เมนูบ้านนา :

เห็ดตับเต่า...หน้ากุฏิพระ




อาหารเย็นวันนี้ คือ "แกงส้มเห็ดตับเต่า" ครับ





          บ่ายวันนี้(7/12/55) หลังจากติดต่อธุระกับลูกค้าในตัวเมืองเชียงใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็ตั้งแวะเข้าไปเยี่ยมพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยกันมากกว่า 20 ปี ที่วัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม) ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยท่านเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากการปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศเบลเยี่ยมเมื่อเดือนก่อน หลังจากที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศมาเกือบ 10 ปี

          วัดอุโมงค์แห่งนี้ ชาวเชียงใหม่รู้จักกันในนามของ "วัดอุโมงค์เชิงดอย" หรือ "วัดอุโมงค์ หลัง มช." นะครับ  เนื่องจากตั้งอยู่ที่เชิงดอยสุเทพ ด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีอายุมากกว่า 700 ปี และเป็นวัดที่มีความสงบและร่มรื่นมาก

          แต่เนื่องจากผมไม่ได้โทรไปนัดหมายท่านไว้ก่อน เมื่อผมไปถึงวัดก็เลยไม่ได้พบท่าน เพราะท่านเดินทางนำเอาผ้าห่มกันหนาวและสิ่งของต่างๆ ไปบริจาคให้กับชาวเขาที่อำเภอฮอดพร้อมกับท่านเจ้าอาวาสและพระรูปอื่นๆ ผมเลยเข้าไปเยี่ยมพระอีกรูปหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ของผมแทน

          หลังจากสนทนากับพระลูกศิษย์เป็นเวลาพอสมควรแล้ว  ผมก็กราบลาท่านเพื่อจะกลับบ้าน  แล้วก็เดินเลียบริมสระน้ำไปที่รถยนต์ซึ่งจอดเอาไว้ที่ค่ายคุณธรรม

          ในระหว่างที่ผมเดินเลียบริมสระน้ำของวัดอยู่นั้น ช่วงหนึ่งผมบังเอิญมองเห็น "เห็ดฮ่า" หรือ "เห็ดตับเต่า" ขึ้นอยู่ริมทางเดินหนึ่งดอก เพื่อความแน่ใจ ผมก็เลยเข้าไปดูใกล้ๆ ให้กระจ่างชัด แล้วผมก็พบว่าในบริเวณนั้นมีเห็ดตับเต่าขึ้นอยู่เยอะแยะเลย

          เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่ามี "ต้นหว้า" หนึ่งต้นอยู่หน้ากุฏิของพระสงฆ์ ซึ่งต้นหว้าหรือต้นฮ่านี้เองที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เห็ดฮ่าหรือเห็ดตับเต่าเกิดขึ้น  โดยฝนที่ตกมาอย่างหนักเมื่อหลายวันก่อนเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เห็ดตับเต่าเกิดขึ้นมา

          เนื่องจากเห็ดมีปริมาณมาก  ผมก็เลยเดินไปเอาตะกร้ากับมีดมาจากโรงครัวของค่ายคุณธรรม จากนั้นผมก็ลงมืดเก็บเห็ดด้วยความระมัดระวัง พลางคิดอยู่ในใจอย่างอารมณ์ดีว่า  "ลาภปากแท้ๆ เลยตรู วันนี้  555"

          ในขณะที่ผมกำลังเก็บเห็ดอยู่เพลินๆ นั้น  เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมา  "กำลังทำอะไรอยู่เหรอโยม?"

          เมื่อผมหันไปมอง ก็พบพระภิกษุรูปหนึ่งกำลังมองมาที่ผมด้วยความสนใจ

          "กำลังเก็บเห็ดตับเต่าอยู่ครับผม"  ผมตอบท่านไป

          "เห็ดชนิดนี้ทานได้หรือเปล่าโยม? อาตมาเคยเห็นมันขึ้นบริเวณนี้ทุกปีเลยน่ะ  ปีละหลายครั้งด้วย  แต่ไม่รู้ว่าเห็ดอะไร เห็นดำๆ นึกว่าทานไม่ได้  ก็เลยไม่ได้สนใจ ปล่อยให้มันเน่าเปื่อยไปเองตามธรรมชาติ"

          "เห็ดชนิดนี้ ทางภาคกลางเรียกว่า เห็ดตับเต่า ครับ  ส่วนทางภาคเหนือเรียกว่า เห็ดฮ่า  สามารถทานได้ครับ ทำเมนูอาหารได้หลายอย่างเลยทีเดียว"  ผมบอกท่าน

          "รสชาติอร่อยไหม? "  ท่านถามแบบยิ้มๆ

          "อร่อยมากพอสมควรครับ" 

          "แล้วทำเมนูอะไรได้บ้าง?"

          "ทำแกงส้ม ผัดน้ำมันหอย หรือต้มเค็มก็ได้นะครับ อร่อยเหมือนกันครับ"

ท่านถามผมเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง โดยมีผมเป็นคนคอยตอบคำถามให้ท่านฟังอย่างกระจ่างแจ้ง

          "โยม! สงสัยโยมคงจะมีโอกาสได้เก็บเห็ดตับเต่าบริเวณนี้ครั้งนี้เพียงครั้งเดียวเท่านี้แหละน่ะ" ท่านพูดขึ้นมาอย่างน่าสงสัย

          "อ้าว! ทำไมละครับ ท่าน?" ผมถามด้วยความสงสัย

          "ก็เพราะว่าต่อไปอาตมาจะเป็นคนเก็บเห็ดเองนะซิ  โยมอยู่ไกลถึงสันกำแพงคงมาเก็บเห็ดตรงนี้ไม่ทันอาตมาหรอกน่ะ จะบอกให้   หะ ห่ะ ห้า "   ท่านเฉลยปริศนาอย่างอารมณ์ดี

          "คิ คิ คิ"  ผมพลอยหัวเราะตามท่านไปด้วย


          ตกลงแล้ว  วันนี้ผมเก็บเห็ดตับเต่าที่หน้ากุฏิของพระรูปนั้นได้เกือบเต็มตะกร้านะครับ  โดยผมนำกลับมาทำอาหารกินที่บ้านเพียง 4-5 ดอก  ส่วนที่เหลือผมนำไปมอบให้กับแม่ครัวของค่ายคุณธรรม ซึ่งแม่ครัวจะนำไปทำอาหารถวายให้พระภิกษุสงฆ์และสามเณรได้ฉันต่อไป  ในฐานะที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพและเป็นเมนูแปลกที่หาได้ยากอย่างหนึ่ง

          Happy Ba...จริงๆ เลยครับ  วันนี้    555






หน้ากุฏิพระสีขาวๆ มีต้นหว้าขึ้นอยู่หนึ่งต้น

ส่วนบริเวณที่เห็นโล่งๆ คือ จุดที่เห็ดตับเต่าหรือเห็ดฮ่าขึ้น

มีเห็ดขึ้นอยู่เยอะแยะเลย

ตรงนี้ขึ้นเป็นกลุ่ม

ผมดึงใบไม้ที่คลุมอยู่บนดอกเห็ดแรงไปหน่อย เลยทำให้เห็ดถลอกอย่างที่เห็น

เลือกเก็บเอาเฉพาะดอกที่ยังไม่แก่และยังกินได้นะครับ

เก็บได้เกือบเต็มตะกร้าเลย

น่าทานไหมเอ่ย?