ร้านสะดวกซื้อสาขาแรกในโรงเรียน..ห้องเรียนในฝันของแม่

เป็นร้านสะดวกซื้อสาขาแรก..ในโรงเรียน มีพนักงานขายสองคนนะลูก

 

ภู ลูกรัก
 
แม่เป็นลูกคนที่หกของอาม่า อาม่าป็นแม่เล็ก แม่มีอาม่าสองคน คืออากงมีภรรยาสองคน
 
ใช่แล้วลูก ครอบครัวของอากงและ สองอาม่า คืออาม่าใหญ่และอาม่าเล็ก เป็นครอบครัวใหญ่จริง ๆ 
 
ถ้ารวมสองอาม่า แม่มีพี่ ๆ น้อง ๆ ทั้งหมด สิบห้าคนจ้ะ
 
สมัยนั้น อากงและอาม่าทั้งสองจึงเลี้ยงลูก หมายถึงเหล่า อากู๋ อาแปะ และอาอี๊จนกระทั่งถึงแม่ ด้วยความยากลำบากอยู่พอสมควร
 
 
 
เราพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน ต้องทำงานช่วยอากง ที่โรงงานทำน้ำปลาตั้งแต่เด็ก ๆ เริ่มจำความได้ จนโตเข้าเรียนถึงมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังต้องทำ
 
ไปช่วยงาน ไปเป็นทั้งแรงงาน พนักงาน บัญชี ทำงานความสะอาด ขนของ ทิ้งขยะ แบบคนงาน
 
เรียกว่า ต้องทำเป็นทุกหน้าที่ ทุกงานนั่นแหละ
 
เป็นบทเรียนที่อากง อาม่า สอนพวกเรา พี่ ๆ น้อง ๆ หรือคือ อากู๋ อาแปะ และอาอี๊ ของลูกได้เป็นอย่างดี
มีรายละเอียดอีกมาก เรื่องราวของอากง ไว้แม่จะเล่าให้ฟัง
 
 
 
ส่วนร้านสะดวกซื้อสาขาแรก..ในโรงเรียน
 
เป็นห้องเรียนในฝันอีกห้องหนึ่ง
ยามใดที่แม่คิดถึง ภาพและเรื่องราวต่าง ๆ ยังแจ่มชัด แม่มองเห็นมัน เหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้เอง..
 
 
 
แม่เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดอุทยานนที จังหวัดชลบุรี
โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประชาบาล ค่าเล่าเรียนสมัยนั้น สี่สิบบาทต่อหนึ่งปี
 
 
ช่วงหนึ่งของชีวิตที่แม่ชอบ รัก คือในช่วงเรียนหนังสือ ได้ทำอะไร ๆ หลายอย่าง เตือนแม่ด้วยแล้วกันถ้าแม่เล่าซ้ำ 
วันนี้แม่ขอเล่าแค่เรื่องเดียวก่อน เรื่องห้องเรียนของแม่ หรือคือร้านค้าฝึกงานของแม่นั่นเอง
 
 
อาม่า แม่ของแม่ มีร้านค้าของชำ แม่คงรับอิทธิพลเรื่องการค้าขายนี้มาบ้าง
 
แม่เริ่มรักการค้า เริ่มค้าขายหาเงินค่าขนม ค่าสมุดหนังสือเองตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นประถมห้า
จำได้ว่าแม่ขายขนมตอนช่วงพักกลางวัน ขายสมุด หนังสือ ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้โปรฯ ไม้บรรทัด สมุดโน้ต กล่องดินสอฯ มีทุกอย่างที่เพื่อน ๆ เด็ก ๆ นักเรียนต้องใช้ในการเรียน หรือเมื่อมีงานฝีมือต้องทำ
 
โดยขยันไปหาซื้อมาจากตลาดและร้านขายส่งหนังสือใหญ่ข้างบ้าน แล้วมาขายปลีก ได้กำไรสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์
 
เป็นร้านสะดวกซื้อสาขาแรกในประเทศไทยนะ ฮิ ฮิ
เพราะสมัยนั้นไม่มี ร้านเซเว่นน่ะลูก 
 
รายได้จากการขายจัดว่าดีมาก เพราะเป็นการค้าผูกขาด เจ้าเดียวขายตลอดสามปีที่เรียนที่นั่น แม่ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมไม่มีคู่แข่ง
 
