ข้อดีของความผิดหวัง
โดย ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
ชาวจีนมีภาษิตที่พูดกันติดปากอยู่บทหนึ่งว่า “人生不如意 ,十之八九” พอจะแปลความหมายเป็นภาษาไทยได้ว่า “สิ่งที่ไม่สมหวังในชีวิต มักจะมีถึงแปดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์”
ภาษิตบทนี้เป็นข้อสรุปจากบทเรียนในชีวิตของชาวจีน ซึ่งใครที่ได้ฟังก็มักจะใจหาย
ห่อเหี่ยว และรู้สึกว่าออกจะเป็นการมองโลกในแง่ลบมากไปสักหน่อย
แต่เมื่อผมผ่านโลกมาจนถึงวัยนี้ และหันหลังกลับไปทบทวนดูกลับพบว่าภาษิตบทนี้มีความลึกซึ้งกินใจ หากผู้ได้รับฟังมีอายุสี่สิบปีขึ้นไป ฟังแล้วน่าจะมีความรู้สึกเห็นพ้องไปด้วย เพราะคงจะได้ประสบกับสิ่งต่างๆด้วยตัวเองมามากพอ ส่วนผู้ที่มีอายุเพิ่งย่างเข้าสามสิบ ก็อยากให้รับฟังไว้เป็นคติเตือนใจก่อนที่จะได้พิสูจน์ความจริงของภาษิตบทนี้ด้วยตัวเอง
ผมคิดว่าคนที่ประสบความผิดหวังแปดเก้าครั้งในสิบครั้ง กลับเป็นเรื่องที่ดีเพราะเสมือนหนึ่งได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งชีวิตอย่างแท้จริง เขาจะค่อยๆเรียนรู้ว่า การไม่สมหวังนั้นก็มีเหตุผลในตัวของมันเองอยู่ ตั้งแต่เริ่มตั้งความหวังก็เกิดจากการคิดเองเออเองไปตามความอยากได้ใคร่มีต่างๆ โดยขาดประสบการณ์ชีวิตมากพอที่จะคัดกรองว่าเหมาะควรหรือไม่ ความหวังส่วนใหญ่จึงไม่สำเร็จอย่างที่คาดหวัง เพราะขาดเงื่อนไขและเหตุปัจจัยต่างๆช่วยสนับสนุน แต่ความผิดหวังต่างๆเหล่านี้คือแบบฝึกหัดให้เขาได้ฝึกฝน จนเข้าใจวิธีตั้งความหวัง และการสร้างเหตุปัจจัยให้ความหวังนั้นบรรลุผล
ตรงกันข้าม คนที่สมหวังแปดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อยู่เป็นประจำ เช่น ลูกคนมีอำนาจหรือร่ำรวย ทั้งพ่อแม่และคนอื่นๆที่หวังประโยชน์ก็จะคอยประเคนเอาใจ คนเหล่านี้เมื่อได้สิ่งต่างๆมาง่ายเกินไปก็จะไม่รู้ค่า ตั้งแต่เกิดจนตายไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตที่แท้จริง ถ้าวันใดที่คนเหล่านี้โชคร้าย เมื่อผู้ที่คอยค้ำจุนช่วยเหลือมีอันต้องแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงและรวดเร็ว คนเหล่านี้จะปรับตัวได้ยากลำบากมาก อาจถึงขั้นนำพาชีวิตตัวเองไปไม่รอดเพราะไม่เคยได้เตรียมพร้อมมาก่อน
ในครอบครัวที่ต่อสู้สร้างฐานะจนร่ำรวยในรุ่นพ่อ ถ้าเป็นลูกคนโตก็ยังพอได้เห็นได้ร่วมรับรู้ความยากลำบาก และความพลั้งพลาดผิดหวังของบุพการีมาบ้าง เป็นผลให้ลูกคนโตส่วนใหญ่สามารถเป็นหลักให้แก่ครอบครัวในรุ่นต่อไปได้ แต่ถ้าเป็นลูกคนถัดๆไปมักจะไม่มีโอกาสได้เข้ามาใกล้ชิดกับสถานการณ์ต่างๆ เช่นเดียวกับพี่คนโต
เมื่อครอบครัวเริ่มมีฐานะ ลูกคนรองๆลงไปจนถึงลูกคนสุดท้อง มักจะถูกส่งไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศจนจบปริญญาโท ปริญญาเอกแล้วจึงกลับมาช่วยกิจการของครอบครัว โดยไม่เคยผ่านชีวิตการเป็นลูกจ้างระดับล่างในองค์กรอื่นมานานพอทำให้มองทุกอย่างง่ายไปหมด ไม่มีความอดทนรอบคอบ ทำอะไรก็เอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก
หากได้เป็นหัวหน้าคนก็เป็นหัวหน้าที่ไม่น่ารัก หลงตัวเองว่าเก่งเลอเลิศ เพราะไม่มีโอกาสทำอะไรที่ล้มเหลวมาก่อน เมื่อตำแหน่งสูงขึ้นก็ทำความผิดพลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนถึงกับทำให้กิจการที่บรรพบุรุษสร้างมาด้วยความเหนื่อยยากต้องยับเยินป่นปี้ลงไปด้วยน้ำมือของตัวเอง เพราะความเหิมเกริมและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งน่าเสียดายเหลือเกิน…

