ใครหลายคนไม่ค่อยมีโอกาส

       เมื่อครั้งที่ครูกะปุ๋ม ชี้ชวน ให้หนูบอกบุญเพื่อนกัลยาณมิตร แม่ค้าที่ตลาด รวมถึงเพื่อนร่วมงานมาทำบุญทำโรงทาน

หรือแม้กระทั่ง ซื้อวัตถุดิบเข้าครัวเพื่อทำอาหารถวายพระ

แล้วครูก็ย้ำว่า 

ดีออกเป็นการฝึกฝน ละความเป็นตัวตน

ยิ่งขนผักมาเต็มรถ ผักเป็นของคนอื่นหมดยิ่งดี 

ตัวตนยิ่งเล็ก


พอครูเอ่ย ณ ขณะนั้นใจหนูก็คิดถึง สะพานบุญ

ภาพค่อย ๆ ประจักษ์กับใจหนูเรื่อย ๆ

แทบทุกครั้งที่ไปซื้อผัก พอแม่ค้าทราบว่า ซื้อเข้าวัด

หลายคนก็ฝากมาสมทบด้วย

ฝากเครื่องปรุงบ้าง


เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเหมือนโดนจู่โจมค่ะ


ระหว่างที่หนูปลีกตัวเอาผักที่ แม่ทิพย์และแม่กุลซื้อแล้ว มาเก็บที่รถ

มีผู้ชายคนหนึ่ง เดินมาหาหนูที่รถ

ถามอย่างจู่โจมว่า

"ซื้อของไปวัดหลวงปู่ประสารเหรอครับ"

หนูตอบว่า "ใช่ค่ะ"

"รอเดี๋ยวนะครับ"

หนูตาปริบ ๆ แบบประหลาดใจ แล้วท่านก็กลับมาพร้อมไข่ 1 แผง

แล้วบอกว่า 

"ผมฝากไข่ไปทำบุญที่วัดหลวงปู่หน่อยครับ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างไป แล้วก็ไม่ค่อยเห็นแม่ชีมาซื้อของเท่าไหร่"

หนูสาธุ คนเขาถึงพร้อม ก็ขนขวายหาโอกาสทำทานจนได้


หนูจึงถามว่า "รู้ได้ยังไงค่ะว่า หนูซื้อของเข้าวัดหลวงปู่"

พ่อค้าตอบยิ้ม ๆว่า "เห็นติดเข็มกลัดหลวงปู่ครับ เลยลองถามดู"

หนูถึงบางอ้อ 

ท่านช่างเป็นผู้มีปัญญา ช่างสังเกตเปิดช่องทางสร้างกุศลให้ตนเองได้อย่างน่าทึ่งมากเลยค่ะ

แทบจะออกปากว่า "ป๊าด สุดยอด"


ปกติหนูก็ไม่ได้ติดเข็มกลัดค่ะ 

แต่วันนั้นน้องกิ่ง เอาเข็มกลัดรูปหลวงปู่ที่ยืมใส่เมื่อวันงานบุญครบรอบวันเกิดหลวงปู่มาคืน

แล้วจะใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อที่มีอะไรหลาย ๆอย่างใจหนูรู้สึกว่า "ไม่สมควร"

จึงหยิบขึ้นมาติดที่อกด้านซ้ายไว้ แล้วก็ไปทำภารกิจที่ครูกะปุ๋มมอบหมาย

คือ พาแม่ทิพย์และแม่กุลไปจ่ายตลาด

พอแม่ ๆมา หนูเล่าให้ฟัง

ทั้งสองท่านสาธุ อย่างปีติ

ใจหนูระลึกว่า บารมีหลวงปู่ บารมีครู หอมไกล


ทำให้หนูได้มีโอกาสได้เห็นใจงาม ๆ ของผู้คน ที่อ่อนน้อมในธรรม ด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา

หนูเป็นเพียงผู้มาเสพ บารมีครูบาอาจารย์ เป็นสะพาน ที่รับใจอันเป็นกุศลของผู้ปรารถนาทำทาน 

ในการถวายงานกับครูกะปุ๋มและหลวงปู่


ระลึกขึ้นมาอีกว่า

ผู้คนมากมายปรารถนาที่จะมาวัด

มาบำเพ็ญเพียร เพื่อให้ถึงซึ่งความหลุดพ้น จากทุกข์ที่ครอบงำจิตใจ

ผู้คนมากมาย ที่ขนขวายหาครูบาอาจารย์

แต่โอกาสการเข้าถึงของเขาเหล่านั้นยังจำกัด


สำหรับหนูแล้ว

ด้วยกายนั้นได้เดินตามครูต้อย ๆ 

แต่เหมือนใจยังเป็นง่อย ไม่ค่อยอ่อนโยนต่อธรรม


ด้วยกรรมอันใดหนอ แต่ไม่ปฏิเสธไม่หลอกตัวเองว่า 

ใจนี้ไม่มีการกระด้างใดๆค่ะ


เพราะครั้นตอนขาดสติ

จิตยังหนัก ๆ อึ้ง ๆ ประหนึ่งกลายร่างเป็นเปรต


แต่ครูก็เมตตาสอนสั่ง และให้กำลังใจ


ด้วยกรรมดีที่ทำมาแต่หนหลังได้มาอยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์

ด้วยกรรมชั่วที่เมามัวมา ทำให้ไม่มีตาปัญญาได้เข้าใจธรรม


แต่ก็จะตั้งสติแล้วเรียนรู้ไปค่ะ 

เข้าใจเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น


เมื่อได้รู้อยู่ ได้ประจักษ์อยู่ว่าครู งดงาม

ที่เหลือก็เพียงน้อมนำ ทำตามให้ธรรมเข้าถึงใจ

สาธุค่ะ