เมื่ออยู่ชั้นมัธยมต้น แม่ยังทำกิจการนี้อยู่ แต่เป็นการขายเฉพาะกิจ เป็นช่วง season เฉพาะมี event ให้เราขายได้ ...ไว้เล่าจ้ะ
 
ร้านขายของของแม่มีพนักงานช่วยขายด้วยนะ
 
เป็นเพื่อนสนิทของแม่ที่อยากได้รายได้เพิ่ม อีกคนสองคน สองคนใช่แล้ว เรียนห้องเดียวกันหนึ่งคน และคนละห้องอีกหนึ่งคน
 
แม่จึงได้ที่ทางสำหรับ display ของ คือลิ้นชักโต๊ะเรียนของเพื่อนไง ไว้วางของเพื่อขายได้เพิ่มขึ้น
 
ไม่รู้เหมือนกันว่า แม่คิดขึ้นมาได้ยังไง
 
 
 
คุณครูประจำชั้นของแม่ เคยเรียกแม่ไปพบ
แม่คิดในใจว่า โดนแน่
 
แต่ปรากฎว่า คุณครูเพียงแต่เตือนเรื่อง ให้รักษาผลการเรียนด้วย
 
แน่นอน แม่เรียนได้ที่หนึ่งตลอด และเป็นที่หนึ่งแบบ..ขอโม้หน่อยนะลูก ที่หนึ่งแบบสอบอะไรก็คะแนนเต็มนะลูก ขอยิ้มนิดนะ มีความสุขเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ และได้เล่าให้ลูกฟังอีก มีความสุขจัง
 
ครูดุนิดหน่อยว่า ห้ามเพื่อน ๆ ลูกค้า ห้ามเรื่องหยิบขนมขึ้นมากินระหว่างเรียน และต้องทำห้องให้สะอาดเสมอ กฏเป็นกฏ ก็แล้วกัน
 
 
 
ร้านขายส่งหนังสือใหญ่ข้างบ้าน ชื่อร้าน ว.พานิช ลูกคงจำได้ ร้านที่แม่พาลูกไปสวัสดีอาโกวและสามีเจ้าของร้านบ่อย ๆ และไปซื้อหนังสืออ่านเล่น สมุด ดินสอ เครื่องเขียนเมื่อเราไปเยี่ยมอาม่า จำได้ใช่มั้ยลูก
 
 
 
อาโกว เจ้าของร้านหนังสือเขารักแม่มาก ๆ แม่จะเล่าในตอนต่อนะลูกนะ
 
รักลูกมาก รักเยอะ
 
แม่เอง
 
 
 
 
 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คุยกับลูกเรื่องธรรม สังคม ความรู้-ไม่รู้และอื่น ๆ



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

อ่านบทความพี่แล้วอมยิ้มดีครับ

หลายบรรทัด เช่น อากงมีสองแม่ น่าจะบอกว่ามีเมียสองคนมากกว่านะครับ..อิอิ

 

อ่านแล้วรู้สึกใส่ ๆ ดีนะครับ

เขียนเมื่อ 

Blank ขอบคุณค่ะ แก้ไขแล้ว...

เขียนเมื่อ 

คนจีนเรียกชื่อคล้ายคนญวนนะครับ แต่ความหมายต่างกันบ้างนะครับ

แถวบ้านผม สกลนคร คนจีนน้อยนะครับ คนญวนเยอะ

คนจีนขายของเก่ง แต่ดูแลไม่เท่าคนญวนนะครับ

เลยพากันไปอยู่ จังหวัดอื่นเกือบหมดละ

เขียนเมื่อ 

Blank อยู่อำเภออะไรคะ

คนที่บ้าน พี่เลี้ยงของลูก เป็นคนอากาศอำนวย อยู่กันมาจนพี่ทำกับข้าวแบบคนสกลนครได้

หมกปลา ต้มปลา แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง และ...น้ำพริกปลาย่าง ปลาต้ม

 

อร่อย แซ่บหลายเด้อ