วันนี้พ่อแม่ลูกพากันลงเรือท่องทะเลจะไปเกาะล้านหลังจากรับประทานอาหารแล้ว ออกจากโรงแรมที่พักขึ้นรถโดยสารมาที่ท่าเรือ ซื้อตั๋วเพื่อจะลงเรือเที่ยวแรกและเป็นครั้งแรกในชีวิต                      

                                                        


  เดินลงเรือด้วยความพิศวงสงสัยว่าเรือเดินทะเลบรรทุกของตั้งมากมายอะไรอย่างนี้ ที่เห็นอยู่ด้านหน้า เป็นอาหารสด จำพวกผัก ผลไม้ และอื่นๆอีกมากอยู่เต็มท้องเรือ มัวสงสัยอยู่ไม่ได้เพราะคนที่เดินตามหลังเรามาก็ลุ้นให้เดินต่อ ไปถึงบนเรือคนนั่งเต็มหมด 

                                                                    

               ละล้าละลังอยู่ว่าจะนั่งที่ไหน ก็เห็นม้านั่งตรงหน้าเรามีผู้ใหญ่ 2 คน ชายหญิงและมีเด็กอีก 1 คน เขาก็นั่งเต็มที่ ที่นั่งให้นั่งได้ 3 คน แต่ขึ้นมาแล้วเด็กเล็กน่าจะนั่งตักได้ เราก็ขอนั่งด้วยคนเขาก็ยอมขยับอย่างไม่ค่อยเต็มใจ


                                                  

                   แต่คนที่นั่งเก้าอี้ด้านหน้าบอกว่ามานั่งที่นี่ได้ ลูกกล่าวขอบคุณ และชมว่ามีน้ำใจดี น่ารัก พ่อเดินไปหาที่นั่งได้ตอน กลางๆ รอสักครู่เรือก็ติดเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ควันจากเครื่องยนต์ฟุ้ง เหม็นกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งจนต้องเอามือปิดจมูก เรือเริ่มเคลื่อนตัวลอยลำออกจากฝั่ง 

                                                                      

                 สายตาเราสำรวจรอบๆตัว คนที่นั่งอยู่เก้าอี้ตัวเดียวกับเรา คงเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อ แม่ และลูกชายอายุประมาณ 7 - 8 ขวบ แต่แปลกที่เด็กขนาดนี้ไม่สนใจหรือตื่นเต้นกับทะเลเลย เอาแต่ฟุบหน้าหลับ ชายหญิงที่คิดว่าเป็นพ่อกับแม่ก็กอดคอกัน ซบกัน ทำเหมือนเป็นนักท่องเที่ยว ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็นคนต่างชาติแถบมาเลย์ แต่ก็ไม่เห็นมีสัมภาระอะไรนอกจากถุงอาหารที่ห้อยแขวนอยู่ 

                                               

                                                   

         จนกระทั่งเรือแล่นจะถึงจวนจะถึงเกาะ ผู้ชายลุกขึ้นเดินไปทางหัวเรือ คงไปทำหน้าที่อะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็ถามผู้หญิงว่ามาทำงานที่เกาะนี้หรือ เขาพูดด้วยสำเนียงไทยที่ฟังแล้วรู้ว่าเป็นคนต่างด้าว บอกว่ามาทำงานที่เกาะนี้อยู่ร้านอาหาร ... มิน่า...จึงแล้งน้ำใจนัก แล้วยังทำเนียนซบกัน ทำท่าสวีตหวานแหวว อะไรจะปานนั้น ยิ่งกว่านักท่องเที่ยวที่เป็นฝรั่งเสียอีก .....

                                                                 

                          คือสิ่งเราคิดในตอนแรก แต่ลองใช้ความคิดที่ลึกลงไปอีก ก็รู้ว่าเราเองนั่นแหละที่ตีความหมายจากพฤติกรรมของเขาผิด เพราะเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง จะให้คนอื่นๆมาเหมือนกับเราได้อย่างไร 
                                                                             

          ในเรือลำนี้นอกจากมีนักท่องเที่ยวเหมือนเราแล้ว   บางคนมาทำงาน อย่างครอบครัวที่นั่งข้างๆเรานี้อายุยังน้อยลูกก็ยังเด็ก แต่เขาต้องลงเรือมาซื้ออาหารในเมืองคงมากับเรือลำที่ออกจากเกาะตั้งแต่เย็นวานนี้ แสดงว่าคืนที่ผ่านมาเดินซื้อของแล้วมีเวลานอนไม่พอ ต้องรีบขนของมาท่าเรือเพื่อให้ทันเวลาลงเรือเที่ยวแรก เพื่อให้ร้านทำอาหารขายสำหรับนักท่องเที่ยว พ่อแม่มาลูกก็ต้องตามมาด้วยจึงมาฟุบหน้านอนหลับอยู่ในเรือ 

                                                                             

           หลายคน หลายชีวิตที่อยู่บนเรือลำนี้ มีเส้นทางการดำเนินชีวิตแตกต่างกันไป  ในช่วงเวลาสั้นๆที่ได้พบกันขอให้เข้าใจกัน เพื่ออยู่ร่วมกันในโลกใบนี้อย่างมีความสุข   ขอให้มีความสุข Happy ๆ  นะคะ 

                                      

                                    

                         ข้อคิดประจำวันนี้คือ

   อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น    ต้องคิดพิจารณาให้ดีก่อนจึงตัดสินใจ