ในขณะที่กำลังบริจาคเงินสร้างวัดและพระพุทธรูปเพื่อเป็นพุทธบูชา ก็มาช่วยกันสร้างพุทธะที่ใหญ่ที่สุดและวัดที่งดงามที่สุดในตัวและหัวใจของเรากันด้วยนะคะ

...

วันก่อนฉันโทรกลับบ้านไปคุยกับยายเหมือนที่เคยทำมาตลอดเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา เสียงยายเจื้อยแจ้วมาตามสายเล่าให้ฟังถึงความเป็นไปของผู้คนในบ้านและแถบบ้านตามปกติ 

"ปีนี้กฐินที่วัดบ้านเหนือบ้านใต้ใหญ่โตมากเพราะจะมีการสร้างกุฏิพระหลังใหม่อีกแล้ว" ยายบอก

"แล้วบ้านเราจะไปร่วมทำบุญยังไงจ๊ะ" ฉันถาม

"ก็ชวนกันกับพี่ชายเราว่าจะไปร่วมทำบุญเหมือนที่เคยทำ ทำตามกำลังที่มีจากเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งของคนอายุ 80 นั่นแหละ" ยายตอบ...(ยายเรียกเงินที่ลูกหลานให้ไว้ใช้ว่าเงินเดือน เรียกเงินเลี้ยงดูผู้สูงอายุจากรัฐว่าเงินประจำตำแหน่ง)

"แต่ว่าปีนี้ได้ยินว่ามีการเรี่ยไรคนในหมู่บ้านเยอะมาก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งขายที่นาให้หมู่บ้านจัดสรรใหม่ที่กำลังจะสร้างในหมู่บ้าน เห็นว่าต้องควักกระเป๋ากันหนักหน่อย....." 

หลายๆ คำพูดของยายชวนให้ฉันคิดถึงการทำบุญของชาวพุทธบ้านเราที่เน้นการสร้างวัดวาอาราม ถวายวัตถุทานกันมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะวัดที่อยู่ตามรอบนอกเมืองที่ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชาวบ้านยังคงแนบแน่นอยู่ ถึงแม้จะกลับบ้านไม่บ่อย แต่ทุกครั้งที่กลับบ้านก็จะเห็นแทบทุกวัดแถบบ้านร่วมใจกันสร้างอาคาร บูรณะสิ่งต่างๆ ในวัดอยู่เสมอ บ่อยครั้งที่ฉันเองก็ร่วมทำบุญไปด้วยเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย

ฉันไม่ได้ต่อต้านการพัฒนาวัดให้ดูดีงามตา การสร้างวัดเพื่อเป็นพุทธบูชาและสถานที่ปฏิบัติธรรมของเหล่าพระสงฆ์และสาธุชนที่ตั้งใจปฏิบัติเป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนายิ่ง การสร้างวัดเพื่อถวายพระพุทธเจ้าของอนาถปิณฐิกเศรษฐีและนางวิสาขายังเป็นความประทับใจที่ตราตรึงในห้วงคิดเสมอ เพียงแต่เมื่อแทบทุกวัดที่อยู่รอบๆ หมู่บ้านที่ฉันรู้จักต่างพร้อมกันสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา เสียงตามสายที่ได้ยินในหมู่บ้านก็เชิญชวนให้มีการบริจาคเงินสร้างอาคารต่างๆ ในวัดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รายการธรรมะทางสถานีวิทยุและอินเตอร์เน็ตก็ชักชวนผู้คนทำบุญสร้างสิ่งต่างๆ เสมอ กระแสการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ มีมาให้ได้เห็นอย่างต่อเนื่อง ฉันก็เริ่มมีคำถามเล็กๆ ในใจ จากความเคยชินเหมือนการตัดสินใจในการทำงานว่า สิ่งที่เห็นเป็นประเภท "must have" หรือ "nice to have"

ฉันไม่เคยไปวัดป่าที่ใดมาก่อนเลย แต่ก็นึกถึงภาพวัดป่าหลายๆ วัดที่กัลยาณมิตรหลายๆ ท่านแบ่งปันให้ดู ฉันรู้สึกชื่นชมสถานที่เพื่อการปฏิบัติธรรมเหล่านี้เหลือเกิน แม้จะไม่มีกุฏิของผู้ปฏิบัติธรรมที่สะดวกสบายสวยงามตา แต่ความเรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติก็ชวนให้รู้สึกสงบเยือกเย็นตาม จะว่าไปแม้อยู่ในห้องพระเล็กๆ ในบ้านก็สามารถปฏิบัติธรรมได้ หากจิตใจสงบ มีพระพุทธเจ้าและคำสอนของพระองค์ท่านอยู่ในความคำนึง...ฉันคิดเช่นนั้น

แต่ในขณะเดียวกันฉันก็เข้าใจถึงความคิดที่ต่างของคนเรา บางคนมีความสุขที่ได้ทำบุญสร้างสิ่งที่มองเห็นเป็นรูปธรรมและมีจุดมุ่งหมายในการทำบุญทำทานที่ชัดเจน บางคนก็ถือเอาการทำบุญด้วยวัตถุเป็นความหวังเป็นที่พึ่งที่สูงสุดในชีวิต บางคนก็มุ่งมั่นสร้างวัดวาอารามด้วยแรงศรัทธาอันแรงกล้าจริงๆ ด้วยเหตุนี้วัดวาอารามในบ้านเราจึงเฟื่องฟูอย่างที่เป็น

 



...

