ความเห็นล่าสุด


ขอบพระคุณครับอาจารย์ ผมก็เป็นสมาชิก Gotoknow มาได้ 9 ปีแล้วครับ ได้มีโอกาสใช้ ClassStart มาตั้งแต่ระยะแรกๆ แล้วครับ แต่ได้เว้นช่วงไปหลายปี พอเกิดวิกฤตการณ์คราวนี้ เลยย้อนกลับมาพิจารณาระบบอีกครั้ง และคิดว่ากำลังจะนำกลับมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครับ

ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์และทีมงาน ที่ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และผมได้ใช้บล็อกในการเผยแพร่ความรู้ ซึ่งได้มีคนนำไปใช้อ้างอิงในการพัฒนางานวิชาการ ต้องขอขอบพระคุณมาก ๆ ครับ

สวัสดีครับอาจารย์ อาจารย์สบายดีนะครับ ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจครับ
ได้มีโอกาสเผยแพร่งานเขียนของตนเองเป็นระยะ ก็ถือว่าสมาชิก gotoknow ได้เมตตาให้มีพื้นที่ติดต่อกับโลกภายนอกครับผม

ขอบพระคุณครับอาจารย์

ช่วงนี้จะเป็นบทความสั้นๆ ครับ มีเวลาเขียนน้อยลง แต่ถ้าได้ไปบรรยายที่ไหนก็จะเขียนเป็นประเด็น ๆ ไว้ครับ

ขอบพระคุณครับอาจารย์ หลังจากที่กลับไปจัดการภารกิจด้านการศึกษาจนเสร็จสิ้นแล้ว ก็คิดว่าถึงเวลาที่จะได้กลับมาเผยแพร่ความรู้ให้กับท่านที่สนใจ โดยเฉพาะครูภาษาไทยต่อไปครับ คิดถึงอาจารย์และสมาชิกทุก ๆ ท่านเช่นกันครับ

ขอให้อาจารย์ถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านี้ต่อไปครับ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง

การเรียนที่เข้มข้นในช่วงหลัง ๆ มา ทำให้มีโอกาสนำงานเขียนของตนเองมาเผยแพร่น้อย อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่ลืมว่า ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของตนเองครับ ยังคงทำงาน สอน บรรยาย และอยู่กับลูกศิษย์ที่มีทั้งครูและนักเรียน อย่างสบายดีครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและให้ความสนใจครับผม

มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเล็กน้อยครับอาจารย์
ช่วงนี้เลยปรับรูปแบบเป็นข้อเขียนสั้น ๆ กระชับ ๆ
หวังว่าสมาชิกของ Gotoknow จะได้รับประโยชน์ตามสมควรครับ
ขอบพระคุณอาจารย์มากนะครับ ที่ไต่ถามมาด้วยความห่วงใยครับ

เวลาที่สอนอยู่ทุกวันนี้ มีสองส่วนที่น่าสนใจ คือ การทำให้ผู้เรียนจำความรู้เดิมที่มีคนกล่าวไว้ กับการให้ผู้เรียนสร้างความรู้ของตนเองขึ้นมาจากความรู้ของผู้อื่นอีกชั้นหนึ่ง  ส่วนใหญ่เรามักจะอยู่กันที่ขั้นตอนแรก ผมว่าจะอนุโลมได้ครับว่า เป็นการสร้างความรู้ตามแบบคนอื่น แต่ครูทั้งหลาย ก็ควรที่จะพัฒนาผู้เรียนให้นำความรู้เหล่านั้นต่อยอดไปทำอะไรต่าง ๆ  ด้วยครับ

เวลาเขียนเรื่องโรงเรียนทางเลือก เรามักจะคิดว่า นี่มันเป็นไปไม่ได้เลยในการศึกษาไทย  ที่จริง การศึกษาบ้านเราเป็นแบบมิติเดียว คืออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่สายอาชีพ สายอาชีวะ เทคโน แต่จะต้องเป็นสายสามัญและสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อไปสู่แท่นรับปริญญาเท่านั้น คือนี่การศึกษาแบบเดียวที่หลายคนนึกออก บ้านเรานี่ มันจึงแห้งแล้งอย่างประหลาดครับ เวลาใครพูดถึงคำว่า "ทางเลือก" จริงไหมครับ 

ผลงานของนักเรียนเป็นชิ้นงานสร้างสรรค์ในวิชาศิลปะ แต่ผมเห็นว่า เด็กจะต้องเขียนบรรยายด้วย เลยได้ไอเดียว่า บางครั้ง การเขียนก็สอดแทรกไปในทุก ๆ วิชา เป็นฐานของการสื่อความครับ 

