วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 255
กราบสวัสดีค่ะครู
วันนี้ตั้งใจทำข้อวัตรกับตนเอง ทำวัตรเช้าที่บ้าน 
แต่ก็ยังได้มาเก็บตกการภาวนาที่ทำงานเจ้าค่ะ จากที่ตั้งใจตอนเช้า 

<div class="mv_body" id="mv_body0" style="margin-top: 0px; margin-right: 0px; margin-bottom: 0px; margin-left: 0px; padding-top: 0px; padding-right: 10px; padding-bottom: 8px; padding-left: 10px; font-size: 10pt; font-family: Tahoma; "> ่ะวันนี้ได้คุยถึงผลวิเคราะห์ยา ทำให้โอเค แต่หาสาเหตุไม่เจอ 
เขียนบันทึกในตอนเช้าตรวจสอบความตั้งใจ 
ได้รับความเมตตาจากครูให้มาปวารณาออกพรรษาที่วัด 
แต่หนูก็ยังรักษาโอกาสไม่เป็น มาถึงช้า ด้วยความประมาท 
ครูเมตตาให้พาแม่กุลไปกราบหลวงปู่ ประคองกันไป ขอโอกาสกราบหลวงปู่ 
ซึ่งท่านเมตตารับและให้เอาดอกไม้ไปวางที่ๆจัดไว้ในพิธีออกพรรษาหน้าวิหาร 
และให้หนูไปกราบขอขมาครู พอได้กราบหลวงปู่ใจที่แน่น ๆ ก็เบาลงเจ้าค่ะ
พอเข้ามากราบครู ครูถามย้ำว่า “จะขอขมาไปถึงเมื่อไหร่” ก็สะดุดกับตนเอง
ครูชี้ว่า ปัญหาของหนูคือ ไม่เคารพครู ทำให้ไม่เจริญ ย้ำให้ยึดมั่นในศีล
พอมากราบขอขมาครูตอนแรกยังปรากฏความกลัว 
แต่พอมอบมาลัยและได้ก้มลงกราบข้างในสว่างวาบมาขณะหนึ่งแต่แป๊บเดียวเจ้าค่ะ 
พอออกมาทำวัตรครูชี้ให้ไปกราบขอขมาพระอาจารย์แบบส่งแม่กุลมาเป็นเพื่อน
ซึ่งท่านก็เมตตารับแล้วบอกว่า “อย่าขี้ดื้อหลาย”
คืนนี้ออกพรรษาหลวงปู่เมตตาพานำทำวัตร 
ใจหนูระลึกถึงความเมตตาและเป็นต้นแบบในการเคารพพระรัตนตรัยเจ้าค่ะ 
พอท่านเทศนาสักพักหนูมีอาการหน้ามืดจะอาเจียนอยู่ดี ๆ 
ก็เหมือนกินปากตนเองที่มีกลิ่นอาหารดันขึ้นมา แล้วมีอาการหน้ามืด 
แบบเหงื่อแตก ใจหนึ่งก็ระลึกว่า 
“นี่แหละผลกรรมกับที่ผ่านมาสัญญากับครูไว้แล้วรักษาไม่ได้ ลบหลู่ครู”
จังหวะนั่งอยู่เหมือนมันจะฟาดหน้าตนเองลงตรงนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ยอม 
ได้กลิ่นยาดมจึงหันไปยืม แต่อาการดันขึ้นมา จึงตั้งใจสะกิดน้องภัส 
หนูระลึกกราบขอขมาครู พระอาจารย์ แล้วตั้งสติกำหนดลมหายใจกับตนเอง 
ลมในไส้ที่กำลังดันออกก็ปล่อย พี่อ๋อยเมตตาเข้ามาช่วยดูแล นวดมือให้ 
ผนวกกับกำหนดลมหายใจตนเองไปเรื่อย ๆ เหงื่อค่อยๆแห้ง 
ไม่ว่าอย่างไรก็ตั้งใจจะอยู่ฟังเทศน์หลวงปู่จนจบ เจ้าค่ะ 
ทราบเลยว่าหลวงปู่กับครูกำลังเมตตาหนู
เป็นการดิ้นรนและมีการอธิษฐานขอขมาอยู่ข้างในว่าจะ “ไม่ให้ความดื้อครอบงำ 
จะสู้กับมัน”
พอลงศาลา หนูหายเป็นปกติ ส่งยาดมคืนแม่ ๆ และขอบพระคุณพี่อ๋อย
ได้เรียนรู้ว่า 
การพยายามประคองตนให้ได้ด้วยสติกับสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พออยู่ได้ 
แต่มันก็ยังรักตนเองไม่กล้าปล่อยให้เป็นลม ทั้งกลัวตาย ทั้งกลัวอายเจ้าค่ะ 
ความรู้สึกขณะนั้น ในร่างกายมีทั้งเหงื่อที่ไหลพลั๊ก 
ความร้อนที่แผ่ทั่วร่างกาย ลมที่ดันขึ้นปากให้เรอ ดันลงก้นให้ตด ดันออกหู 
สิ่งที่พาให้อยู่ได้คือ หายใจแล้วก็ปล่อยให้มันเป็นไปเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

</div>