**ขออภัย ไม่สามารถเขียนให้สั้น และดูง่ายกว่านี้ได้ เพราะต้องการรวบรัดให้จบภายในบทนี้**

- สนธิสระ ครบเครื่อง

จบบทนี้คงจะได้สนธิสระในภาษาสันสกฤตค่อนข้างครบถ้วน ถ้าเหลือคงจะเป็นข้อยกเว้นปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ เพราะจะว่าไปแล้ว สนธิสระในภาษาสันสกฤตมีน้อยกว่าสนธิพยัญชนะ

ต่อไปนี้จะเล่าทวนของเก่าไปด้วยเลย

1. สระเดี่ยว (อะ/อา, อิ/อี, อุ/อู) วรรณะเดียวกัน เมื่อสนธิกัน จะได้สระวรรณะเดิม แต่เป็นเสียงยาว

  • อะ/อา   + อะ/อา = อา
  • อิ/อี  + อิ/อี  = อี
  • อุ/อู  + อุ/อู  = อู

สำหรับ ฤ/ฤๅ + ฤ/ฤๅ นั้น ตามทฤษฎีก็จะได้ ฤๅ แต่ในทางปฏิบัติแทบจะไม่เจอ


2. สระข้างหน้าเป็น อะ/อา สระข้างหลังเป็นสระอื่น ให้รวมกันเป็นสระขั้นที่สูงขึ้นไปอีก 1 ขั้น

  •   อะ/อา  + อิ/อี > เอ
  •             + อุ/อู  > โอ
  •             + ฤ/ฤๅ > อรฺ
  •             + เอ   > ไอ
  •             + โอ  > เอา

  กรณีที่เป็นสระขึ้นพฤทธิ์อยู่แล้ว ก็ยังคงเป็นพฤทธิ์เหมือนเดิม เพราะขยับขึ้นไม่ได้แล้ว...

  •   อะ/อา   + ไอ > ไอ
  •              + เอา > เอา 


3. ถ้าสระข้างหน้าเป็นสระอื่น ไม่ใช่อะ/อา แล้วมีสระตามมา, สระข้างหน้าจะเปลี่ยนเป็นพยัญชนะกึ่งสระที่ตรงกัน (ของใครของมัน) แล้วจึงไปประสมกับสระที่ตามมา ดังนี้ (โปรดสังเกตการเปลี่ยนตัวให้ดีๆ) การเขียนโรมันมักจะเว้นเหมือนเดิม หรือมีขีดตรงกลาง (ค่อยๆ ดูไป ตาลา่ยเล็กน้อย  คนเขียนมึนกว่า)

  • อิ/อี i/ī  > ยฺ y        : อิติ อาศฺรเม iti āśrāme > อิตฺยฺ อาศฺรเม ity āśrame > อิตฺยาศฺรเม ity āśrame
  • เอ e     > อยฺ ay    : โลเก อีศา loke īśā      > โลกยฺ อีศา lokay īśā      > โลกยีศา lokay īśā
  • ไอāi    > อายฺ āy  : ไน อยสฺ nāiayas         > นายฺ อยสฺ nāyayas         > นายยสฺ nāy ayas
  • อุ/อู u/ū  > วฺ      v  : วสุ อิติ vasu iti           > วสฺวฺ อิติ vasv iti        > วสฺวิติ vasv iti
  • โอ o      > อวฺ  av  : โภ อ bho a               > ภวฺ อ bhav a            > ภว bhav a
  • เอา āu   > อาวฺ āv  : เนา เอติ nāu eti         > นาวฺ เอติ nāv eti       > นาเวติ nāv eti
  • ฤ/ฤ ṛ/ṝ   > รฺ ar       : กรฺตฺฤ อิห kartṛ iha     > กรฺตฺริห kartr iha

  ** พึงระวังเมื่อเปลี่ยนสระท้ายเป็นพยัญชนะกึ่งสระแล้ว พยัญชนะตัวสุดท้ายนั้นให้ใส่จุดตามด้วย ยฺ/วฺ หรือ เป็นพยัญชนะปกติ ตามด้วย ยฺ/วฺ หรือ มีสระอา ตามด้วย ยฺ/วฺ แล้วแต่กรณี **