ขอบพระคุณครับอาจารย์ ผมยังต้องพัฒนาอีกมากครับ การเขียนนี่บางทีขนาดว่าเขียนบ่อยแล้ว บางทีก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่นั่นเองครับ 

*  บทความเรื่องนี้ เป็นบทความเรื่องที่ 100 ของผู้เขียน ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เป็นสมาชิก Gotoknow ผู้เขียนตระหนักเสมอว่า บทความที่เขียนนั้น ควรจะเป็นบทความที่อย่างน้อยจะต้องถูกต้องตามรูปแบบการเขียน ใช้สำนวนภาษาระดับมาตรฐาน   มีรูปแบบและองค์ประกอบที่ถูกต้อง  อย่างไรก็ตาม แม้จะเขียนมาถึงเรื่องที่ 100  แล้วก็ตาม ผู้เขียนก็ยังประสบปัญหาบางประการอยู่บ้าง แต่ก็มิได้ท้อถอย กลับตั้งใจที่จะพัฒนางานเขียนของตนให้ดียิ่งขึ้น  บทความส่วนใหญ่จึงเป็นบทความเชิงวิชาการ ที่สามารถนำไปอ้างอิงได้ตามหลักวิชา ทั้งนี้  หากบทความทั้งหมด ก่อให้เกิดคุณูปการต่อผู้อ่านในทางใดแล้ว ผู้เขียนขออุทิศคุณงามความดีเหล่านั้นแด่ตายาย ผู้สนับสนุนและให้รากฐานทางปัญญาความคิดแก่ผู้เขียนมาตลอด 

    ทั้งนี้ผู้เขียนขอกราบขอบพระคุณหน่วยงาน องค์กร และผู้อ่านทุกท่าน ที่ได้ติดตาม ให้ข้อเสนอแนะและให้กำลังใจในการทำงานเพื่อวงการการสอนภาษาไทยตลอดมา

    เฉลิมลาภ ทองอาจ
   13 ส.ค. 2556

ยินดีครับ อ.มะลิ หากจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอนนะครับ

ความหวังของอาจารย์เป็นตัวแทนของพวกเราทุกคนครับ เพราะที่นี่เต็มไปด้วยสรรพความรู้ ที่มีคุณค่าของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ครับ 

ขอบพระคุณนะครับ จะศึกษาผลงานของท่านผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญทุกท่านครับ

เรียน อ.อรพิน ครับ ผมยินดีทีที่จะให้อาจารย์นำบทความของผมไปใช้ประโยชน์ตามที่อาจารย์ประสงค์ครับ สำหรับในปีนี้ ผมไปเป็นวิทยากรในงาน EDUCA 2012 อีกเช่นเคยครับ ทั้งของกลุ่มประถมและมัธยม งานจะจัดในรายเดือนตุลาคมครับ ขอให้อาจารย์ติดตามการรับสมัครได้ที่ http://www.educathai.com/index.php นะครับ

แล้วพบกันครับ
เฉลิมลาภ ทองอาจ

ในฐานที่วันนี้เป็นวันปิยมหาราช ก็ขอพระบารมีล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ดลบันดาลให้ "คนล่าฝัน" ประสบความสำเร็จในวิชาชีพนะครับ

ในฐานะผู้ที่สนใจด้านหลักสูตร แล้วได้อ่านบทความของอาจารยแล้วก็รู้สึกชื่นชมว่า มีคนให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มขึ้นแล้ว อันที่จริงเหมือนพี่จะเคยเขียนไว้บทความหนึ่งว่า ปรัชญาและหลักสูตรคือต้นทางนำไปสู่การสอน หากเราไม่วางหลักสูตรให้ดี การสอนย่อมไร้ทิศทาง นักหลักสูตรอย่าง Oliva เคยบอกว่าเราต้องศึกษาความต้องการของสังคม (social needs) อย่างรอบด้าน ซึ่งก็จริงอยู่ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ก่อนที่จะถามว่าสังคมต้องการอะไร คาดหวังอะไรจากผู้เรียนของเรา ในฐานะนักการศึกษาเราต้องย้อนกลับมาถามก่อนว่า เธอคาดหวังอะไรในชีวิต อะไรคือความหมายที่แท้จริงของชีวิตตามที่เธอใฝ่ฝัน ดังนั้นภาพที่ผมอยากจะเห็นอาจารย์ดำเนินต่อไปก็คือ นำข้อมูล นำความคาดหวังและนำความต้องการที่อาจารย์สกัดได้ ไปปรึกษาผู้เรียน แล้วให้พวกเขาสะท้อนออกมา นั่นจึงจะเป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลังผลผลิต (post-product approach) ที่ผู้เรียนจะเข้ามามีบทบาทในการออกแบบเป้าหมายชีวิตของตนเอง

