นอนฟังพี่ชายอ่านหนังสือจนหลับด้วยความสุข

นอนฟังพี่ชายอ่านหนังสือจนหลับด้วยความสุข

 

ช่วงนี้เป็นห้วงเวลาของชีวิตที่ปรับเปลี่ยนกิจวัตรของตนเล็กน้อยค่ะ

หลังจากกลับมาจากอังกฤษ รายงานตัว เริ่มงานที่กรุงเทพฯ จากประเด็น รถติด บ้านที่พักอาศัยอยู่ไกลจากที่ทำงาน ระยะนี้อยู่คนเดียว ถ้าขับรถไปกลับข้ามจังหวัดทุกวันอาจเกิดอาการเหนื่อย เพลีย ยังหาที่พักชั่วคราวในกรุงเทพฯแบบถาวร(ช่วงวันทำงาน) ยังไม่ได้ จึงมาอาศัยพักที่บ้านพี่ชายก่อน

บ้านหลังนี้เคยเป็นที่อาศัยของเราตั้งแต่เราเรียนหนังสือชั้นมัธยมค่ะ จึงเคยชิน แต่จะอยู่ไปตลอดเลยก็เกรงใจสมาชิกของครอบครัวของพี่ชายอยู่พอสมควร 

หากไม่แน่ค่ะ ถ้าอยู่สนุก มีความสุขกันทั้งเจ้าของบ้านและผู้อาศัย ก็จะอยู่ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องไปหาที่พักอื่น เช่นหอพัก คอนโด

 

สิ่งที่ดึงดูดให้เราอยากอยู่ไปนาน ๆ ก็เช่น อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ พี่สะใภ้เป็นคนทำอาหารเก่ง อร่อย แบบเมนูธรรมดา ๆ ผัดกะเพรา ผัดผัก ข้าวผัด ข้าวต้ม แกงจืด ฯลฯ ผสมกับที่เดี๋ยวนี้เราเชี่ยวชาญเรื่องการทำครัวขึ้นมาก จึงร่วมทำด้วยกัน อบอุ่นมาก จึงเริ่มติดที่จะอยู่บ้านมากกว่าไปอยู่หอพัก แม้หอพักหรือคอนโดจะเหมาะต่อการทบทวนงานมากกว่า

 

อีกเรื่องที่เพิ่งเจอเมื่อคืนคือ พี่ชายของเรายังนิยมอ่านหนังสือออกเสียงอยู่ เหมือนที่เราเป็นเด็กเล็ก ๆ  และกึ่งเล่าเรื่องให้เราฟัง โดยเรานอนฟัง เหมือนสมัยเด็ก ๆ ที่พี่เล่านิทานหรือสอนหนังสือน้องสาว จนน้องสาวนอนหลับไป

อืม มีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ

จน เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

 

ความสุขจากเสียงอ่านหนังสือของพี่ชาย กล่อมให้น้องสาวซึ่งไม่ใช่เด็กเล็กแล้ว หลับสนิท ฝันดีแต่จำเรื่องราวไม่ได้ เมื่อตื่นรู้สึกสดใส ดื่มกาแฟแก้วเดียว ดื่มนมสดตามอีกหน่อย อาบน้ำแต่งตัว ความล้า เพลียจากงานเมื่อวานพลันหายไปสิ้น แบกกระเป่าเป้ จัดข้าวของ คิดเตรียมการเตรียมงานในใจ และเตรียมตัวเรียนภาษาอังกฤษตามที่นัดคุณครูคู่ใจ(นัดเรียนตั้งแต่เช้าเจ็ดนาฬิกา) ก้าวเดินขึ้นสถานีรถไฟฟ้า เดินทางโดยรถไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงรถติด

เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง มองจากสถานีรถไฟฟ้าลงมาที่ท้องถนน

 

อรุณสวัสดิ์นะ กรุงเทพฯ เธอสวยสมวัย แลดูเหมือนสาวนักธุรกิจ วุ่นวาย ยุ่งเหยิง แต่ฉันก็รักเธอนะ กรุงเทพฯ

 

ขอแบ่งความสุขวันนี้แด่ทุก ๆ คนค่ะ