เรียนทุกท่านที่เคารพ
บทวิจารณ์นี้ อาจกระทบใครบางคน แต่ผมจะดำเนินต่อไป เพราะผมมั่นใจว่าทุกท่านมีความคิด และมีการศึกษาพอที่จะแยกแยะ

สิ่งที่ประเทศไทยเป็ยอยู่ทุกวันนี้ อ้างว่าประเทศเป็นประชาธิปไตย แต่จริงแท้ มันก็คือ คอมมิวนิสต์ที่หุ้มด้วยภาพของประชาธิปไตย เหตุเพราะ ความไม่เท่าเทียมของสังคม เช่น
1. นักการเมืองทุกคนมีสิทธิ์ใช้สิทธ์ของการเป็นนักการเมืองช่วยให้ตนเองพ้นผิด
2. คนที่นามสกุลดังๆ ทำผิดแล้วก็ไม่ต้องรับโทษ อย่างดีก็แค่ประโคมข่าว 2 - 3 วันแล้วก็หาย ประชาชนไม่เคยรู้เลยว่าคนนั้นได้รับโทษไหม แต่แล้วก็เห็นเดินหน้าก่อเรืองและลอยนวลอยู่ในสังคมเช่นเดิม ต่างตาก คนสามัญชนธรรมดาอย่างเราๆ ที่ทำผิด แล้วโทษหนัก ไม่มีสิทธิ์ประกันตัว
3. ริดรอนอำนาจสื่อ สื่อที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต้องผ่านคณะกรรมการ หรือใครก็ตามที่เห็นควรว่าให้ออกอากาศได้ หรือไม่ อ้างเหตุผลว่าไม่เหมาะสมบ้างหล่ะ เสียดสีการเมืองบ้างหล่ะ แต่สื่อที่ก็ไม่ได้้เห็นว่ามันเหมาะสมเท่าไหร่นัก ก็ยังสามารถออกอากาศได้ ไม่มีใครทำอะไร
4. จัดให้มีการเลือกตั้ง ให้ประชาชนเป็นคนเลือก แต่เหตุใดต้องมีการซื้อเสียงกัน ไม่พอใจก็ใช้ศาลเตี้ยตัดสิน ยิงกันตายเหตุเพราะการเมือง
5. เน้นให้ประชาชนมีการศึกษา ประเทศจะได้เจริญ แต่พอประชาชนมีการศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นก็เกิดเป็นเรื่องเป็นราว ประชาชนผู้มีความคิดตะโกนบอกผู้มีดเอำนาจในประเทศดังจนถึง อเมริกา แต่ก็เป็นเพียงเสียงกระซิบที่แผ่วเบา แล้วผ่านหูพวกท่านไป ไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด
6. กดเกษตรกร ที่เป็นแรงงานและผู้ผลิตแหล่งอาหารหลักของประเทศ ให้อยู่เท่าเดิม ต่างจากต่างประเทศ ที่เกษตรกร เป็นดังเช่นพระเจ้าของเขา ต่างประเทศ เขาไม่สามารถเดินหว่านปุ๋ยได้ ต้องใช้เครื่องบินหว่าน แต่ไทยเรา ที่เป็นเมืองเกษตรกรรมหลักมาแต่สมัยสุโขทัย เป็นราชธานี กลับต้องเดินหว่านปุ๋ย ข้าวสารไม่พอกรอกหม้อ ทำเหนื่อยแทบตาย แต่สุดท้าย ก็จนเป็นบุคคลชั้นล่างสุดของประเทศอยู่ดี เลยมีนโยบายให้เงินไปกู้ กูไปมากๆ ไม่พอจ่าย ก็ต้องเป็นหนี้ เป็นหนี้แล้วพักหนี้ ไม่ต้องจ่าย แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยทุกที นั่นหมายความว่า เงินที่เป็นหนี้ยังคงเท่าเดิมไม่ลด แต่รัฐได้กำไรจากดอกเบี้ยเน้นๆ
เอาเป็นว่าแค่นี้พอก่อน ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมา เป็นเพียงความคิดและวิเคราะห์จากผู้เขียนคนเดียว เพราะผู้เขียนก็มีสีเหมือนกัน แต่เป็นศสีเดียวกับ วีรบุรุษของผม คือ ศีษระะนี้มอบให้เพราะเจ้าแผ่นดิน