ผมหวนนึกถึงถ้อยคำของปรมาจารย์ขงจื๊อที่ว่า
“อายุสามสิบ ยืนหยัดได้มั่นคง
อายุสี่สิบ กระจ่างแจ้งในชีวิต
อายุห้าสิบ ล่วงรู้ความลับสวรรค์”
คงจะหมายถึง อายุสามสิบเริ่มมีประสบการณ์ชีวิต มีทิศทางและเป้าหมายที่แน่นอน เมื่อถึงอายุสี่สิบผ่านประสบการณ์มามากพอ ก็จะไม่ถูกตัวเองครอบงำ รู้จักตั้งความหวังในสิ่งที่เป็นไปได้จึงผิดหวังน้อยลงๆ ส่วนอายุห้าสิบจะตระหนักในสัจธรรมของชีวิต รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรมากกว่าหวังว่าตัวเองจะได้อะไร การทำประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นคือการสร้างบารมี และในที่สุดสังคมจะย้อนกลับมาตอบแทนเขาเองโดยไม่ต้องเรียกร้อง
ผู้ที่เตือนสติตัวเองอยู่เสมอด้วยภาษิตข้างต้น เมื่อผิดหวังก็จะไม่ส่งผลรุนแรงจนเกิดความท้อแท้ แต่จะเกิดการเรียนรู้และหาวิธีแก้ไขเหตุแห่งความผิดหวังเพื่อมิให้ซ้ำรอยเดิมอีก เมื่อผ่านกระบวนการเรียนรู้เหล่านี้จนถึงวัยห้าสิบก็เสมือนหนึ่งเรียนจบหลักสูตร ได้รับ “ปริญญาชีวิต” ติดตัวไปตลอด เป็นภูมิคุ้มกันทางใจให้ไกลจากความทุกข์ สามารถมีความสุขในทุกสถานการณ์ แม้ว่าต้องเผชิญกับความผิดหวังถึงเก้าในสิบครั้งก็ตาม
ขอขอบคุณข้อความดี ๆ ค่ะ
อายุห้าสิบ ล่วงรู้ความลับสวรรค์ ... P'Ple ... ย่าง 55 ในปีนี้ ... อยู่ตรงนี้พอดี .... อายุห้าสิบจะตระหนักในสัจธรรมของชีวิต ... รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรมากกว่าหวังว่าตัวเองจะได้อะไร ... การทำประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นคือ การสร้างบารมี และ ในที่สุดสังคมจะย้อนกลับมาตอบแทนเขาเองโดยไม่ต้องเรียกร้อง ..... ตรงนี้... ไม่คาดหวังค่ะ ... ขอเพียงทำแล้ว "ใจเป็นสุข" นะคะ ขอบคุณกับ บทความดีดี นี้ค่ะ
ขอบคุณเกร็ดความรู้ดีๆ ค่ะ
อ่านแล้วเห็นบางสิ่งที่คุณหมออยากสื่อ นะครับ
....
งดงาม และมีคุณค่ามากนะครับ
ความผิดหวัง ล้มเหลว... ทำให้รู้ เข้าใจทั้งตนเองและผู้อื่น...
ขอบคุณบทความดีๆ ค่ะ :)
happy new year ค่ะ in trend หน่อย
Happy New Year 2013
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก
จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวจงประสบความสุขด้วยอายุ วรรณะ สุข พละ
คิดหวังสิ่งใดขอให้และสมปรารถนาทุกประการ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
มาสวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้มีความสุขตลอดปีและตลอดไป
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖
ขออวยพรให้อาจารย์มีความสุขความเจริญ สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เบิกบานกายใจ และสมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการนะครับ
แวะมาสวัสดีปีใหม่กับน้องหมอ คงอยู่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว
ขอให้มีความสุขมากๆ ไม่รู้อีกกี่ปีกว่าปีจะกลับ
ฝากเที่ยวเมืองไทยด้วยก็แล้วกันครับ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณหมอ
มารับข้อคิดเน้นย้ำหลักสูตร "ปริญญาชีวิต"
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะคะ
ขอให้คุณหมอปรับสมดุลสุขภาพสำเร็จสมความตั้งใจค่ะ
ความสมหวังพาเราชื่นใจ แต่ความผิดหวังเหมือนเป็นครูเรามากกว่า
หากสรุปจริง ๆ แล้ว ทั้งสองอย่างล้วนไม่นิรันดร์ เกิด ผ่าน มาแล้วไปแล้ว ทั้งสองสิ่ง
เราจะอยู่กับมันแบบ รู้ และมีความสุข มีความรู้สึกนึกคิด เป็นกลาง ๆ กับมันอย่างไร สำคัญตรงนี้ ใช่มั้ยคะน้องโหล