต่บางคนเมื่อถูกขออย่างนั้น เพื่อให้ฝ่ายขอรักได้ชื่นใจ ก็ยอมบอกรัก ทั้งที่รู้ดีว่า มันมีบางอย่างที่เหนือกว่าการบอกว่าฉันรักเธอ จึงดูเหมือนว่า "รัก" อธิบายไม่ได้ และอาจไม่เพียงพอที่จะสรุปค่าความเป็นตัวตนของคน หลายคู่ให้ความสำคัญกับการกระทำมากกว่าคำที่พูด แต่หลายคู่เห็นว่าคำพูดก็มีความหมายที่ต้องไปให้พร้อมกับการกระทำ สื่อต่างๆ สอนและเป็นแบบให้เราทำโดยไม่เขอะเขินกับการที่เราจะบอกว่าเรารักเขา ทันทีที่เรารักเขาและเขารักเรา จะเป็นการเพิ่มความหนักให้กับตัวตนของเขาและเรามากขึ้น
ความรักคืออะไร คือการแต่งงาน การมีเพศสัมพันธ์ การหยิบยื่นสิ่งดีให้กัน การเอาใจใส่ต่อกันและกัน ฯลฯ หรือ ทำไมคำนี้ช่างอมความได้มากมายเหลือเกิน แล้วคำว่า "สิ้นรัก" มันหมายถึงการไม่ต้องเยื่อใยต่อกันอีกแล้วหรือ มีหรือไม่ แม้จะ "สิ้นรัก" แต่ฉันก็ยังทำหน้าที่ทีดีต่อกันต่อไปได้อย่างชื่นใจ หรือถ้าอธิบายได้ว่ารักคืออะไร เราพร้อมจะให้คนที่เรารักเป็นอะไรก็ได้อย่างที่เขาอยากจะเป็น
สำหรับผม ความรักเป็นเรื่องที่ดี แต่ดูเหมือนคำนี้อธิบายไม่ได้ว่าคืออะไร แต่ที่บอกว่ารักๆนั้น ซ่อนวาระแห่งความบกพร่องแห่งตนไว้หรือไม่
ไม่ต้องอยากให้พ่อแม่รักหรอก....รักตัวเองก็พอ
ไม่ต้องอยากให้คนที่เรารักต้องรักหรอก....รักตัวเองก็พอ
ไม่ต้องรักพ่อแม่หรอก...รักตัวเองก็พอ
ไม่ต้องรักคนที่เราว่าเรารักเขาหรอก...รักตัวเองก็พอ
รักตัวเอง = เห็นแก่ตัว = จิตใจบริสุทธิ์ ไม่ทำสิ่งชั่วร้าย ทำสิ่งดีงาม = ตัวเองน่ารัก = ประกายแห่งรักของพ่อแม่ ตัวเรา และคนที่เราบอกว่าเรารักเขา
สุดท้าย ขอให้สรรพชีวิตปลอดพ้นจากไม่รัก(ชัง) ไปสู่ความรัก ผู้ที่รู้แล้วว่ารักคืออะไร ขอให้ปลอดพ้นจากความรัก ไปสู่ความเหนือรัก
หมายเหตุ ข้อความบางตอนไม่เหมาะกับเยาวชน...โปรดใช้วิจารณญาณในการตีความภาษา
มาให้กำลังใจค่ะ...ว่างๆฝากอ่านบันทึกนี้ด้วยนะคะ..
ความรักแท้..แม้วันนี้ไม่มีเขาอยู่ (1)
อ่านบันทึกคุณ nmintra ทีไรจะรู้สึกเหมือนว่าเราคิดอะไรตรงกันเยอะมากเลยค่ะ แปลกนะคะ พี่โอ๋มักจะคิดว่าเราชอบคิดอะไรแปลกๆ สงสัยอะไรแปลกๆ พอมาเจอคนคิดเหมือนกัน สงสัยเหมือนกัน ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้แปลกคนเดียว ดีใจค่ะ