การเข้าไปศึกษาชุมชน ที่บ้านกระเหรี่ยงแม่ปิง พร้อมกับ นักศึกษา ปริญญาโท สาขาการส่งเสริมสุขภาพ มช.ในครั้งนี้ ผมได้เห็นความเข้มแข็งของชุมชน ที่ก่อร่าง สร้า้งด้วยพลังของชุมชนเอง เป็นการพึ่งตนเอง ซึ่งผมเคยเขียนไว้ในบันทึกก่อนๆว่า "การพึ่งตนเอง" 

เป็นคำตอบสุดท้ายของชุมชนเข้มแข็ง

พุทธพัฒนา เพื่อ ความเข้มแข็งของชุมชน

 

ผมครุ่นคิดหลายครั้ง ที่ได้เห็นภาพบรรยากาศ และรูปแบบการทำงานที่กลมเกลียวของพี่น้องบ้านกระเหรี่ยงแม่ปิง

อะไรคือปัจจัย ที่ผลักดันให้เกิดชุมชมชนเข้มแข็ง อย่างที่ผมเห็น ?

ผมตั้งคำถามกับตัวเอง...และคิดว่า ปัจจัยบางอย่าง ที่พบเจอช่วง ๒ - ๓ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็คิดว่า สิ่งนี่หละคือคำตอบ...ของคำถาม

ชุมชนดี เริ่มจาก ปัจเจกบุคคล

 

           ปัจเจกบุคคลที่ดี เป็นส่วนประกอบของชุมชนเข้มแข็ง 

 

ส่วนเล็กๆของชุมชน คือ "คน" ที่อยู่ในชุมชน คนผู้เป็นส่วนร่วมที่ดีของชุมชน ซึ่งจะช่วยให้หมู่ชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สมานฉันท์  ...

ชุมชนบ้านแม่ปิง เชื่อมั่นในพระคริสต์ สิ่งที่พวกเขายึดมั่นเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ศูนย์รวมจิตใจพวกเขาเป็นหนึ่งเดียว การที่ชุมชนไปพบปะกันสม่ำเสมอในวันอาทิตย์ ...นั่นเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่โอกาสนั้น ได้นำเรื่องของชุมชน พูดคุยปรึกษา หารือกัน โดยมี "พระเจ้า" สถิตย์อยู่ในใจของปัจเจกคุณภาพทุกคนที่แม่ปิง

กิจกรรมการพบประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ เป็นกิจกรรมที่ พระพุทธเจ้า กล่าวไว้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของ ความเข้มแข็งของกลุ่มเพื่อการพัฒนา

         ยุวชนคนดี หนึ่งของปัจเจกบุคคลที่ดี     ของชุมชน 

 

"พึ่งตนเอง" ได้เป็นผลลัพธ์ของ กระบวนการ  การพึ่งตนเองก็เริ่มจากปัจเจก  ทำตนให้เป็นที่พึ่งของตนได้ พร้อมที่จะรับผิดชอบตนเอง ไม่ทำตัวเป็นปัญหา หรือเป็นภาระถ่วงหมู่คณะ หรือ หมู่ญาติ ด้วยการประพฤติธรรมสำหรับสร้า้งที่พึ่งแก่ตนเอง เรียกว่า "นาถกรณธรรม"

ซึ่งมี ๑๐ ประการ สำหรับชุมชนเข้มแข็ง

๑. ศีล ประพฤติดีมีวินัย คือ ดำเนินชีวิต โดยสุจริต ทั้งทางกาย ทางวาจา มีวินัย ในการประกอบสัมมาชีพ

๒. พาหุสัจจะ ได้ศึกษาสดับมาก คือ การศึกษาเล่าเรียนสดับรับฟังมาก อันใดเป็นสายวิชาของตน หรือตนศึกษาศิลปวิทยาใด ก็ศึกษาให้ช่ำชอง มีความเข้าใจกว้างขวางและลึกซึ้ง รู้ชัดเจน และใช้ได้จริง

๓. กัลยาณมิตตตา รู้จักคบคนดี คือ มีกัลยามิตร รู้จักเลือกเสวนา เข้าหาที่ปรึกษาหรือผู้แนะนำสั่งสอนที่ดี เลือกสัมพันธ์เกี่ยวข้อง และถือเยี่ยงอย่างสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ดี ซึ่งจะทำให้ชีวิตเจริญงอกงาม

๔. โสวจัสสตา ป็นคนที่พูดกันง่าย คือ ไม่ดื้อรั้นกระด้าง รู้จักรับฟัง เหตุผล ข้อเท็จจริง พร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขตน

๕. กิงกรณีเยสุ ทักขตา ขวนขวายกิจของหมู่ คือเอาใจใส่ช่วยเหลือธุระ และกิจการของหมู่คณะ

๖. ธรรมกามตา เป็นผู้ใคร่ธรรม คือ รักธรรม ชอบศึกษา ค้นคว้า สอบถามหาความรู้ ความจริง รู้จักพูด รู้จักรับฟัง สร้า้งความ รู้สึกสนิทสนมสบายใจ ชวนให้ผู้อื่นอยากเข้ามาปรึกษาและร่วมสนทนา

๗. วิริยารัมภะ มีความเพียรขยัน คือ ขยันหมั่นเพียร พยายามหลีกหนีความชั่ว ประกอบคุณงามความดี ไม่ย่อท้อ ไม่ละเลยทอดทิ้งธุระ หน้าที่

๘. สัรตุฏฐี มีความสันโดษรู้พอดี คือ ยินดี พึงพอใจในลาภผล ผลงานและความสำเร็จต่างๆ

๙. สติ มีสติมั่นคง คือ รู้จักกำหนดจดจำ ระลึกการที่ทำ คำที่พูด กิจที่ทำแล้ว และที่จะต้องทำต่อไป จะทำอะไรก็รอบคอบ

๑๐. ปัญญา มีปัญญาเหนืออารมณ์ คือ มีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล รู้ดี รู้ชั่ว คุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ มองสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง รู้จักพิจารณา วินิจฉัยด้วยใจเป็นอิสระ ทำการต่างๆ ด้วยความคิดถึงและมีวิจารณญาณ

 

             ผมนั่งทบทวนในระหว่างที่ นักศึกษา ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน ที่โบสถ์คริสต์แม่ปิง ถึงแม้ว่าภาพของ "พระเยซู" และ "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ความสวยงามของศาสนาและศาสดาจะแตกต่างกันในแง่ของการนับถือของ คนกระเหรี่ยงแม่ปิง

แต่ผมเห็นปัจจัยที่มากับความศรัทธา เป็นคำตอบในวันนี้

"หมู่บ้านเข้มแข็ง - พึ่งตนเอง" 

                                         

 

                                    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ถอดบทเรียนบ่ายวันแดดร้อน ณ โบสถ์คริตส์ แม่ปิงกระเหรี่ยง ปายแม่ฮ่องสอน

                                      ๑๗ กันยายน ๒๕๔๙