 3.1 กรณีของสระขั้นคุณและพฤทธิ (เอ เอ ไอ เอา) นั้น เมื่อทำสนธิแล้วมักจะลบพยัญชนะกึ่งสระ (วฺ และ ยฺ) ทิ้ง เมื่อทำสนธิภายนอก (สนธิระหว่างคำ ไม่ใช่สนธิในการสร้างคำ) และเว้นวรรคไว้ ดังนี้

  •   สระเอ วเน อิติ vane iti > วนยฺ อิติ vanay iti > วน อิติ vana itit (วนยิติ vanay iti)

  (กรณีเช่นนี้ผู้เรียนอาจสับสนได้ เพราะคำเดิมอาจจะเป็น วนสฺ อิติ หรือ วเน อิติ ก็ได้ ใครจะแปลได้ถูกหรือไม่ ก็ต้องอาศัยประสบการณ์แล้วล่ะ)

  • สระโอ : ภาโน อิติ bhāno iti > ภานวฺ อิติ bhānav iti > ภาน อิติ bhāna iti (ภานวิติ bhānav iti)
  • สระไอ : เสนาไย อตฺร senāyāi atra > เสนายายฺ อตฺร senāyāy atra > เสนายา อตฺร senāyā atra (เสนายายตฺร senāyāy atra)
  • สระเอา : เทเวา อตฺร devāo atra > เทวาวฺ อตฺร devāv atra> เทวา อตฺร devā atra (เทวาวตฺร devāv atra)

  อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่จะลบ ยฺ มากกว่า วฺ, (ในการเขียนของเรา จะลบ ยฺ/วฺ หรือไม่ก็ได้)

3.2 สระโอ และเอ ไม่เปลี่ยน เมื่อสระ อะ ตามมา แต่ให้ลบสระอะ แล้วใส่อวครหะ

  •  วเน อตฺร  > วเน’ตฺร
  •  ภาโน อตฺร > ภาโน’ตฺร

  กรณีของสระโอนั้น มักจะเป็นจากการสนธิ อสฺ เป็นโอ เมื่ออยู่หน้าสระอะ ดังนี้

  •   รามสฺ อตฺร > ราโม อตฺร > ราโม’ตฺร

3.3 เมื่อสระฤ/ฤๅ ตามมา อาจจะเปลี่ยน จะเปลี่ยนสระเดี่ยว( ยกเว้น อะ/อา) เป็นพยัญชนะกึ่งสระหรือไม่ก็ได้

  •   เทวี ฤษิสฺ devī ṛṣis > เทวฺยฺ ฤษิสฺ devy ṛṣis, เทวฺยฺฤษิสฺ  devy ṛṣis หรือ เทวี ฤษิสฺ  devī ṛṣis (คงเดิม)


4. กรณีไม่ทำสนธิ หรือไม่เปลี่ยนเสียงสระท้ายของคำหน้า แม้สระจะตามมา ก็คือ

  4.1 สระท้าย อี อู และ เอ ของคำทวิพจน์ ไม่ว่าคำนาม หรือกริยา เช่น

  • คิรี อิห girī iha 
  • สาธู อตฺร sadhū atra
  • ผเล อตฺร phale atra

  4.2 สระท้ายของคำอุทาน เช่น

  • เห อินฺทร he indra
  • เห อคฺเน he agne

เคล็ดลับการทำสนธิสระ ให้ฝึกเขียนอักษรโรมันไปพร้อมๆ กับอักษรไทยและเทวนาครี. อักษรโรมันช่วยให้เข้าใจเรื่องเสียงได้ง่าย ส่วนอักษรเทวนาครีช่วยให้คุ้นกับการสนธิเร็วขึ้น


แบบฝึกหัดสนธิ (ข้่อใดทำได้สองแบบ ก็ทำมาทั้งสองแบบ)

  1. นารี อรีนฺ
  2. นฺฤปติสฺ คฺรามมฺ
  3. มณิ อากาศ
  4. วสุ โลจนา
  5. อีกฺษเต อคารมฺ
  6. ภาเนา อิห
  7. ชเนา อาคจฺฉตะ
  8. มิตฺราสฺ อาจารฺยาสฺ
  9. มธุ อารณฺยมฺ
  10. วทาวเห อิทานีมฺ