ในการ บรรยาย เรื่อง KM  แต่ละครั้ง  ผมมักจะสร้างบรรยากาศการ เรียนรู้  ด้วยการ  ยั่วยุให้ผู้ฟัง ตั้งคำถาม อยู่เสมอ  เมื่อวานนี้ในการอบรมที่สำนักงานภาคของกรมสรรพากรก็เช่นกัน  ถึงแม้ว่าจะมีคำถามไม่มากนัก  แต่คำถามหลักคำถามหนึ่งที่ทำให้ผมต้องกลับมาครุ่นคิดต่อก็คือ...

        ...การที่เราเดิน KM ตาม Model ปลาทู โดยที่จู่ๆ ก็ Assume เอาเองว่าคนในหน่วยงานจะเข้ามาอ่านสิ่งดีๆ ที่อยู่ใน หางปลาหรือ Knowledge  Assets ที่จัดเตรียมไว้ให้นี้ ...นี่อาจจะเป็นการตั้งสมมติฐานที่ผิด เพราะถึงแม้การแพร่กระจายความรู้  (Knowledge Dissemination) ผ่านระบบหรือเทคโนโลยี จะเป็นเรื่องที่ใช้ค่อนข้างได้ผลสำหรับคนในสังคมตะวันตก

        แต่นี่เรากำลังพูดถึงบริบทของสังคมไทย เรากำลังพูดถึงวัฒนธรรมการทำงานของส่วนราชการ ผมเชื่อว่าผู้ที่ทำงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการแสวงหาความรู้หรอก  คนมักจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อติดต่อสื่อสาร เพื่อการพูดคุย หรือเพื่อการบันเทิง ( Entertainment) เป็นส่วนใหญ่

        อุปนิสัยในเรื่องการใฝ่รู้ ใฝ่พัฒนา ยังไม่ได้ซึมเข้าไปในสายเลือดคนส่วนใหญ่ ...ในการสัมมนาหลายครั้ง ผมพบว่าผู้ฟังที่นั่งอยู่นั้นไม่ต้องการจะเรียนรู้ ไม่ได้ตั้งใจมา หากแต่ว่า จำใจ มาเพราะว่าเป็นคำสั่งหรือว่าเป็นเงื่อนไขของหน่วยงาน การบรรยายของผมหลายครั้งจำเป็นต้องใช้พลังค่อนข้างมาก  เพื่อทำให้ KM เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นเรื่องที่เข้าไปอยู่ในใจ เป็นเรื่องที่ใกล้ชิดกับชีวิตของพวกเขา

        โจทย์ใหญ่ที่อยู่ในใจผมเสมอมา ก็คือว่า... ทำอย่างไรคนจึงจะใฝ่รู้  ใฝ่พัฒนา?”   และคำตอบที่ผุดขึ้นมาทันทีทันใด  ก็คือ... จะต้องทำให้เขาเกิด ปัญญา ...แต่คำพูดที่ว่า ทำให้เขาเกิดปัญญานั้น อาจจะไม่ ถูกต้อง เท่าใดนัก เพราะตามหลักแล้ว  ปัญญาเป็นเรื่องที่ต้องมาจากภายในตัวพวกเขา  ซึ่งในเรื่องนี้พระพุทธเจ้าได้ชี้ช่องทางแห่งปัญญาไว้  3  ทางด้วยกัน  คือ

        1. ปัญญาที่มาจากการฟัง  (สุตตมยปัญญา)

        2. ปัญญาที่มาจากการคิด  (จินตมยปัญญา)  และ

        3. ปัญญาที่มาจากการปฏิบัติ  (ภาวนามยปัญญา)

        คำถามที่ตามมาก็คือ ...แล้วเราจะต้องทำอย่างไร คนจึงจะ นิ่ง พอที่จะ ฟังได้อย่างลึกซึ้ง  ...จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้พวกเขา  คิดได้อย่างเป็นระบบ (Systems Thinking)”  หรือจะต้องทำอย่างไรให้พวกเขาเกิดแรงบันดาลใจมากพอที่จะไป ทำ จริง ซึ่งสิ่งที่จะตามมาก็คือการเรียนรู้ที่ แจ่มชัด กว่าการรับรู้ผ่านประสบการณ์ของผู้อื่น...

        ยิ่งบรรยาย ก็ยิ่งเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ ท้าทาย ครับ... อุปสรรค มีอยู่บ้าง ก็ตรงที่ต้องพยายาม ปรับใจ รวบรวม ตั้งสติ ให้ดีๆ เวลาที่รับไปบรรยาย อย่าหมดกำลังใจง่ายๆ เพราะในหลายๆ ที่ คนที่นั่ง อบรม กันอยู่นั้น ที่ต้องการเรียนรู้จริงๆ  มีไม่ถึงครึ่งหรอกครับ !!