ผู้นำโลกกล่าวถึงการศึกษาในฐานะสิ่งที่จะช่วยทำให้เยาวชนรับผิดชอบต่อชีวิตตนเองและสังคมที่เขาดำรงอยู่
การศึกษาในมุมมองของผู้นำโลก
เฉลิมลาภ ทองอาจ
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ฝ่ายมัธยม
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สุขสวัสดีปีใหม่ พุทธศักราช 2556 เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศของการเปิดศักราชใหม่และ การเปิดศักราชแห่งความคิด ผมขออนุญาตใช้ภาษาระดับกึ่งทางการ (ซึ่งกระผมไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักในการเรียบเรียงงานเขียนที่ควรจะใช้ “ภาษาเขียน” มากกว่า) ในการเรียบเรียงบทความเรื่อง “การศึกษาในมุมมองของผู้นำโลก” เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่ติดตามอ่านงานของผม ได้เพลิดเพลินไปกับงานเขียนเรื่องนี้ตามวาระโอกาสอันสมควรนี้ครับ
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาสรับชมปาฐกถาของผู้นำในระดับโลกสองคนผ่านสื่อในโลกออนไลน์ คนหนึ่งเป็นผู้นำประเทศ
อีกคนหนึ่งเป็นผู้นำทางความคิด แต่ยังขาดอำนาจในการปกครอง ทั้งสองได้พูดถึงประเด็นการศึกษาไว้อย่างน่าสนใจ
ซึ่งผมคิดว่าผมควรจะนำมาบอกเล่าเก้าสิบไว้ตรงนี้ครับ
คนแรกคือประธานาธิบดีผิวสีของสหรัฐอเมริกา คือ ฯพณฯ บารัก ฮุสเซน โอบามา ที่ 2 หรือเราเรียกอย่างง่ายๆ ว่า บารัก โอบามา ที่เพิ่งมาเยือนไทยและส่งสายตาหยาดเยิ้มกับ ฯพณฯ ท่านนายกของบ้านเรา โอบามาได้พูดถึงสิ่งสังคมอเมริกาจะต้องทำเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ นั่นคือ การทำให้เด็กในอเมริการู้ว่า การศึกษาของพวกเขาคือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และความรับผิดชอบที่มากนี้ จะนำมาซึ่ง การทำงานหนัก (hard works) ในระหว่างการเรียนด้วย กล่าวคือ นักเรียนจะต้องรับผิดชอบต่อการเรียน การทำการบ้านและงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายเป็นภาระงานแรก ก่อนที่จะไปให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ โดยเฉพาะการชมโทรทัศน์และการเล่มเกม ทั้งนี้ โอบามายังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่มีหรอก คนที่ประสบความสำเร็จในด้านศึกษาและการเรียน ที่จะไม่ทำงานหนัก” หรือก็คือ ไม่มีใครหรอกนะ ที่จะเรียนแบบสบายๆ หรือชิลๆ (ตามภาษาวัยรุ่น) แล้วจะกลายเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ตรงกันข้าม ทุกคนกลับต้องทำงานหนัก รับผิดชอบในงานที่ยาก และอ่านหนังสือมาก ท่านสมาชิกครับ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ผมคิดว่า โอบามากล่าวได้ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะการศึกษาคือการพัฒนาคนให้เจริญงอกงาม แต่ความงอกงามนั้นไม่ใช่ความสบาย ประเทศที่ผ่านวิกฤตการณ์หรือการแข่งขันหลายประเทศ แต่เดิมเคยส่งเสริมเรื่องความเป็นสุขในการเรียน คือ ทำอะไรก็ได้ให้เด็กมีความสุข แนวคิดนี้อันตรายยิ่ง เพราะการให้เด็กชินกับความสุข แต่ไม่เคยให้เด็กรับรู้ว่า โลกเป็นทุกข์นั้น ถือว่าเป็นการศึกษาที่ไม่สัมพันธ์กับความจริงของชีวิต ก้าวแต่ละก้าวของการก่อเกิดนั้น มาจากความยากลำบากทั้งสิ้น แนวคิดใหม่ของการศึกษา ซึ่งโอบามาเน้น คือ การรับผิดชอบต่อเป้าหมายของตนเอง และทำทุกวิถีทางเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น แม้จะยากลำบากเพียงใดก็ตาม แต่น่าเสียดายว่า การศึกษาของเราในปัจจุบัน กลับไม่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายของเด็ก ถ้าสุ่มนักเรียนขึ้นมาสักคนว่าเขาอยากเรียนอะไรหรือเป็นอะไร หลายคนจะตอบได้ทันทีว่า “แล้วแต่คะแนน” และแม้จะเลือกคณะวิชาหรือมหาวิทยาลัยที่ตนเองชอบแล้ว บางคนก็ตอบไม่ได้เสียด้วยซ้ำว่า “ชอบ” หรือ “รัก” สิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ ณ จุดนี้หรือไม่ ที่กล่าวมานี้ จริงๆ แล้วจะโทษเด็กก็ไม่ถูก เพราะเราเองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอาจจะไม่ได้สอนให้พวกเขาจับจ้องที่จุดหมายและการค้นหาตนเองให้พบก็เป็นได้

"การศึกษาของพวกเขาคือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม" ขอบคุณอาจารย์ที่เขียนบทความนี้ให้อ่าน