เมื่อตอนผมเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 ได้มีคุณครูท่านหนึ่ง ในโรงเรียนเอกชน (โรงเรียนพร้อมพรรณวิทยา) แถวดินแดง ในกรุงเทพฯ ชื่อ คุณครูยงยุทธ แสงดานุช มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยครูใหญ่ในสมัยนั้น แกเป็นคนสอนวิชาภาษาไทย ที่จำแม่นคือผมเคยถูกแกตีด้วยก้านไม้สน ความผิดไม่มีอะไรมากคือใต้โต๊ะนักเรียนของผมมันดันมีเศษขยะอยู่ชิ้นหนึ่งเลยถูกทำโทษ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไป สิ่งที่ผมมีความประทับใจคือวิธีสอนภาษาไทยของแกครับ คือ ในชั่วโมงภาษาไทยแกจะ แบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่มตามแถวที่นั่งครับ ผมจำได้ว่ากลุ่มของผมอยู่ทางซ้ายมือ (ของผมเมื่อหันหน้าเข้าหากระดาน) กลุ่มคู่แข่งก็ต้องอยู่ขวามือของผม ห้องหนึ่งมีนักเรียนเกือบ 50 คน ดังนั้นกลุ่มหนึ่งจึงมี 15-16 คน เป็นเด็กผู้ชายล้วนนะครับ เพราะสมัยนั้น โรงเรียนมี 2 ฝั่งถนน เราเรียกว่า ฝั่งหญิง (สตรีพร้อมพรรณวิทยา) กับ ฝั่งชาย (พร้อมพรรณวิทยา) คือ ตอนเรียน ประถมหนึ่ง-สามสอง จะเรียนแบบสหศึกษา พอขึ้นประถมสี่สามแล้ว เด็กผู้ชายต้องแยกไปเรียนอีกฝั่งหนึ่ง

     ในชั่วโมงภาษาไทย คุณครูยงยุทธ ก็จะเข้ามาสอน วิธีสอนก็ จะให้เด็ก 3 กลุ่ม แข่งกันเขียนคำศัพท์ภาษาไทยบนกระดาน โดยให้ตัวแทนกลุ่มเรียงจากหน้าไปหลังออกมาทีละคน  สามกลุ่ม ก็ออกมาครั้งละ 3 คน  หันหน้าเข้าหากระดานดำ ไม่ดูกัน หยิบชอล์กไว้คนละแท่ง แล้วแกก็จะบอกความหมายของคำศัพท์ในพจนานุกรมภาษาไทย เสร็จแล้วจึงจะบอกคำศัพท์ให้เขียน (เขียนให้ถูก)  อย่างเช่นคำว่า "บัณเฑาะว์" (อ่านว่าบันเดาะ) แกก็จะบอกความหมายก่อนว่า "กลองเล็กชนิดหนึ่งมีหนังสองหน้าตรงกลางคอด ริมทั้งสองใหญ่ พราหมณ์ใช้ในพิธี ต่างๆ ขับโดยใช้ลูกตุ้มกระทบหน้ากลองทั้งสองข้าง ; สีมามีสัณฐานดุจบัณเฑาะว์  คือ  มีลักษณะทรวดทรงเหมือน บัณเฑาะว์"  พอบอกความหมายแล้ว ก็จะออกเสียงว่า "บันเดาะ" แล้วก็ให้เขียนแข่งกัน บังเอิญ คำนี้ผมต้องเป็นคนเขียน แต่จำไม่ได้ว่าผมเขียนถูกหรือผิด แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ สาระสำคัญอยู่ที่ว่าวิธีสอนแบบนี้ทำให้สนุกเพราะว่ามีการแข่งขันกัน พอเขียนแต่ละคำเสร็จแล้วก็จะเฉลยคำที่ถูก ใครเขียนถูกก็ให้คะแนนกับกลุ่มไป นี้สอนให้ทำงานเป็นทีม (ต้องมีการวางแผนกัน แต่สมัยนั้นยังไม่ค่อยรู้จักการวางแผน) แล้วก็ให้ทุกคนในห้องคัดลอกคำที่ถูกไว้แล้วให้เอาไปคัดไทยมาส่ง (ได้ทั้งเขียนไทยและคัดไทย) ในตอนที่ผมมาสอนที่ มน.ก็เอาวิธีการที่คล้าย ๆ แบบนี้มาสอนเหมือนกัน