เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
ความรู้เจ้ายังด้อยเร่งศึกษา
เรียนรู้จากปู่ จากย่า
เรียนรู้จากทุ่งนา ป่า เขา ลำเนาไพร
โตขึ้นค่อยเรียนจากตึกสูงสูง
จมูกอย่าให้ใครจูงไปที่ไหน
ทุกข์ท้อขึ้นมาเมื่อไหร่
นึกถึงพลังใจจากวันวาน

วันศุกร์ที่ผ่านมา (18 มกราคม 2556) ผมพาเจ้าตัวเล็กสองตัวกลับไปฝากพ่อกับแม่ได้ช่วยดูแล เนื่องเพราะต้องเดินทางไปเป็นวิทยากร ส่วนเพื่อนชีวิต ยังอยู่ในห้วงราชการ
ผมไปรับสองหนุ่มที่โรงเรียน เราขับรถแล่นลิ่วจากสารคามสู่บ้านเกิดที่กาฬสินธุ์ในราวเกือบ 80 กิโลเมตร
สองหนุ่มไม่งอแงกับการต้องไปใช้ชีวิตเช่นนั้นกับปู่-ย่า
พวกเขาไม่เคยงอแงกับการนอนขดตัวในกระท่อมหลังเล็ก ไม่งอแงกับสภาพดินฟ้าอากาศ ห้องน้ำห้องท่า ไม่งอแงกับขนมนมเนย หรือแม้แต่ภารกิจที่ต้องลงแรงร่วมกับ "ปู่-ย่า"
โดยความเป็นจริง สองหนุ่มก็ไม่เคยได้ทำอะไรอย่างเป็นชิ้นเป็นอันนักหรอก คนโต (แผ่นดิน) มักเต็มไปด้วยคำถาม ชอบชวนคุณปู่ทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าอยู่นิ่งไม่ได้ พลอยให้คุณปู่ได้เหงื่อ และได้ลับความคิดอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน ขณะที่เจ้าจุกคนเล้ก (แดนไท) ไม่นิยมออกแรงเท่าใดนัก หลงรักการนั่งประกบติด "แม่ย่า" อย่างไม่ห่าง และเป็นกำลังใจสำคัญในการเข้าครัวของแม่ย่า เพราะแกจะมีความสุขกับการกินอย่างน่าอิจฉาเลยทีเดียว

ชีวิตของคนรุ่นนี้ ผมเชื่อว่ามีไม่น้อยที่วุ่นวนอยู่กับการงาน พลอยให้มีเวลาในการเลี้ยงลูกเต้าตัวเองน้อยลง วันหยุด,ปิดเทอม ก็พาไปฝากปู่ย่าตายายช่วยเลี้ยง ขณะที่อีกกลุ่มก็พลัดหลงไปทำงานต่างจังหวัด ปิดเทอมก็กลับมารับลูกๆ ไปใช้ชีวิตร่วมกัน (ในตลาดแรงงาน) เพื่อผ่อนเบาการดูแลของพ่อกับแม่ รวมถึงการชดเชยห้วงเวลที่ผ่านมาที่ต้องคืนกลับให้กับลูกๆ
แต่สำหรับผมแล้ว ผมจริงจังเสมอกับการนำลูกๆ กลับไปฝากพ่อกับแม่ให้ช่วยดูแล จนเรียกวิธีการนี้ว่า "ส่งลูกไปเรียนพิเศษที่บ้านนอก"
ครับ,สองหนุ่มทำอาหารเป็นก็เพราะไปอยู่ที่บ้านนอก
สองหนุ่มรู้เรื่องราวประเพณีวัฒนธรรมก็เพราะไปอยู่ที่บ้านนอก
ปากคำของผมไม่ชัดเจนและมีชีวิตเท่ากับการรับรู้และรับฟังจาก "ปู่ย่า" รวมถึงรับรู้ผ่านนาฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชุมชนบ้านเกิด -

