วันที่ 30 กันยายน 2555
ตื่นเช้าออกไปที่ชายหาดกันอีกเช่นเคย วันนี้มีคนมาพักที่รีสอร์ตเยอะขึ้น ที่ชายหาดจึงมีคนมากกว่าเมื่อวาน มีพระออกบิณฑบาตรด้วย หลานชายสนุกกับการวิ่งขึ้น-ลงไปริมน้ำทะเลเพื่อปล่อยหอยเสียบที่แม่และยายขุดขึ้นมาจากทรายลงทะเล มีเด็กชาย 3 คนตกเบ็ดได้ปลาหน้าตาแบบที่เห็นในรูป เขาบอกว่าเอาไปทอดกินได้
|
|
|
|
หลานชายตัวน้อยอยู่กับทะเลและทราย
|
|
เปลือกหอยทับทิมที่ชายหาด
|
|
|
ซ้าย หอยเสียบ ขวา ปลาที่เด็กตกเบ็ดได้
วันนี้เรากินอาหารเช้าที่โรงแรม คนเยอะขึ้นเขาเลยจัดแบบบุปเฟ่แต่ก็มีอาหารไม่หลายอย่าง หลังอาหารเราเก็บภาพรอบๆ รีสอร์ต และเก็บข้าวของ check out ตกลงกันว่าจะไปกินอาหารกลางวันที่ร้านมธุรสเรือนแพ ที่แปดริ้ว ตามรอยลูกสาวของเพื่อนอีกคนที่ไปกินแล้วถ่ายภาพกุ้งเผาขึ้น facebook ไว้
รถคันของลูกสาว มีสามีของดิฉันนั่งไปด้วย ออกเดินทางไปก่อน ส่วนคันของดิฉันแวะไปรับลูกสาวคนเล็กของเพื่อนที่บ้านสวนกลับกรุงเทพฯ ด้วย ระหว่างรอลูกสาวเพื่อนเอาของใช้ในงานแต่งงานไปคืนที่วัดใกล้บ้าน เราก็ขนผลไม้ทั้งสละ สับปะรด กล้าวยน้ำว้า จากสวน ลำใยจากเขาสอยดาว ใส่ไว้หลังรถ
เราออกเดินทางตามรถคันหน้า ห่างกันในเวลานานเกิน 30 นาที ลูกชายคนเล็กแวะซื้อทุเรียนทอดฝากเพื่อนที่ Office ไปถึงที่ร้านมธุรสฯ เมื่อทีมแรกกินอาหารกันไปหนึ่งยกแล้ว รอสั่งกุ้งเผาเมื่อทุกคนมาถึงกันพร้อมหน้า ร้านนี้เป็นเรือนแพริมน้ำ ใหญ่ และคนเยอะ แต่อาหารไม่ช้า เรากินห่อหมกปลาช่อน ผัดผักหวาน แกงป่าปลาเห็ดโคน ปลาเนื้ออ่อนทอด (อย่างอื่นจำไม่ได้แล้ว) อากาศไม่ร้อน มีลมเย็นๆ จากแม่น้ำ
|
|
กุ้งแม่น้ำเผา
กุ้งแม่น้ำเผาเป็นเมนูที่เราตั้งใจมากิน กก.ละ 1,500 บาท เราสั่งแบบ 3 ตัว/1 กก. อร่อยตามราคา อีกเมนูเสริมคือข้าวเหนียวมะม่วง แล้วซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้กลับกรุงเทพฯ กันอีก มะม่วง 1 กก.ราคา 150 บาท ลูกหนึ่งประมาณครึ่ง กก. (ราคาดีจริง)
หลังอาหารกลางวัน (ที่กินยามบ่าย) ทีมของลูกสาวแยกทางกลับบ้านแถวบางแค ส่วนทีมของดิฉันมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ ทางเส้นทางมีนบุรี ยิ่งใกล้กรุงเทพฯ ยิ่งน่าหงุดหงิดกับรถราที่มากมาย มาเจอฝนตกหนักที่บ้านพี่สาวย่านถนนงามวงศ์วาน มาถึงบ้านก็เตรียมจัดสละใส่ถุงแจกเพื่อนบ้านใกล้เคียง สับปะรดดูจะเป็นพันธุ์ภูเก็ตหวานหอมดี กล้วยน้ำว้าก็อร่อย
จบการพักผ่อนช่วงสั้นๆ
วัลลา ตันตโยทัย