วันนี้อยากเอาเรื่องบางเรื่องมาเล่าสู่กันฟังซึ่งเป็นปัญหา ของครัวครัวที่มีมาช้านาน คือ ปัญหาของการมีเมียน้อยของคุณผู้ชาย  บังเอิญชลัญมีเพื่อนที่มีโอกาสเป็นเมียน้อยคนด้วยความสมัครใจ  ของเพื่อนชลัญเอง  พอรู้เรื่องมันแล้วทั้งนึกโมโหมัน ละนึกสงสารในคราเดียวกัน  แต่ด้วยสนิทกันมาก และ ชลัญ เป็นคนพูดตรง เพื่อนมักไม่โกธร เวลาที่ ชลัญ เกิดบันดาลโทสะ นั่งเทศนามันไปแบบ เอ้าเรียกว่าด่าเลยล่ะกัน  แหม!  ก็มันน่า  ก็เลยขออนุญาตเพื่อนมาเผยแพร่หน่อย ว่า  เวลาที่ความเขลาเบาปัญญาสำแดงเดชนี่  นั้น มันเป็นอย่างไร  แล้วเวลาที่ชลัญเทศนามันนี่ซึ่งเทียบกับว่า เป็นคำต่อว่าของคนในสังคมนั้นเพื่อนคิดอย่างไร  คือตอนนี้เพื่อนชลัญ ออกจากวังวนนี้ได้แล้วน่ะ  ทุกวันนี้เพื่อนเข้าวัดฟังธรรม  แต่ก็อยากเอาประสบการณ์มาแบ่งปันให้เห็นว่าบางครั้งคนเราที่ทำผิดนั้น  เกิดจากจิตใจที่อ่อนแอ  ความรู้สึกล้วนมาเหนือเหตุผล  แล้วเวลาที่อยู่ในวังวนนั้นแล้ว เขามองไม่เห็นอะไรเลย  แม้ผิด ชอบชั่วดี  สิ่งที่เห็นคือตัวตนของเขา และความรู้สึก ที่ล้วนหาเหตุผลมาปกป้องการกระทำของตนเองทั้งหมด  ลองอ่านบทสนทนาของชลัญกับเพื่อนบางตอนดู ค่ะ

...............................................................................................................

  เรื่องของเพื่อนชลัญนี่มันเกิดขึ้นมาเพราะ  ทำงานที่เดียวกันนี่แหล่ะ  ประจุบวกกับลบ  อยู่ด้วยกันนานๆเข้ามันก็ธรรมดา เอ้า ไม่อยากจะว่า   

  ชลัญ :  ทำไมแกต้องไปเป็นเมียน้อยเขาด้วย

  เพื่อน :  ฉันไม่ตั้งใจ  เขาบอกเขามีปัญหากับภรรยา  เขาอยู่แบบไม่มีความสุขเลย  ( อยู่ภาวะหูหนวกตาบอด )

  ชลัญ :  เฮ้ย ... แกก็เชื่อ  มันบอก  ไม่มีความสุข  แกก็เชื่อ  (มุมมองของคนนอก )

  เพื่อน :  อย่าเรียกพี่เขาว่ามัน  พี่....  เขามานั่งปรึกษาปัญหาครอบครัว  กับเราประจำ ( นี่ก็หูหนวกตาบอด )

  ชลัญ :  มันไม่มีความสุข( เพื่อนมองตาเขียวปั๊ด )  เออๆ พี่... ก็ได้  แล้ว ไม่มีความสุขอีท่าไหนว่ะลูกตั้ง 2 คน  คนที่ 3กำลังจะโพล่

  เพื่อน :  ก็เพราะลูกนี่แหล่ะ ที่ทำให้เขาเลิกไม่ได้  เขาบอกว่าอยู่กับเราแล้วมีความสุขกว่า  ( โคตรๆหูหนวกตาบอดอ่ะ )

  ชลัญ :  แล้วเป็นอยู่แบบนี้แกมีความสุขมั๊ย  ( มุมมองของคนนอก )

  เพื่อน : อืมมมม์ ...ทำท่าคิด  เราก็รู้ว่าเขามีลูกมีภรรยาแล้ว  เราไม่ได้ไปแย่งชิงอะไรนี่  ก็ จันทร์- พฤหัส  เขาอยู่นี่กับเรา  ศุกร์  เสาร์  อาทิตย์  ก็กลับไปบ้านนั้นเราก็ไม่เคยโวยวาย ( โคตรเห็นแก่ตัว  ยังบอกว่าตัวเองไม่ต้องการอะไร อีก  ไอ้เพื่อนบ้า )

  ชลัญ  :  เฮ้ย!  เดี๋ยวๆ  อยู่บ้านน้อย 4  บ้านหลวง 3  นี่แกว่าไม่เอาเปรียบเขาเหรอ  คิดได้ไงว่ะ ( มุมมองคนนอก )

  เพื่อน  : เอ้าก็บ้านพี่เขาอยู่ กทม.  จะไปลับได้ไงล่ะ  ก็ต้องกลับได้บางอาทิตย์

  ชลัญ  :  อ้อแสดงว่าส่วนใหญ่อยู่กับแก  ซึ่งเป็นน้อย  ส่วนน้อยอยู่กับหลวงซึ่งเป็นใหญ่  อืมมม์ ... นี่ความยุติธรรมแล้วหรือเพื่อน  ( มุมมองคนนอก โคตรมั่นไส้  อ่ะ  )

  ชลัญ :  แล้วแกไม่คิดว่าแกทำบาปบ้างหรือ ลูกเขาเมียเขานะโว้ย  (มุมมองคนนอก  บาปจริง )

