เป็นเทคนิคให้ นศ. ได้ “เรียนรู้โดยลงมือทำ” และได้มีโอกาสทำอย่างสร้างสรรค์ ได้ฝึกทักษะการคิดในมิติที่ซับซ้อน

 

ครูเพื่อศิษย์ส่งเสริมให้ศิษย์สนุกกับการเรียน  : 38. เรียนสังเคราะห์และคิดสร้างสรรค์  (3) จดหมาย

บันทึกชุดนี้ ได้จากการถอดความ ตีความ และสะท้อนความคิด    จากการอ่านหนังสือ Student Engagement Techniques : A Handbook for College Faculty เขียนโดย ศาสตราจารย์ Elizabeth F. Barkley    ในตอนที่ ๓๘ นี้ ได้จาก Chapter 14  ชื่อ Synthesis and Creative Thinking    และเป็นเรื่องของ SET 18 : Letters   

บทที่ ๑๔ ว่าด้วยเรื่องการสังเคราะห์และคิดสร้างสรรค์   ประกอบด้วย ๗ เทคนิค  คือ SET 16 – 22   จะนำมาบันทึก ลปรร. ตอนละ ๑ เทคนิค    เทคนิคเหล่านี้ ช่วยให้ นศ. ฝึกความสร้างสรรค์ ซึ่งหมายถึงทักษะในการเชื่อมโยงสิ่งที่ตนรู้อยู่แล้ว กับสิ่งที่เรียนรู้ใหม่หรือที่พบโดยไม่คาดฝัน   เกิดสิ่งใหม่ที่กระตุ้นความสนใจ หรือเกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน     และ นศ. ได้ฝึกทักษะสังเคราะห์ ซึ่งหมายถึงการนำเอาสิ่งที่รู้อยู่แล้ว กับสิ่งที่เรียนรู้ใหม่ มาผสมกันเป็นสิ่งใหม่ที่เป็นภาพรวมใหม่

 

SET 18  : จดหมาย  

จุดเน้น  :  ตัวบุคคล

กิจกรรมหลัก :  อ่าน, เขียน

ระยะเวลา  :  หนึ่งคาบ

โอกาสเรียน online  :  สูง

 

เป็นเครื่องมือฝึกความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการจินตนาการ และเขียนจดหมายโต้ตอบระหว่างบุคคลสมมติ ๒ คน   ด้วยเรื่องที่ครูสมมติขึ้น    หรือยกเอาจากเรื่องราวในประวัติศาสตร์   หรืออาจให้เขียนโต้ตอบระหว่างคนในต่างยุคของประวัติศาสตร์

นศ. จะต้องฝึกเรียนรู้เรื่องราวในประวัติศาสตร์   เรียนรู้ลึกเข้าไปถึงบุคลิกและวิธีคิดของบุคคลที่จะเป็นเจ้าของจดหมาย   รวมทั้งของบุคคลที่จะเขียนถึง   แล้วนำมาสังเคราะห์เป็นถ้อยคำในจดหมาย     

 

 ขั้นตอนดำเนินการ

  1. ครูเลือกประเด็น, ทฤษฎี, การตัดสินใจ, หรือชุดความเชื่อ ในสาขาวิชา ที่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และมีความสำคัญ ในรายวิชา
  2. ครูเลือกบุคคลสำคัญ ๒ คน ที่มีบุคลิกหรือความเชื่อต่างกัน   และทำรายการลักษณะพิเศษ ที่สะท้อนมุมมองที่ต่าง ของแต่ละคน
  3. ครูเลือก ๑ บุคลิกหรือความเชื่อ   นำมาเขียนจดหมายเพื่อสะท้อนมุมมองหรือความเชื่อนั้น   โดยในตอนต้นของจดหมาย ให้ระบุข้อสรุปของแนวความคิดของผู้รับจดหมาย    การที่ครูทำ “การบ้าน” ของตนก่อนเช่นนี้ จะช่วยให้ครูเข้าใจว่า งานที่มอบหมายให้ นศ. ทำนี้ อาจมีข้อขัดข้องหรือส่วนที่ทำยากสำหรับ นศ. อย่างไรบ้าง   รวมทั้งช่วยให้ครูมีเกณฑ์ในการประเมินผลงานของ นศ.
  4. จัดทำใบงานให้แก่ นศ. ที่ระบุงานที่มอบหมาย   และเกณฑ์ในการประเมินผล
  5. แจกใบงาน   ให้ นศ. ตั้งคำถาม   และทำความเข้าใจกับ นศ.