ขอให้กำลังใจ "คนล่าฝัน" ว่าที่นักการศึกษารุ่นใหม่ของสังคมเรา

นักเรียนครับ ครูลองเสนอความเห็นแลกเปลี่ยนนะครับ เผื่อว่าคนอื่นๆ จะได้ความคิดใหม่ๆ

สมมติว่าครูจะต้องเขียนเรียงความหัวข้อนี้เหมือนพวกเราทุกคน

ครูก็คิดว่า ครูจะมี 4 หัวข้อ ดังนี้ครับ

1. วิกฤติของประเทศไทยปัจจุบัน เกิดจากสังคมขาดคุณธรรมหรือความรู้

2. ถ้าคำตอบคือเราขาดคุณธรรม แล้วทุกวันนี้ สังคม การศึกษา กำลังสร้างคนแบบไหน หรือทำอะไรอยู่

3. สังคมที่คนมีแต่ความรู้ แต่ขาดคุณธรรม และสังคมที่มีคุณธรรมแต่คนไม่มีความรู้ แบบไหนน่าจะดีกว่ากัน หรือมีแบบอื่นที่ดีกว่าหรือไม่

4. ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เราจะบอกโลกว่าอย่างไรว่าคุณธรรมหรือความรู้สำคัญกว่ากัน

นักเรียนเห็นไหมครับว่า ครูจะตั้งประเด็นในลักษณะที่เป็นคำถามมากกว่า เพราะครูสามารถที่จะเขียนตอบยาวๆ ได้ทันที และไม่น่าเชื่อนะครับว่า คำตอบของคำถามเหล่านี้ ก็คือเรียงความนี่แหล่ะครับ

ลองทำดู คุณทำได้

แต่ถ้าลองแล้ว ยังทำไม่ได้ ก็ปรึกษาครูได้ครับ

ครู...........

วันนี้ได้อ่านกลอนของทุกคนที่ส่งเข้ามาโดยละเอียด มีประเด็นความคิดที่เกิดขึ้นจากการอ่านดังนี้ครับ

จิดาภา กับ วรัทยา เป็นความรักของพ่อแม่ ซึ่งเป็นรักที่บริสุทธิ์ทื่สุด ครูก็ดีใจที่คุณเข้าใจความรักที่ยิ่งใหญ่ชนิดนี้

ธรวรัน กับ พิมพ์เพชร ครูซาบซึ่งกับถ้อยคำที่พวกคุณเขียนนะครับ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า ความรักมีอยู่รอบตัวเราจริงๆ

ปารณัฐ กับ โดนัท เป็นความคิดที่สร้างสรรค์มาก เพราะคุณเขียนถึงการรักโลก การที่คุณรักโลก ก็แสดงว่าคุณคิดถึงคนอื่น คิดถึงเพื่อนร่วมโลกอื่นๆ จริงๆ แล้วบางครั้ง ถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง เห็นถึงคุณค่าชีวิตของผู้อื่น บางทีวันนี้ ประเทศของเราก็คงไม่เป็นแบบนี้ จริงไหมครับ อ้อ ขอแก้นิดนึ่ง คือ ตรงคำว่า "เคนจะคิ" คงจะเป็น "เคยจะคิด" ใช่หรือไม่ครับ

สรวิชญ์ กับ พลัฏฐ์ คู่นี้เค้าจัดเต็มนะเนี่ย แบบว่า "น่าร้ากกกอ่ะ" (ทำหน้าเหมือนมาดามมด) เป็นการผสมผสานภาษาที่ลงตัวและได้ความมากๆ ขอให้ทั้งสองคนนี้รักกันยั่งยืนยง 5555

กัญจ์ กับ คอป เป็นแนวคิดของการรักโลก ทั้งคู่ลงท้ายว่า ขอให้กลอนบทนี้จงเป็นจริง ครูก็ขอเช่นนั้น คือขอให้โลกของเรามีสิ่งสวยงาม มีธรรมชาติ ที่จะอยู่กับเราไปตลอด ขอบคุณแทนโลกนี้ ที่ทั้งคู่ยังมีใจนึกถึงครับ

อรจิรา กับ เบญญาภา คู่นี้กลอนดี คำสวย ไพเพราะ และใจความดีมาก เราอุตส่าห์ตามหารักแท้ ในที่สุดก็มาเจอรักของแม่ แหม อ่านแล้วน่าชื่นชมในความคิดมากครับ

