( ต่อจากตอนที่แล้ว ) นิติศาสตร์แนวพุทธตามมุมมองพระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ. ปยุตฺโต ) ย่อได้ดังนี้ คำว่า นิติศาสตร์ แปลกันว่า วิชากฎหมาย เป็นวิชาด้าน politics คือวิชาด้านรัฐศาสตร์ หรือ วิชาการเมือง ในคัมภีร์พุทธว่า ขตฺติยธมฺมสงฺขาเต นีติสตฺเถ ( ชา.อ. 8/452 ) แปลว่า ในนิติศาสตร์กล่าวคือ ขัตติยธรรม. นิติ แปลว่า การนำ , นายก , นิติศาสตร์ จึงแปลว่า ศาสตร์แห่งการนำ นิติศาสตร์และธรรมศาสตร์ มีสื่อเชื่อมโยงกัน เพราะธรรมศาสตร์คือวิชาว่าด้วยหลักการและข้อปฏิบัติต่าง ๆ ส่วน นิติศาสตร์ คือวิชาว่าด้วยการปกครอง ในสังคมชมพูทวีปถือคติว่า...บุคคลนั่งนอนใต้ร่มไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งก้านของต้นไม้นั้น ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนทราม. ( ขุ.ชา. 27/1469/297 ) ก็ถือว่าเป็นกฏหมายในยุคนั้น นั้นคือกฎหมายต้องมาจากธรรม ต้องชอบธรรม และต้องเพื่อธรรม กฎหมายในทางพุทธมีคำที่ใกล้เคียงที่สุดคือ วินัย แปลว่า การจัดตั้งวางระบบแบบแผน วินัยมาจาก ธรรมวินัย เป็นองค์ประกอบใหญ่ของพระพุทธศาสนา คำว่า ธรรม คือความจริงในธรรมชาติ เช่น...ตถาคต ( พระพุทธเจ้า ) จะเกิดหรือไม่เกิดก็ตามหลักความจริงก็คงอยู่อย่างนั้นเป็นธรรมดา..ตถาคตทั้งหลายค้นพบหลักความจริงคือตัวธรรมนี้แล้ว จึงนำมาเปิดเผยแสดง ชี้แจง ทำให้เข้าใจง่าย. ( องฺ. ติก. 20/576 ) พระพุทธเจ้าทรงประกาศพุทะธรรมเพื่อให้มนุษย์เข้าถึงสัจธรรมจึงจัดตั้งวางระบบแบบแผนทางสังคมขึ้นมาเป็นชุมชน เรียกว่า สังฆะ แปลว่า หมู่หรือ ชุมชน นั้นคือพระพุทธเจ้า ทรงสามารถเข้าถึงความจริง และยังสามารถนำความความจริงนั้นมาทำประโยชน์แก่คนหมู่มากได้ด้วย วินัย นั้นแล............................................................บรรณานุกรมพระพรหมคุณาภรณ์ ( ป.อ. ปยุตฺโต ) .( 2555 ) . นิติศาสตร์แนวพุทธ . พิมพ์ครั้งที่ 13 . กรุงเทพ ฯ : วิญญูชน .
คนดี คือ ผู้ที่มี ศีลาจารสัมปันนะ คือถึงพร้อมด้วยศีล(กฎหมาย)และ อาจาระ(สิ่งที่ควรยึดถือถึงแม้ไม่ผิดกฎหมาย) มุมมองของผมอย่างนี้ เพียงแต่เสนอเท่านั้น ควรมากน้อยเท่าใด ให้แนะนำผมบ้าง
สวัสดีครับ ท้าวสีโห
ก็เป็นมุมคิดที่น่าสนใจนะครับผม
การตีความอยู่ในสนามปรัชญาย่อมมองได้หลายมุมนะครับ ไม่มีผิดไม่มีถูก...