 

ตัวอย่าง

วิชาสัมมนาวิทยาศาสตร์สำหรับ นศ. เกียรตินิยม

วิชานี้จัดสำหรับ นศ. ที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์   ครูต้องการจัดการเรียนรู้ที่สนุก น่าสนใจ และท้าทายให้ นศ. เรียนรู้ทักษะการคิดอย่างซับซ้อน   ครูจึงให้ นศ. เสนอชื่อนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ๒ คน ที่มีความคิดหรือทฤษฎีขัดแย้งกัน   แล้วให้เขียนจดกมายสะท้อนความคิดของหนึ่งคน   ยกตัวอย่างเช่น ให้คนหนึ่งทำตัวเป็น Lamarck เขียนจดหมายถึง Charles Darwin ยืนยันทฤษฎี transmutation ของตน   เพื่อโต้แย้งทฤษฎี gradualism ของ Darwin

เมื่อ นศ. เขียนเสร็จ ให้แบ่งกลุ่มย่อย   ให้ นศ. แต่ละคนถ่ายสำเนาจดหมายของตนแจกเพื่อนทุกคน   และแต่ละคนอ่านจดหมายของตน และอ​ธิบายวิธีคิด และผลงานค้นคว้าของตนที่สะท้อนออกมาในจดหมาย   และตอบคำถามของเพื่อน เกี่ยวกับมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ท่านนั้น  

 

วิชาประวัติศาสตร์ของกฎหมายรัฐ​​ธรรมนูญ

ศาสตราจารย์ผู้สอนวิชานี้ ต้องการให้ นศ. เข้าใจความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องพัฒนาการของกฎหมายรัฐธรรมนูญ    จึงให้ นศ. จับคู่ ร่วมกันค้นคว้าหาคำตัดสินของศาล เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่ยังไม่ได้เรียนในชั้น   ให้ นศ. กลุ่ม ก เขียนจดหมายถึงบรรณาธิการนิตยสารข่าว เช่น Time หรือ Newsweek ในฐานะผู้กล่าวหา    ให้ นศ. กลุ่ม ข เขียนจดหมายในฐานะฝ่ายป้องกัน  

เมื่อ นศ. เขียนจดหมายเสร็จ   ให้รวมกลุ่ม ๘ - ๑๐ คน   ให้แต่ละคู่ผลัดกันอ่านจดหมายให้เพื่อนฟังและตอบข้อซักถามของเพื่อน   และให้กลุ่มเลือกจดหมายที่น่าสนใจและจูงใจได้ดีมาคู่หนึ่ง   ให้แต่ละคู่อ่านให้เพื่อนทั้งชั้นฟัง  

ครูพบว่าวิธีนี้ช่วยสร้างความสนใจแก่ นศ.  และช่วยให้จดจำสาระสำคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ดีมาก     

 

การปรับใช้กับการเรียน online

เทคนิคนี้ปรับใช้ online ได้ง่าย   โดยจับคู่ นศ. ให้คนหนึ่งเขียนจดหมายถึง    อีกคนเขียนจดหมายตอบ   แล้วให้ นศ. คู่ ก เขียนจดหมายถึง นศ. คู่ ข   เป็น e-mail attachment ตามกำหนดเวลา    แล้วให้ นศ. คู่ ข เขียนจดหมายตอบ ตามกำหนดเวลา    แล้วส่งจดหมายทั้งหมดให้ครูเพื่อประเมิน

 

การขยายวิธีการ หรือประโยชน์

·      แบ่ง นศ. ออกเป็น ๒ ฟาก   และให้จับคู่ โดยคนหนึ่งสมบทบาทความเชื่อสมมติหนึ่ง และเขียนจดหมายถึง   นศ. อีกคนหนึ่งสวมอีกบาทบาทความเชื่อหนึ่ง และเขียนจดหมายตอบ

·      แทนที่จะเขียนจดหมาย อาจให้ นศ. เขียนคำสนทนาระหว่าง ๒ คน   โดยใช้คำพูด (quotes) จากแหล่งต้นตอ   เอามาปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราว    หรือ นศ. จะคิดถ้อยคำขึ้นเองก็ได้   เช่นเขียนคำสนทนาระหว่างคนที่เชื่อในการเลิกทาส กับคนมีทาส ใน สรอ. ในปี ค.ศ. ๑๘๕๕   หรืออาจเขียนคำสนทนาระหว่าง พระเจ้าอเล็กซานเดอร์, จูเลียส ซีซาร์, และ จักรพรรดินโปเลียน เรื่องทักษะภาวะผู้นำเพื่อพิชิตอาณาจักร และดำรงรักษาไว้   

 

คำแนะนำ

เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ครูประเมินว่า นศ. เข้าใจหลักการพื้นฐานของทฤษฎีที่แตกต่างกัน, ยุคสมัยแห่งประวัติศาสตร์, แบบแผนของศิลปะ, ฯลฯ หรือไม่เพียงใด

เป็นเทคนิคให้ นศ. ได้ “เรียนรู้โดยลงมือทำ”    และได้มีโอกาสทำอย่างสร้างสรรค์   ได้ฝึกทักษะการคิดในมิติที่ซับซ้อน

แต่ นศ. บางคน ที่ขาดความสร้างสรรค์อาจไม่ชอบ   

 

เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม

Angelo TA, Cross KP. (1993). Classroom assessment techniques : A handbook for college teachers (2nd Ed.). San Francisco : Jossey-Bass, pp. 203-207.

วิจารณ์ พานิช

๒๕ ต.ค. ๕๕