วิริญญ์และธัญจิรา เป็นความรักที่ลึกซึ้งสมกับที่ทั้งคู่แสดงความรู้สึกประกอบมา รักโลก เห็นแก่โลก มากกว่าเห็นแก่ตัว น่าจะเป็นตัวแทนของเด็กรุ่นใหม่ ครูภูมิใจที่นักเรียนคิดได้แบบนี้ครับ

ปวริศ และ ชยธร อ่านแล้วก็ต้องขอขอบคุณและดีใจแทนสังคมไทย ที่มีคนห่วงโลก ครูขออย่างเดียวว่า อย่าให้ความคิดแบบนี้เลือนหายไปจากใจของคุณ วันหนึ่งคุณเคยบอกรักโลกและสิ่งแวดล้อม จงอย่าทรยศ จงเป็นคนรักที่ดี โลกจะให้ความรักกับคุณ ทำให้คุณและครอบครัวของคุณเป็นสุขในทุกๆ วัน ถ้าโลกนี้พูดได้ ท่านก็คงบอกกับคุณว่า "ขอบคุณที่รักกัน" ครับ

นักเรียนคนอื่นๆ เขียนก็เขียนส่งเข้ามาได้แล้วนะครับ

ครู.....................

ได้อ่านกลอนของคนที่ส่งเข้ามาแรกๆ ก็ขอแสดงความเห็นดังนี้ครับ

รัฐ กับ พีรณัฐ แก้คำนิดนึง คือคำว่า ไม่สุขสันต์ นะครับ ที่เหลือก็แต่งได้ดีแล้วครับ

ณัฐชา กับ อนุพงษ์ ใช้คำไพเราะ แต่สงสัยว่า จิมมี่นี่ เอ่อ .....ได้ช่วยเพื่อนบ้างหรือเปล่านะ 5555

ชวิศ กับ อาชวิศ ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง ได้ร่วมกันสะท้อนให้เห็นว่า เราเรียนกันหนักแค่ไหน อ่านงานของทั้งสองคนแล้ว ครูก็ไม่อยากสั่งงานเพิ่มเลย เห็นด้วยมั้ยครับ

จิดาภา กับ วันวิทู สุนัขเป็นสัตว์ที่มนุษย์เห็นว่าเป็นเพื่อน แต่ก็แปลกที่เวลาว่าคนปากเสีย เรามีสำนวนว่า ปาก... จริงๆ ยังมองไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกันอย่างไร ทั้งสองคนลองมาแสดงความเห็นก็ได้นะครับ

แวววรรณ กับ ปาณิศา พูดถึงการเล่น ครูคิดถึงการเล่นวิ่งไปวิ่งมามาก เพราะครูรู้สึกว่า ตัวเองเรียนตรีโทเอก ไม่เคยมีชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นคนอื่นๆ (เกิดมาก็เป็นครูคนเลยแฮะ) ไม่เคยได้เล่นอะไรมานานแล้ว ก็คิดถึงตัวเองตอนเด็กๆ มันเป็นเวลาที่สั้นและผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก

กุสุมา กับ พาขวัญ กุสุมาครับ ขอบคุณที่ช่วยพาขวัญนะ ความดีที่คุณเขียนมา ก็คือความดีในตัวคุณ เมื่อคุณรู้จักมอบมันให้กับผู้อื่น ความนี้นั้นเองที่จะนำผลที่ดีงามกลับมาสู่ตัวคุณ

และ อุษณีย์ กับ พิมพ์ชมพู ครับ ครูเห็นใจเรื่องงานที่หนักมาก หลายครั้ง ครูทำงานหลายอย่างและอยู่ๆ ก็ถามตัวเองว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร ทำเพื่อใคร ก็เลยมีท้อมีเหนื่อยบ้าง แต่พอตอนนี้ ครูไม่ตั้งคำถาม เพราะครูเห็นว่า การทำงานก็คือการที่เราแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เราทำงานทุกวัน เราเจอปัญหาหรือสิ่งที่เราต้องแก้ไขหรือหาทางออก เพราะฉะนั้น เราย่อมเก่งมากขึ้น เรียนรู้และได้ประสบการณ์มากขึ้น ชีวิตของเราก็จะมีคุณค่าและมีความหมาย ให้กำลังใจทั้งสองคน และนักเรียนที่รักของครูทุกๆ คนนะครับ

อันการเรียน ต้องพากเพียร อุตสาหะ แม้ถดถอย กำลังพละ อย่าหวั่นไหว

ฟังเสียงเรียก ความสำเร็จ ที่อยู่ใกล้ และก้าวไป ด้วยหัวใจ ที่มั่นคง

ครูรู้ ครูเข้าใจ เธอเหนื่อยหน่าย เธอร้าวกาย ปวดใจ ไล่ไสส่ง

แต่วันหนึ่ง เธอจะยืน อย่างยิ่งยง ขอเพียงมี จิตจำนง ตรงหัวใจ.........

