โลกอีกสองร้อยล้านปีข้างหน้า ถ้าคนยุคปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตแบบนี้
ก็อาจสูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว กว่าสัตว์ใดๆที่เกิดมาในโลก
และอาจเกิดมีสัตว์ชนิดใหม่
ที่ฉลาดกว่ามนุษย์ยุคปัจจุบันขึ้นมาอยู่ในโลก
สัตว์เหล่านั้นอาจจะปั้นรูป "มนุษย์โบราณ" เป็นเครื่องดึงดูดการท่องเที่ยวแหล่งโบราณคดีของโลก
ที่เคยเป็นแหล่งศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณเมื่อ 200 ล้านปีมาแล้ว
เหมือนกับเราปั้นรูปไดโนเสาร์ในปัจจุบันไว้หน้าบริเวณที่เราพบซากไดโนเสาร์
ลองคิดดูนะครับ ท่านว่าเขาจะเขียนถึงเรา ในแบบใด

ที่เห็นนี้ คือรูปปั้นมนุษย์โบราณ ครองโลกระยะสั้นๆ
เพียงล้านปี เมื่อประมาณ 200 ล้านปีมาแล้ว
จากโครงกระดูกที่พบ คาดว่าเป็นสัตว์เดินสองขา ขาหลังยาว
น่าจะเดินตัวตรง มีขาหน้ายาวที่ไม่น่าจะใช้ในการเดิน เพราะมีนิ้วของขาหน้ายื่นยาวออกมาห้านิ้ว
น่าจะใช้ทำงานต่างๆได้ดี มีฟัน 32 ซี่ ไว้เคี้ยวอาหารที่คุณภาพค่อนข้างดี มีกะโหลกโตช่องว่างมากต่อกับช่องว่างในกระดูกสันหลัง
เป็นเส้นทางการสั่งงานของสมอง
จึงคาดว่าจะเป็นสัตว์จะมีขนาดสมองใหญ่พอสมควรทีเดียว
แต่ ทำไมมนุษย์โบราณเหล่านี้จึงสูญพันธุ์ในระยะเวลาอันสั้น
เพียงครองโลกไม่ถึงล้านปี
ทางนักโบราณคดีสมัยใหม่ ที่คิดค้นมา สันนิษฐานตามหลักฐานที่พบว่า
อาจจะ เนื่องจาก
ก. มีสมองมากพอสมควรแต่ยังไม่พอใช้
จึงทำให้คิดว่าตัวเองฉลาด แต่กลับทำลายทรัพยากร สังคม และสิ่งแวดล้อม สร้างสารพิษให้กับระบบนิเวศของตัวเองเอาเปรียบพวกเดียวกันเองจนสูญพันธุ์
หรือ
ข. ไร้ระบบสมองที่ดี
คิดแต่เอาเปรียบกันเอง มีแต่ความโลภ แข่งกันทำลายโลก เพื่อสะสมสิ่งที่ตัวเองก็ไม่ได้ใช้
เอาเปรียบคนอื่นที่จำเป็นต้องใช้ จนระบบทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมล่มสลาย
รู้ว่าผิดก็ยังไม่มีใครคิดแก้ไข ธุระไม่ใช่ ทั้งๆที่อยู่ในโลกเดียวกัน
หรือ
ค. ยังเป็นมนุษย์ชั้นต่ำ
สมองยังไม่พัฒนา คิดได้แค่ความรู้ในการทำลายตัวเอง
ความรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ยังคิดไม่ออก แม้จะมีมนุษย์ชั้นสูงเกิดปะปนมาบ้าง
ที่คิดออกบ้าง พวกมนุษย์ชั้นต่ำเหล่านี้ก็ยังไม่เชื่อ ไม่สนใจ ไม่ทำตาม แม้การขุดค้นโดยละเอียดพบว่ามีมนุษย์ชั้นสูงได้เขียนตำรา "คู่มือมนุษย์" ไว้เป็นทางรอดของมนุษย์ ก็น่าจะไม่มีใครสนใจศึกษา
หรือ
ง.????????????
หรือ
จ.???????????????
หรือ ฯลฯ
(ที่ขอให้เด็กๆ ที่มาชมเมืองโบราณนี้ได้ต่อเติมเพื่อการเรียนรู้ของสัตว์โลกยุคใหม่อย่างพวกเรา)
จนเป็นเหตุทำให้เกิดการสูญเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ยุคโบราณในช่วงเวลาของการครองโลกเพียงไม่ถึงล้านปี
เมื่อ สองร้อยล้านปีมาแล้ว
เทียบกับยุค “จูรัสสิก” ของไดโนเสาร์ที่ครองโลกมาเกือบสองร้อยล้านปีแล้ว
ไดโนเสาร์มีวิธีการอยู่ร่วมกันที่สอดคล้องกับธรรมชาติดีกว่ามากๆ จึงอยู่ได้นาน
ถ้าไม่มีอุกกาบาตขนาดใหญ่ตกมาทำลายระบบนิเวศ ไดโนเสาร์อาจจะยังไม่สูญพันธุ์ ที่จะเปิดช่องให้
"มนุษย์ชั้นต่ำ" ได้พัฒนาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มาครองโลกต่อมา
แต่การครองโลกของมนุษย์ชั้นต่ำเหล่านี้ ก็ระยะสั้นๆ
แค่เพียงประมาณหนึ่งล้านปี เท่านั้นเอง มนุษย์เหล่านี้ ก็เอารัดเอาเปรียบกัน
แย่งกันทำลายโลก จนถึงกับสูญพันธุ์ในระยะเวลาไม่นาน!!!!!!
ที่เป็นโอกาสให้มนุษย์ยุคใหม่อย่างพวกเราได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนสำเร็จหลังจากมนุษย์ชั้นต่ำสูญพันธุ์ไป 200 ล้านปี
ลองคิดดูครับ
ถ้าสัตว์โลกที่จะเกิดขึ้นมาในยุคต่อไปอีก 200 ล้านปีข้างหน้า จะว่าเราอย่างนั้นท่านจะคิดอย่างไรในวันนี้ ครับ
ลองคิดเล่นๆ อาจจะนึกอะไรออกบ้างครับ
อิอิอิอิอิอิอิ
Mother Nature experimented with Homo species. They failed the DNA survival test and were destructive to all other species.
Like good surgeons, Mother Nature operated and removed this cancerous life-form from the Universe, so that good and decent lives can progress towards higher intelligence.
;-)
(What happening now is that the bad bits didn't get proper and full treatments, so they survived, developed immunity and ways to infect others and to evade treatments. ;) ;) )
ครับ แล้วจะลงท้ายไง มะเร็งจะอยู่รอดได้โดยไม่มีร่างกายรองรับได้ไหมครับ ผมคิดตามเขาไม่ทันนะครับ เลยสงสัย อิอิอิอิ