ผมรู้ดีว่าการหยิบจับโน่นนี่ของสองหนุ่ม คงไม่ได้ช่วยลดภาระใดๆ ให้กับปู่และย่ามากเท่าใดหรอก แต่ผมก็เชื่อว่า การไปเยือนเช่นนั้น การได้ใช้ชีวิตร่วมกันเช่นนั้น คือกระบวนการอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยหนุนเสริมให้ต่างคนต่างมีพลังในการใช้ชีวิต ---
ไม่นานหรอกครับ
สองหนุ่มจะกลับไปเยือนผมที่บ้านเกิดแห่งนี้
เพราะเสียงของหัวใจของผมมันช่างแจ่มชัดเหลือเกิน...
เสียงที่ว่านั้นก็คือ "กลับบ้าน...."
ครับ...ผมอยากกลับบ้าน
ครับ...ผมอยากกลับบ้าน
พี่เชื่อว่านี่เป็นแนวคิดที่ประสบความสำเร็จให้คนไม่ลืมบ้านเกิด และบรรพบุรุษ
และมีความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยโดยไม่ต้องพึ่งตำราใดๆ
เพราะปู่ย่า ตา ยาย จะเป็นตัวอย่างที่ดี
ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ได้ปฏิบัติตามด้วยความศรัทธา
อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ดีที่ที่จะปลูกจิตสำนึกรักบ้านเกิดเมืองนอนให้คนรุ่นหลัง
ดีใจแทนหลานทั้งสองด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ พนัส ปรีวาสนา
มาเยี่ยม หลานๆทั้งสอง ที่อยู่ในวัยกำลังน่ารักค่ะ
..... น้อง ... เลี้ยงลูก ได้ดีม๊ากมากนะคะ ให้เรียนรู้ สิ่งที่จำเป็นในชีวิต สิ่งจำเป็นของชีวิต และยัังให้ เขาทั้ง 2 คน มีความรัก ความผูกพันธ์ เคารพ ญาติผู้ใหญ่ เป็นการฝึกปฏิบัติที่ดีเยี่ยม นะคะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับบทความดีดีนี้ค่ะ
สถาบันครอบครัวดีๆแบบไทยดั้งเดิมเช่นนี้..นับวันจะเสื่อมถอยน้อยลงไปอย่างน่าเสียดาย..ขอบคุณที่ช่วยกันเผยแพร่ค่ะ
รากเหง้า ... ยิ่งใหญ่กว่าที่ใครเคยได้คิดนะครับ ;)...
เป็นกำลังใจให้กับคนทำงานจ้ะ
น่ารักจังค่ะ แผ่นดินกับแดนไท อยู่ใกล้ชิดกับคุณปู่คุณย่า ได้อะไรมากกว่าที่คิดค่ะ
ใครๆ ก็อยากกลับบ้าน แต่สำหรับพี่โอกาสและเวลาต่างกันกับคนอื่่นๆ เพราะหากขับรถกลับบ้านใช้เวลา 6 ชั่วโมง
flight บินก็ไม่มีแล้ว หาดใหญ่-ภูเก็ต ทุกครั้งคุณพ่อจะเป็นคนมาหาที่ภูเก็ตค่ะ
สวัสดีครับ krutoiting
ช่วงระยะหลังผมสนใจงานชุมชนที่เกี่ยวกับจิตสำนึกรักบ้านเกิดมาก มีโอกาส ผมมักพยายามศึกษารูปแบบ หรือแม้แต่การไปเยี่ยมชม แต่ก็น้อยนักที่จะมีโอกาสเช่นนั้น จริงๆ ซักที
การพานิสิตไปออกค่ายในแต่ละครั้ง ผมจึงพูดกับนิสิตเสมอว่า การไปของนิสิต เป็นเสมือนกระบวนการอันสำคญของการกระตุ้นให้คนในชุมชนได้หันกลับมาวิเคราะห์ทุนทางสังคมตนเอง เพื่อให้หยบจับทุนเหล่านั้นมาพัฒนาชุมชน และงานค่ายของนิสิต จะกระตุ้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน วิธีเช่นนั้นแหละคือวิธีการหนึ่งของการสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิดของชุมชน
ส่วนนิสิตนั้น ผมจะถามกลับไปว่า ออกค่ายแล้ว คิดยังไงกับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง...
ครับ,เป็นการเรียนรู้บ้านเกิดตัวเองผ่านบ้านเกิดคนอื่น -
สวัสดีครับ ครูทิพย์
ขอบพระคุณที่แวะมาติดตามวีรกรรมของสองหนุ่มนี้นะครับ เสาร์-อาทิตย์นี้ เขาจะกลับบ้านอีกครั้งเพื่อไปปลุกบ้านให้กับคุณปู่คุณย่าร่วมกับชาวบ้าน คงได้เอาภาพมาแบ่งปันกันอีกรอบ--
ครับพี่ Dr. Ple
ผมก็ได้แต่หวังว่า เรื่องรวเหล่านี้ จะเป็นทุนชีวิตที่ดีสำหรับสองหนุ่ม
เขาคงได้หยิบมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเติบโตของเขาบ้างกระมัง ครับ
สวัสดีครับพี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ
สวัสดีครับ อ.วัส Wasawat Deemarn
เช่นกันนะครับ คุณมะเดื่อ
ขอให้เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต นะครับ
สวัสดีครับ พี่ Bright Lily
ผมเองก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน ระยะทางไม่ไกลนัก แต่ภารกิจการงานก็บีบรัด ไม่มีวันหยุดพักเอาซะเลย เสาร์-อาทิตย์ก็มีกิจกรรมต่อเนื่อง ช่วงนี้เริ่มได้กลับบ้านบ้าง ทุกๆ ครั้งที่กลับบ้าน มันเหมือนเราได้สูดอากาศเต็มปอด และปลอดภัยกับการเดินดุ่มในอาณาจักรแห่งนั้น
ยินดีด้วยนะคะ
มีฝัน...จึงเป็นจริง
สวัสดครับ พี่หมอ ทพญ.ธิรัมภา
ขอบพระคุณที่แวะมาหนุนเสริมกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่ผม นะครับ