การใช้ประโยชน์จากกลุ่มวัสดุปูนนับวันยิ่งแพร่หลาย และมีผู้ที่สนใจใคร่รู้ข้อมูลด้านนี้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะปูนโดโลไมท์ (CaMg (CO3)2) เนื่องด้วยช่วยทำให้ดินและพืชได้รับประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ทางตรงก็คือสามารถแก้ไขบำบัดดินที่มีสภาพเป็นกรดหรือกรดจัด ให้กลับกลายเป็นดินที่เป็นกรดอ่อนๆ มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชและมีความเหมาะสมต่อการละลายแร่ธาตุสารอาหารที่มีอยู่ในดินออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชให้สามารถดูดกินเข้าไปได้มากที่สุด อีกทั้งปูนโดโลไมท์สามารถที่จะสร้างคลอโรฟิลด์ทำให้ใบพืชมีสีเขียวเข้มสังเคราะห์แสงปรุงอาหารได้มากขึ้น จึงทำให้พืชมีการเจริญเติบโตส่งผลไปเลี้ยงกิ่งก้านใบดอกผลอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ผลพลอยได้คือทำให้ได้รับผลผลิตที่ลงมือลงแรงเพาะปลูกไปได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่สูญเสียเวลาและแรงงานไปโดยเปล่า
นอกจากจะมีการใช้โดโลไมท์ (CaMg (CO3)2) ในทางการเพาะปลูกแล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์จากโดโลไมท์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างกุ้งและปลาได้อีกด้วย โดยการนำไปปรับสภาพความเป็นกรดและด่างๆให้ได้ตามชนิดของกุ้งและปลาต้องการ กุ้งกุลาดำก็มักนิยมให้มีค่าพีเอชสูงขึ้นมาจากน้ำจืดปรกติอีกประมาณถึง 8.5 แต่ถ้าเป็นกุ้งก้ามกราม (น้ำจืด)และกุ้งขาวแวนาไมด์ (กุ้งน้ำเค็มที่สามารถเลี้ยงในน้ำกร่อยจนถึงจืดสนิทได้) ก็สามารถที่จะช่วยเหลือแก้ไขในกรณีที่น้ำในบ่อมีสภาวะเป็นกรดลดลงมาต่ำกว่า 7.0 ก็สามารถที่จะใช้ปูนโดโลไมท์ค่อยทยอยใส่ปรับน้ำขึ้นมาให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมได้เช่นเดียวกัน
นอกจากปูนโดโลไมท์จะเป็นปูนที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้กับสัตว์น้ำแล้ว เพราะมีค่าความเป็นด่างที่ไม่รุนแรงเกินไปนัก อีกทั้งยังมีแร่ธาตุแมกนีเซียมที่เป็นตัวช่วยทำให้เกิดสาหร่ายแพลงค์ตอนเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว (Bloom)มีประโยชน์ในแง่การสร้างอาหารธรรมชาติให้แก่ปลาและกุ้งได้ทั้งในแง่อาหารและการพลางแสงมิให้มีความเข้มหรือจัดจ้ามากเกินไป ทำให้สัตว์น้ำไม่เครียด กินอาหารได้ตามปรกติหรือมากขึ้นในกรณีที่อากาศร้อน แสงแดดจ้า หรือเวลาฝนตก ฟ้าหลัว เพราะทำให้หน้าที่คล้ายผ้าห่มหรือหลังคาให้แก่สิ่งมีชีวิตใต้น้ำเมื่อมีปริมาณแพลงค์ตอนในจุดที่พอดีเหมาะสม อย่างไรก็ตามการใช้กลุ่มวัสดุปูนหรือโดโลไมท์นั้น ใน “ได้” ย่อมมี “เสีย” หรือ ใน “ดี” ก้ย่อมมี “เลว” ปนกันไป สิ่งที่พึงระวังและทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษมักจะเตือนอยู่เสมอก็คือ กลุ่มวัสดุปูนจะไม่มีประโยชน์เลยเมื่อสภาพดินและน้ำของเรามีความเหมาะสมดีอยู่แล้ว เช่น ค่าพีเอช (PH) เป็นกรดอ่อน ๆ (5.8-6.3) หรือเป็นกลาง (PH = 7) หรือแม้กระทั่งน้ำก็ต้องปรับแต่งให้เหมาะสมกับชนิดของกุ้งปลาที่เราจะปล่อยลงไป
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com