ปัญหามีหลายมิติเหลือเกิน ๑.ใครกำหนดให้มีผัว-เมีย มีคู่เดียว และถ้าฝ่ายหนึ่งมีเกินหนึ่ง ปัญหาอยู่กับตัวคนมีเกิน หรืออยู่กับส่วนเกิน หรืออยู่กับลูก การอยู่ร่วมกันของคนสองคน อาจมีมากกว่าความรัก ความหลง ความรับผิดชอบ เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่เราและคนที่สามก็ยากจะเข้าใจ

๒. ในสังคมไทยดั้งเดิม มีเมียมากกว่าหนึ่ง แต่ต้องดูแลได้ (แต่เมียมีผัวมากกว่าหนึ่งไม่ได้ ซึ่งข้อนี้ก็แปลกอยู่) แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่มักมากในกามคุณ ไม่ควบคุมตัวเอง สังคมก็มีคำตำหนิชัดเจน ตราหน้า หรือมีแล้วแต่ไม่ดูแล ทิ้งขว้าง สังคมก็เหยียดหยาม การดูแลไม่ใช่การหลบซ่อน ปิดบัง เมียทุกคนต้องรู้และยอมรับ แต่ครรลองสังคมก็มิได้เป็นแบบนี้เสมอไป เราจึงมีนิยายเช่น แรงเงา เรยา อยู่ร่ำไป

๓.หญิงตบตีกัน อย่ามองว่าแค่แย่งผู้ชาย แต่น่าจะเห็นว่าเป็นการปกป้องครอบครัว แต่สังคมก็ไม่เคยประณามชายหรือหญิงที่มักมาก สังคมเราปากว่าตาขยิบ บางคนเป็นถึงรัฐมนตรี ก็ยังกินไม่เลือกที่ ไม่มีรสนิยม ไม่กล้าตำหนิเพราะเป็นรัฐมนตรี เราก็เลยได้แต่นินทา กลายเป็นสังคมซุบซิบ ก็สะใจแบบสังคมแรงเงา

๔. ธรรมะ ในศาสนาพุทธ สอนไว้ดีแล้ว ไม่มักมากในกามคุณ ไม่ผิดลูกเมีย และทำหน้าที่ของตนเอง ขัดเกลาตนเองอยูเสมอ.. "..ทุกคนที่เกิดมา ไม่มีใครเลยที่จะไม่เคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน ไม่ชาตินี้ ก็ชาติก่อน ไม่ภพนี้ ก็ภพก่อน..ทั้งสิ้น" . ให้เจริญในเมตตา กรุณาต่อทุกคน ความรักเกิดได้ทุกที่ กับทุกคน แต่หน้าที่ในทิศหก ก็ต้องทำอย่างถูกต้องด้วย จึงจะเจริญรุ่งเรือง..

ให้กำลังใจต่อผู้เขียนและฝากถึงเพื่อน ซึ่งก็กลับมาทำหน้าที่ของตนเองได้ ขอบคุณสำหรับบทความ ท้าทายกระแส แรงเงา ....(ฮา)....