เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด : ลงแขกเกี่ยวข้าว (2) เก็บภาพบรรยากาศการ "ลงแขกเกี่ยวข้าว" ที่บ้านแม่ตาดมาฝากเพื่อนชาว g2k อีก 1 ชุดนะครับ
อะไรเอ่ยสุกสองทีกินอร่อย
ชุมชนยังมีความสามัคคี เหนื่อย พัก หิว กิน(ดื่ม)น่าอร่อย
ชุมชนมีความสามัคคี เหนื่อยพัก หิวกิน(ดื่ม)
สวัสดีครับ ท่าน
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ตอบว่า "ข้าว" นะครับ
หนึ่งคือ...สุกเหลืองอร่ามตอนอยู่ในนา
สอง คือ....สุก ตอนหุงอยู่ในหม้อ 555
สวัสดีครับ คุณหมอ
หมออนามัย
เดี๋ยวนี้วิถีชีวิตแบบนี้หาดูได้ยากแล้วนะครับ คุณหมอ
เพราะใครๆ ต่างก็อยากได้ค่าแรงที่เป็นเงินเป็นทอง
เลยส่งผลทำให้ "การลงแขก" เริ่มหายไป
ทั้งๆ ที่เป็นวิถีชีวิตบ่งบอกถึงความรักสามัคคี พึ่งพาอาศัยกัน และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
แต่โชคดีอยู่มากเลยนะครับ ที่ๆ บ้านแม่ตาดยังรักษาวิถีชีวิตแบบนี้เอาไว้ได้อยู่
เนื่องจากชุมชนนี้มีความเข้มแข็งมากๆ เลยครับ
เห็นคำว่า...ลงแขก...ในช่วงหลังๆ ...แปลออกมาไม่ดีเลย บันทึกนี้...ทำให้ภาพของลงแขก...มีความหมายคืนมาเหมือนเดิม สุขใจจังครับ...ชาวนา ยังเป็นอาชีพแรกๆ ที่มีเกียรติสำหรับผม 1 ชาวบ้าน 2 ครู 3 หมอ 4 สัปเหร่อ สายดีนะครับพี่เพลิน....
บรรยากาศเหมือนลงแขกเกี่ยวข้าวที่บ้านเลยค่ะ
สวัสดี คุณหมอ
ทิมดาบ
* "ลงแขก" และ "เวียนเทียน" 2 คำนี้ ตอนหลังความหมายเริ่มเบี่ยงเบนไปนะครับ ทั้งๆ ที่ในความหมายเดิมแล้วมีความงดงามอย่างมากๆ เลย
** ที่ศรีสะเกษบ้านเกิดผมตอนหลังๆ มานี้ การ "ลงแขก" ไม่มีให้เห็นแล้วนะครับ เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่นั่นไม่ค่อยรู้จักวิถีชีวิตแบบนี้ ต่างจากบ้านแม่ตาดที่ยังสามารถรักษาวิถีชีวิตแบบนี้เอาไว้ได้จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้
*** ผมสบายดีนะครับ คุณหมอ...ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีครับ บนฐานของการใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามที่ผมได้เลือกเดินมาแล้วหลายปี
สวัสดีครับ คุณ
กอหญ้า
แสดงว่าที่บ้านของคุณกอหญ้ายังเป็นชุมชนที่เข้มแข็งเหมือนกับที่บ้านแม่ตาดเลยนะครับ