วันนี้ฉันได้เห็นคำพูดของท่านพุทธทาสและองค์ดาไล ลามะที่มีคนส่งผ่านมาทางอีเมลล์ที่อ่านแล้วรู้สึกสะดุดใจว่า

"เราไม่สามารถตอบแทนพระคุณของพระพุทธเจ้าได้ด้วยการกราบไหว้บูชา ด้วยวัตถุธูปเทียน" - พุทธทาสภิกขุ

"The purpose of all major religious traditions is not to construct big temples on the outside, but to create temples of goodness and compassion inside, in our hearts. - ตามธรรมเนียมของศาสนาหลักใหญ่ๆ วัตถุประสงค์ของศาสนามิใช่การสร้างวัดวาอารามภายนอก แต่เป็นการสร้างวัดแห่งความดีและความเมตตากรุณาภายในดวงใจของเรา" Lama XIV

"This is my simple religion.
There is no need for temples, 
No need for complicated philosophy.
Our own brain, our own heart is our temple.
The philosophy is kindness.
ศาสนาของฉันนั้นเรียบง่าย
ไม่จำเป็นต้องมีวัด
ไม่ต้องมีหลักปรัชญาที่ซับซ้อน
สมองของเรา หัวใจของเราก็คือวัด
ปรัชญาคือความเมตตากรุณา" Dalai Lama

ฉันนึกถึงโครงการ "ฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา"* ของเครือข่ายพุทธิกาที่รณรงค์ให้คนทำบุญด้วยการทำงานจิตอาสาในรูปแบบต่างๆ และนึกถึงทานจักร 10** ที่แสดงให้เห็นว่าการทำบุญด้วยทรัพย์สินเงินทองเป็นเพียงหนึ่งในสิบอย่างของการทำทาน รวมไปถึง บุญกิริยาวัตถุ 10*** ที่พระพุทธองค์สอนไว้ว่าการทำทานเป็นเพียงหนึ่งในสิบอย่างของการทำบุญ ทำให้เห็นว่าทางเลือกมีมากมายจริงๆ สำหรับการทำบุญด้วยใจที่เบิกบาน

การทำบุญด้วยวัตถุทรัพย์สินเงินทองเป็นสิ่งที่ดีที่เราสามารถใช้เป็นการฝึกการสละความตระหนี่ สิ่งที่มีออกไป ลดละสิ่งที่มีเพื่อให้เกิดประโยชน์อื่น เพื่อให้ใจเราเบาสบายขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบุญที่เกิดจากการทำทานไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณทรัพย์สินที่บริจาค พุทธศาสนาถือเจตนาที่มีเป็นสำคัญ คนที่สละทรัพย์สินที่มีจำนวนน้อยในการทำบุญด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุขก็อาจเกิดอานิสงส์ผลบุญมากมาย อาจจะมากกว่าคนที่ทำบุญด้วยทรัพย์สินจำนวนมากแต่จิตใจไม่ผ่องใสขณะทำบุญด้วยซ้ำ และที่สำคัญการทำบุญจะต้องไม่เบียดเบียนตัวเองและคนรอบข้างอีกด้วย เพราะการทำบุญที่ว่าคือการทำให้จิตสะอาดขึ้น  ดีขึ้น  ประณีตขึ้น

ในขณะที่กำลังบริจาคเงินสร้างวัดและพระพุทธรูปเพื่อเป็นพุทธบูชา ก็มาช่วยกันสร้างพุทธะที่ใหญ่ที่สุดและวัดที่งดงามที่สุดในตัวและหัวใจของเรากันด้วยนะคะ

ด้วยความนอบน้อม
ปริม ทัดบุปผา
๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕




*โครงการฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา: http://www.budnet.org/boon/boonpage.php 

**ทานจักร 10 ประการ ประกอบไปด้วย
1. ให้ทานด้วย ทรัพย์สินเงินทอง 
2. ให้ทานด้วย สายตาที่เมตตาปรานี 
3. ให้ทานด้วย ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส 
4. ให้ทานด้วย วาจาที่ไพเราะน่าฟัง 
5. ให้ทานด้วย แรงกายโดยการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น 
6. ให้ทานด้วย ใจ โดยยินดีอนุโมทนาเมื่อผู้อื่นทำความดี และเมื่อเขาได้ดี 
7. ให้ทานด้วย การให้อาสนะและที่นั่ง 
8. ให้ทานด้วย การให้ที่พักอันสะดวกสบาย 
9. ให้ทานด้วย การให้อภัย หรืออภัยทาน 
10. ให้ทานด้วย ธรรมะ

***บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ คือ
1. ทานมัย  คือ บุญที่เกิดจากการบริจาคทาน
2. สีลมัย  คือ บุญที่เกิดจากการรักษาศีล
3. ภาวนามัย  คือ บุญที่เกิดจากการเจริญภาวนา
4. อปจายนมัย คือ บุญที่เกิดจากการประพฤติถ่อมตน
5. เวยยาวัจจมัย คือ บุญที่เกิดจากการช่วยผู้อื่นทำงาน (ในทางที่ดี)
6. ปัตติทานมัย คือ บุญที่เกิดจากการให้ส่วนบุญ
7. ปัตตานุโมทนามัย คือ บุญที่เกิดจากการอนุโมทนาส่วนบุญ
8. ธัมมัสสวนมัย คือ บุญที่เกิดจากการฟังธรรม
9. ธัมมเทสนามัย คือ บุญที่เกิดจากการแสดงธรรม
10. ทิฎฐุชุกัมม์  คือ บุญที่เกิดจากการทำความเห็นให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

 

เพลงแผ่เมตตา