( ต่อจากตอนที่แล้ว )


นักปรัชญาชื่อ  เอมเปโดเคลส ( Empedocles พ. ศ. 48 – 108 ) เขาเกิดในแถบเกาะซิซิลี  เขาเป็นลูกนักการเมือง  เขาเป็นนักการเมือง  นักพูด  กวี  แพทย์  นักสอนศาสนา  นักปรัชญา จุดจบชีวิตเล่าว่าเขากระโดดลงปล่องภูเขาไฟเอตนาเพื่อพิสูจน์ตนเองว่าเป็นพระเจ้า เขากล่าวทำนองว่า  ปฐมธาตุมีอยู่  4  สิ่งคือ  ดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  นั้นแล  ถามว่าอะไรเป็นตัวการรวมและแยกปฐมธาตุเหล่านั้น  เขาตอบว่า  พลังความรักรวมธาตุ 4 เข้าด้วยกัน  และพลังเกลียด  คอยแยกธาตุเหล่านั้น


ในระหว่าง  พ. ศ. 83 – 133 นครรัฐที่รุ่งเรืองที่สุดของกรีกคือเอเธนส์  และมีนักปรัชญาคนสำคัญชื่อ  อานักซาโกรัส  ( Anaxagoras พ. ศ. 43 – 115 )  จากการที่เขากล่าวถึงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ชาวเอเธนส์ยุคนั้นเชื่อว่าพระอาทิตย์คือเทพเจ้าอะพอลโล  พระจันทร์คือเทพีเตมีส  แต่เขาบอกว่า  พระอาทิตย์คือก้อนหินร้อนแดง  พระจันทร์คือก้อนดินธรรมดา ทำให้ถูกจำคุก เขายอมรับความจริง  2  อย่างคือ  จิตและสสาร  ปรัชญาเขาอยู่ในแนวคิดเรื่องมโน  เขาเป็นนักปรัชญาคนแรกที่พูดถึงเรื่อง  จิต ไว้อย่างแจ้งชัด


ต่อมาก็เป็นสำนักปรมาณูนิยมมีนักปรัชญาคือ  เดมอคริตุส  ( Democritus  พ. ศ. 83 – 173 )  เขาเกิดอยู่ในแคว้นเธรส  ชื่อเมืองอับเดรา  เขาเดินทางท่องโลกไปถึงเปอร์เซียและอียิปต์ เขากล่าวทำนองว่า  ฉันพอใจพิสูจน์เรขาคณิตเพียงข้อเดียวมากกว่ารบชนะเปอร์เซีย  เขาบอกว่า  ปฐมธาตุคือ  ปรมาณูหรืออะตอม  เขาว่าความรู้ระดับผัสสะเป้นความรู้เทียม  ไม่ใช่ความรู้แท้  เขาว่าเทพเจ้าเกิดจากปรมาณูที่ละเอียดมาก  เขาว่าทุกชีวิตมีจุดหมายคือความสุข  ความสุขคือความสบายใจที่เกิดจากความสงบราบเรียบในกระแสจิต  จากมุมมองของเดมอคริตุสแสดงว่าเขาเป้นนักวัตถุนิยมเพราะเชื่อในความจริงสูงสุดคือปรมาณู
........................................................................

บรรณานุกรม

พระเมธีธรรมมาภรณ์ ( ประยูร ธมฺมจิตโต ) . ( 2537 ).ปรัชญากรีก : บ่อเกิดภูมิปัญญาตะวันตก. กรุงเทพ ฯ : ศยาม .