วันก่อนผมไปเดินออกกำลังตอนเย็น ณ สวนสิริจิตรอุทยาน (ริมแม่น้ำปิง) ขณะที่เดินเสร็จก็มานั่งพักข้างทาง เห็นเด็กหญิง 2 คน คงเป็นนักเรียนประมาณชั้น ม.1-3  (เดาเอาเอง) ขี่จักรยานซ้อนท้ายกันมา และคนซ้อนท้ายกำลังอ่านออกเสียงชีตปึกใหญ่ที่ถืออยู่ในมือ  เพื่อให้คนถีบจักรยานได้ยินด้วย ภาพในใจ (Mental model) ของผมก็คิดและตัดสินทันทีว่า

  • น่าจะกำลังอ่านทบทวนตำราเพราะใกล้สอบแล้ว
  • คิดไปไกลอีกว่า คงเป็นเด็กที่ขยันเรียนเพราะขนาดตอนเย็นมาออกกำลังกายยังอ่านหนังสือไปด้วย
  • ที่สำคัญที่สุดคือคิดไปว่า วิชาที่อ่านต้องเป็นวิชาคณิตศาสตร์/วิทยาศาสตร์ ฯลฯ

         พอเด็กทั้งสองคนขี่จักรยานผ่านผมไป ได้ยินคนซ้อนท้ายจักรยานอ่านอย่างชัดเจนว่า

          "องค์ประกอบของขันธ์ 5 มีอะไรบ้าง..?"

          ผิดคาดครับ...ผมรีบตัดสินตามร่องคิดเดิมเร็วเกินไป ทั้งๆ ที่ยังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน  เป็นประสบการณ์เล็กๆ ที่เกิดกับตัวเอง  ทั้งๆ ที่ผมก็พยายามตั้งมั่นว่า

  • จะไม่รีบด่วนสรุปอะไรตามกรอบความคิดเดิม/ร่องคิดเดิมๆ ประสบการณ์เดิมของเราเอง  
  • ต้องสรุปหรือตัดสินอะไร "ตามที่มันเป็น"
  • ต้องรอจนกว่าจะได้ข้อมูลครบถ้วนหรือแน่ชัดมากพอ จึงจะสรุป

     แต่วันนี้ก็เผลอไปจนได้ และรู้ตัวเองว่าต้องฝึกตนไม่ให้ด่วนสรุปจนกว่าจะได้ข้อมูลครบถ้วนหรือมากพอ   เพราะผม ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กๆ เหล่านี้จะอ่านหนังสือหรือท่องตำราทางศาสนา จึงได้บทเรียนเป็นบันทึกนี้มาฝากครับ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
 วีรยุทธ  สมป่าสัก