หลังจากได้เข้าไปเปิดตัวใน Gotoknow เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันก็เตรียมเรื่องที่จะเขียนขึ้นblog มากมาย  แต่คอมพิวเตอร์ที่บ้านกลับถูกเจ้าไวรัส-วายร้ายเล่นงานจนเครื่องไม่สามารถเข้าอินเตอร์เน็ต ได้ต้องไปหาหมอคอมฯ เยียวยารักษาจนอาการดีขึ้น    ก็มีภารกิจงานทั้งงานครอบครัว และสำนักงานเข้ามาอีกเป็นอันต้องเป็นโรคเลื่อนที่จะขึ้น blog อีกจนได้  การบ่นว่าไม่มีเวลาดูจะเป็นคำฮิตติดปากของผู้ที่ตั้งใจว่าจะทำอะไรสักอย่าง แต่ยังไม่ได้ทำ ก็จะอ้างอย่างนี้ตลอดมา  ดูดี ๆ แล้วเหมือนมีเหตุผลพอน่าเชื่อถือได้    แต่จริงอาจจะไม่ใช่อย่างที่ดิฉันคิดก็ได้  ดิฉันเห็นคนในสำนักงานที่มีภารกิจมากมายยังสามารถทำอะไร ๆ ได้หลายอย่าง  การกล่าวอ้างเวลาดูเหมือนเป็นการให้ร้ายเจ้าเวลาเกินไป  เวลา 24 ชั่วโมงมีเท่ากันทุกคน ไม่มีใครได้มาก ไม่มีใครที่ได้น้อยไปกว่า 24 ชั่วโมง  อยู่ที่การบริหารจัดการเวลาของแต่ละคนมากกว่า  ดิฉันเคยเฝ้าสังเกตดูตัวเอง  ในฐานะตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป  7  ว.  ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานเลขานุการการประชุม(ตั้งแต่ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่ไปจนถึงผู้บริหารโรงเรียนในสังกัด) 
งานประสานหน่วยงาน   งานสำเนาหนังสือราชการ  งานเลขานุการการจัดการความรู้ระดับเขตพื้นที่  งานระบบ
e-office   และงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย   แต่ละวันการทำงานดูเหมือนไม่มีอะไรมาก  แต่ดิฉันก็มีงานที่ต้องติดมือนำกลับไปทำที่บ้านทุกวัน  วันละเรื่อง-สองเรื่อง  ดิฉันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำอย่าไรถึงจะเลิกเอางานไปทำต่อที่บ้าน   ก็ที่บ้านควรเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับครอบครัวมิใช่หรือ   หลังจากเฝ้าดูการทำงานของตนเองประมาณ 1-2 สัปดาห์  พบว่า
  • ประเด็นแรก    ดิฉันยังไม่เคยจัดระบบของงานเลย  ทำงานแบบการสั่งอาหารจานด่วน  คือ สั่ง ก๋วยเตี๋ยวแห้ง  แม่ค้าก็ทำแห้ง  ชามต่อมาเส้นเล็กน้ำ  ก็ทำเส้นเล็กน้ำ โดยเฉพาะงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย   คืองานของท่านนี้ด่วน ก็จัดการพิมพ์ให้ก่อน   งานท่านนี้ยังพอมีเวลาอีก  2 วันค่อยทำก็ได้  ทำงานด่วน ๆ ไปก่อน  เฝ้าสังเกตตัวเองมานานพบว่างานด่วนในลักษณะอย่างนี้มีเกือบทุกวัน
  • ประการที่สอง  ความไม่รอบคอบของตนเองทำให้ต้องเสียเวลาแก้งานบ่อย ๆ   ที่สำนักงานดิฉันวัสดุ อุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวกมีให้ทุกอย่าง  พร้อมบริบูรณ์  แต่  บุคลากร อย่างดิฉันกลับไม่มีคุณภาพขาดความรอบคอบ และทำงานรีบเร่งเกินไป  ทำให้งานผิดพลาดบ่อย  ต้องนำหนังสือกลับมาแก้ไข  กลับไปกลับมาอยู่หลายเที่ยวทำให้เสียทั้งเวลา และวัสดุที่ใช้
  • ประการที่สาม   การรับและพูดคุยทางโทรศัพท์  ในการทำงานไม่มีใครที่จะปฏิเสธการรับและพูดคุย ทางโทรศัพท์ ได้เลยใช่ไหมคะ  การพูดคุยทางโทรศัพท์เป็นการติดต่อสื่อสารชนิดหนึ่ง  ซึ่งสามารถให้ความกระจ่างในการทำงาน เพื่อความถูกต้อง และบรรลุเป้าหมายของงานราชการได้   แต่..การรับโทรศัพท์ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การทำงานของดิฉันล่าช้า  การพูดคุยทำความเข้าใจในงาน กับเป็นการบรรยายงานในสิ่งที่เราต้องการจะได้จากโรงเรียน
  • ประการที่สี่ งานที่มีความซ้ำซ้อนกัน  และความสำคัญไม่มาก  เป็นงานที่แจ้งเพื่อทราบ การขอ ความอนุเคราะห์ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย(ซึ่งมีมาก)   และการสั่งจองสิ่งของต่าง  เช่น  งานประชาสัมพันธ์ การสั่งจองวัตถุมงคล  การสั่งจองเหรียญที่ระลึก   การประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า  เป็นต้น

         นี่คือเหตุปัจจัยทั้งหลายที่ค้นพบจากตัวเอง(อย่างคร่าว ๆ ไม่ใช่ทั้งหมด)  เป็นปัจจัยทั้งภายนอกและภายในที่ เป็นสาเหตุที่ทำให้ดิฉัน ต้องหอบงานไปทำต่อที่บ้านนั่นเอง   แล้วทางออกมันคืออะไร.....ใครตอบที......(คำตอบอยู่ในblogที่2ค่ะ)