มาต่อจากบันทึก "สุขทุกสัมผัสที่สวนบันชมพู"  ถึง สุขที่ 6 คือ สุขที่ได้เรียนรู้เพื่อเติบโต...

เป็นการเรียนแบบกลับทาง...?


ความประทับใจระหว่างการเดินในทุ่งนาพร้อมกัลยาณมิตร


กว่าจะมีภาพทุ่งนาเขียวขจีสวยงามแบบนี้..มีที่มาจากหยาดเหงื่อ และแรงใจที่ไม่ย่อท้อ

ข้าวล้ม --น้ำตาชาวนาตก แต่ล้มแล้วต้องลุก


"ใบประกาศ" ไม่จริงเท่า ใจเรารู้เราเองว่า เราปลูกอย่างไร เพื่ออะไร  (วาทะของคุณแหม่ม)

หมายเหตุ: ภาพจาก Facebook "Happy GFGAP" ขนาด 480 px

###

หลังจากอ่านทำความเข้าใจบางส่วนจากบล็อกของท่านสมาชิก gotoknow "ห้องเรียนกลับทาง"
ร่วมกับการดูวีดีโอ ได้กล่าวถึงจุดยืนของห้องเรียนกลับทางว่า
"ห้องเรียนกลับทาง ไม่ใช่การให้ดูวีดีโอการสอนเป็นการบ้าน แต่เป็นการสร้างวงจรเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง"
วงจรการเรียนรู้ประกอบด้วย

1.Experience engagement : ประสบการณ์ จากการทดลอง ออกพื้นที่ ฯลฯ
2. Concept exploration = online resource เช่น youtube, video ใน classstrart ฯลฯ
3. Making meaning = reflection เช่นการสนทนา, เขียน blog ฯลฯ
4. Demonstrate and apply : เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม,นำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

###

พิจารณาถึงชุมชนนักปฎิบัติ COPs ได้ว่า

Experiential engagement =  กิจกรรมเยี่ยมชมและทำอาหารสุขภาพ

Concept exploration  = เกิดความสนใจในข้อมูลของพืชที่พบเห็น  ค้นคว้าจาก google, บันทึกเก่าใน gotoknow

Meaning making from experience = เขียนบล็อก (ข้อนี้ พี่กานดา และคุณอักขณิช เชี่ยวชาญคะ)


Demonstrate and apply = เปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหาร

กลับทางตรงที่เราไม่ได้เข้าคอร์สอบรมเกษตรอินทรีย์ แล้วไปเก็บข้อมูลตามที่อาจารย์สั่ง

กลับมาก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง จากอาหารไมโครเวฟ เป็นปลาร้อนๆ ผักสดๆ เสียที

###
.
ตามความเข้าใจของข้าพเจ้า Flipped classroom ปรัชญาคือฝึก "วิธีสร้างและใช้ความรู้" จากประสบการณ์จริง
เพียงแต่สนับสนุนให้ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะการค้นคว้าเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เพราะช่วยประหยัดเวลา และ เพิ่มความยืดหยุ่นให้เข้ากับธรรมชาติการเรียนรู้แต่ละคน
จำเป็นไหมที่ห้องเรียน ต้องหมายถึงห้องสี่เหลี่ยม มีโต๊ะเรียน ติดโปรเจ็คเตอร์ ?

หรือโลกทั้งใบคือห้องเรียน   ?