  เพื่อน  :  บาปยังไงบอกแล้วว่าใม่ได้รุกราน  ฉันก็อยู่ของฉัน อีกอย่างลูกเมียเขาก็ไม่รู้  ( มุมมองน้อย  บาปยังไง ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย  ไม่มีใครรู้   )(ดู ดู มันคิดได้ )

  ชลัญ : เฮ้ยบาปว่ะเพื่อน ถึงไม่รู้ก็บาป  แล้วต่อไปอนาคตล่ะ  จะเอายังไง แล้วทุกวันนี้แกภาคภูมิใจหรือเพื่อนที่สังคมที่นี่มองแกน่ะ  แกกล้าออกไปงานในฐานะภรรยาเขาหรือเพื่อน 

  เพื่อน น้ำตาคลอ ก้มหน้า  :  ไม่  ฉันอาย  แต่เขาบอกให้ฉันอดทน  เขากำลังจัดการปัญหาอยู่  ( หูหนวกตาบอดสุดๆ)

  ชลัญ  :  แหม! พยายามจัดการมากว่ะ เป็นปีเลย  นี่ได้ข่าวเมียมัน เอ๊ย พี่ ...... ท้องลูกคนที่ 3 แล้ว  ( คนนอก  อยากกระทืบผู้ชาย )

  เพื่อนร้องไห้  :  แต่ลูกฉันไม่มีโอกาสเกิด

  ชลัญ  ต๊กใจอย่างแรง  ! เฮ้ยแกอย่าบอกนะว่า แกท้อง ?

  เพื่อน พยักหน้า :  ใช่ฉันท้องแล้วก็ทำแท้งไปเรียบร้อยแล้ว  พี่เขาบอกเขายังจัดการปัญหาไม่ได้ ถ้าปล่อยให้ท้องตอนนี้ อาชีพต้องพังทั้งคู่  ขอโทษที่เราไม่ได้บอก ตัวเองพี่เขา ขอร้องกลัว ตัวเองอาระวาด  แล้วจะพังทั้งคู่  (  นี่มันบอดสนิทเลยว่ะเพื่อน )

  ชลัญ  : โมโหอย่างแรง  ฉันจะไปถามมันว่าจะเอายังไงแน่  ( ปรี๊ดขึ้นสมอง  อยากกินหัวคน  ฆ่าได้ฆ่าทิ้งแน่ )

  เพื่อน :  จับมือชลัญไว้  อย่าเพื่อน นึกว่าสงสารเราเถอะ  ไม่งั้นเราต้องอับอายคนในสังคม ( แหม! เพื่อนปานนี้ยังเพิ่งรู้สึกอาย โอ๊ยจะบ้าตายโว๊ย )

 ชลัญ  โมโห  โมโห  โมโห  นี่มันสั่งฆ่าลูกแก แล้วยังจะเทิดทูล มันอีกหรือนี่  ( อึดอัดทำไมมันบอดสนิทขนาดนี้วะนี่ )

เพื่อน  :  เรารักเขามาก แล้วเขาก็บอกว่ารักเรามากเช่นกัน เขากำลังจัดการปัญหาอยู่   โจ้เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องของเรานะ ( โอ๊ยอยากอยากฆ่าคนตาย โอ๊ย )

...............................................................................................................................................

นี่เป็นเพียงบางส่วนของบทสนทนา ระหว่างชลัญกับเพื่อน  ซึ่งเป็นความรู้สึกที่หากเราเป็นคนนอก เราจะเห็นความผิดปกติของการกระทำที่ไม่จริง ใจ  ไม่กล้าหาญ  ไม่เป็นลูกผู้ชาย  เห็นทุกอย่างที่ผิด

  แต่กลับกันของคนที่อยู่ในวังวนนี้  มองไม่เห็นอะไรเลย  นอกจากตัวเอง ล้วนๆ

  กว่าจะออกจากวังวนนี้ได้ก็สะบักสะบอม  ผู้ชายคนนั้นย้ายไป  แล้วก็ไปมีปัญหา แบบนี้กับผู้หญิงอื่นอีก  แต่ครั้งนั้น ภรรยาเขารู้เรื่อง เห็นอาระวาดกันน่าดู  ถึงขั้นตบตีกัน เพื่อแย่งผู้ชาย 

  สำหรับเพื่อนชลัญ พอเหตุร้ายผ่านได้  ตั้งสติได้  ชลัญเอาบทสนทนาที่แอบบันทึกไว้ ให้ อ่าน  เพื่อนบอก เออ ทำไมเราโง่ขนาดนี้ว่ะ  มองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ  แต่ก็โชคดี ที่หลุดออกมาได้  เวลาความเขลาของปัญญามันสำแดงเดชนี่ร้ายจริง ยังนึกว่าตัวเองฉลาด ได้พระได้ทองซะงั้น  พอตื่นขึ้นมาไอ้ที่กำอยู่น่ะมีแต่ของเน่าเหม็น  กว่าจะล้างมือให้สะอาดได้นี่ก็ต้องใช้เวลา  และปัญญาพอควร 

  ก็ต้องขอบคุณเพื่อนที่ให้นำเรื่องนี้มาเปิดเผย  อย่างน้อยๆ ก็อาจจะเป็นอุทาหรณ์ ของคนที่ตกอยู่ในวังวนนี้ได้คิดบ้าง ว่า จิ้งจกทักเรายังคิดว่า อาจมีเรื่องร้ายตามคติโบราณ นี่คนทักทั้งที  ให้หยุดคิดใช้สติและปัญญา  ได้แล้ว  เพราะเรื่องแบบนี้น้อยคนที่จะกล้าทัก ส่วนใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องส่วนตัวไปซะงั้น

ชลัญธร