ถึงแม้เรื่อง KM (การจัดการความรู้) ในเมืองไทยจะมีการพูดกันมาเป็นเวลาร่วมสิบปีแล้วก็ตาม แต่ผมพบว่าองค์กรส่วนใหญ่มักจะพูดถึง KM ในลักษณะที่ไม่แนบแน่นอยู่กับการทำงาน เป็นการเข้าใจ KM ในลักษณะที่ "ลอยตัว" แค่พูดหรือสอนเพื่อให้รู้ว่า KM คืออะไร? เรียนรู้ไปเพื่อจะได้เตรียมการทำให้องค์กรผ่านการประเมิน KPI ในเรื่องนี้ไปได้

          มีองค์กรจำนวนไม่มากที่เข้าใจหลัก KM อย่างแท้จริง จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้แล้วก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานได้ เป็นการนำ KM ไปใช้สร้างการเรียนรู้ให้กับผู้ที่ปฏิบัติงาน ทำให้การใช้ KM ไม่เป็นการเพิ่ม "ภาระ" ให้กับคนทำงาน หากแต่เป็นการเพิ่ม "พละ" (พลัง)  ให้ เรียกได้ว่าเป็นการสร้าง "ทางเลือกใหม่" สำหรับใช้พัฒนาคน แทนที่จะไปพึ่งวิธีการดั่งเดิมซึ่งก็คือใช้การอบรมสัมมนาเป็นหลัก องค์กรเหล่านี้รู้ดีว่า KM เป็นการพัฒนาที่ "เนียนอยู่ในเนื้องาน"

          แต่บางองค์กรก็ไปได้ไกลกว่านั้น คือไม่ได้มองว่า KM เป็นเครื่องมือสำหรับการพัฒนาที่อยู่ใน "เนื้องาน" เท่านั้น หากแต่มองเห็นว่า แท้จริงแล้ว KM เป็นการพัฒนาที่อยู่ใน "เนื้อตัว" คนทำงานด้วยซ้ำไป . . KM สอนให้คนฟังกันมากขึ้น ฟังกันอย่างมีสติ . . KM สอนเรื่องการเป็นผู้ให้ สอนให้รู้จักแบ่งปันมีจิตใจเมตตา ไปๆ มาๆ KM ทำให้เกิดการพัฒนาด้านใน ทำให้การสื่อสารระหว่างกันดีขึ้น เกิดความร่วมมือระหว่างกัน ทำให้ความสัมพันธ์ของคนในองค์กรดีขึ้น . . ใครที่นำ KM ไปใช้ได้ถึงจุดนี้ นี่แหละ นักจัดการความรู้ตัวจริง !