กลอนของ ชนัญญาและ ทยาภา เป็นตัวอย่างที่ดีมากของคำว่า แด่ความรัก

อ่านแล้วก็ทำให้ความรู้สึกว่า โลกของเราอบอุ่นและมีแต่สิ่งที่ดีงาม ถ้าเรามอบความรักให้แก่กัน

สันติสุขก็คงจะเกิดขึ้น

เราขัดแย้งไปทำไม สู้กันไปเพื่ออะไร

เพียงแค่เรารักกัน มีความปรารถนาดีให้แก่กัน

โลกก็จะมีความสุขขึ้นมาก

เท่าที่ได้อ่านในเบื้องต้น ก็ทำให้รู้ว่า สิรวิชญ์ และ ภูริเดช นี่เป็นคนที่ romantic เอาเสียมากๆ สังเกตจากลีลากลอนที่อ่อนหวานไปเสียทุกวรรคนะครับ ส่วนมหาเทพดิว ช่วงนี้คงได้รับอิทธิพลจากการอภิปรายนโยบายรัฐบาล เลยแสดงความคิดเห็นกับนักการเมืองเสียเต็มที่ แต่ถ้าสังเกตดีๆ กลอนของกฤต ก็สะท้อนความจริงของการเมืองแบบไทยๆ เหมือนกัน เอาเป็นว่า คนอื่นๆ ก็ลองเขียนกันมาเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวนะครับ การที่เราฝึกหัดประพันธ์นั้น แม้จะต้องยอมรับว่า เราอาจจะไม่ได้ใช้ในการทำงานในอนาคต แต่นักเรียนก็คงจะเห็นว่า การแต่งคำประพันธ์ให้ได้สักบท คือ การฝึกให้เราคิด (จนอาจจะปวดหัว 555) แต่นั่นแหล่ะครับ คือการฝึกสมอง ฝึกกระบวนการให้เราเกิดปัญญา ถ้าเราไม่คิดอะไรเสียเลย เราก็จะกลายเป็นคนที่ทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้ และไม่กล้าเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น คติของครูมีอยู่อย่างเดียวคือ จงคิด จงขีด จงเขียนและจงแต่ง แต่ง แต่ง แต่ง มันออกมาให้ได้มากที่สุดครับ

ครู...................

เมื่อครั้งกระโน้น กลอนของพระสุนทรโวหารถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า มีเนื้อหาไปทาง "ประโลมโลก" เสียมาก คือไม่มีเนื้อหาสาระเป็นแก่นสาร และเน้นไปเรื่องของความรักหนุ่มสาวเสียมาก แต่เหตุการณ์นั้นก็เป็นประเด็นให้เราต้องขบคิดต่อว่า ที่จริงแล้ว โลกของเราพัฒนามาได้ทุกวันนี้ ก็เพราะความรักที่มนุษย์มีให้แก่กัน เราปรารถนาให้โลกดีขึ้น ให้คนรุ่นต่อไปมีความสุขขึ้น อยู่สบายขึ้น นี้ก็เป็นความรักอย่างหนึ่ง เราหวังให้เพื่อนมนุษย์พ้นจากทุกข์ พ้นจากความเสียใจ นี่ก็เป็นความรัก ความรักจึงอยู่รอบตัวเราเสมอ และผลักดันให้โลกนี้หมุนไป เช่นนี้แล้ว พระสุนทรโวหาร ท่านก็ได้ขับเคลื่อนโลกด้วยความรักในโลกวรรณศิลป์ของท่าน ที่ร้อยเรียงเอาความรัก ความจริงและจินตนาการเข้าไว้ด้วยกัน ดังนั้น การที่นักเรียนจะเขียนกวีนิพนธ์เรื่อง "แด่ความรัก" ครูจึงไม่อยากให้มองในมุมของรักชายหญิงเท่านั้น เพราะความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าจะเป็นของใครแค่สองคน.....

แด่ความรัก รักโลก รักเพื่อนมนุษย์ รักด้วยใจ ใสสุทธิ์ ไม่สิ้นสลาย

เมื่อเขาทุกข์ ส่งน้ำใจ ไม่วางวาย ย่อมสร้างสาย สัมพันธ์ อันยั่งยืน

...................

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี