หลายวันก่อนได้รับโทรศัพท์จาก “น้องสุ’วิสัญญีพยาบาล”

พี่อ๋อย.. คุณหมอช้าจะ Set Ruptured Ovarian Cyst (ซีสที่รังไข่แตก) แต่คนไข้ Hct.(ความเข้มข้นของเลือด) =20%, Vital sign (สัญญาณชีพ) ปกติ เพิ่งมาตรวจวันนี้ ยังไม่ได้ Admit ตอนนี้อยู่ที่ ER (ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน)

kunrapee เข้าไปดูคนไข้ กำลังรอผลตรวจเลือด จองเลือด อาการทั่วไปปกติดี สัญญาณชีพปกติ

จึงโทรศัพท์ประสานสูติ-นรีแพทย์ แล้วแจ้งว่าขอไม่รับ Set case ผ่าตัด เนื่องจากผลเลือดไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะรับได้ ถ้าส่งต่อไปผ่าตัดที่รพ.มหาราช นม. น่าจะทันและปลอดภัยสำหรับคนไข้มากกว่า แพทย์จึงพิจารณาส่งต่อ (แต่แพทย์ก็มีอาการหงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ก็เข้าใจเหตุของเรา)

3 วันต่อมาคนไข้ ได้รับการส่งต่อกลับมารักษาต่อที่รพ.สูงเนิน แพทย์ผ่าตัดเอาปีกมดลูกข้างขวาออก ในห้องผ่าตัดได้ให้เลือด 3 ถุง Hct.แรกรับที่สูงเนิน =26%

รพ.สูงเนินห่างจาก รพ.มหาราช นม.เพียง ๓๐ กิโลเมตร เราเลือกที่จะผ่องถ่ายความเสี่ยง เนื่องจากเลือดที่จองไว้ ยังตรวจไม่เสร็จไม่แน่ใจว่าจะมีเลือดพร้อมใช้หรือไม่ วันนั้นเรามีเลือก PRC gr.B เพียง 2 u เท่านั้น, ไม่มี Colloid สำหรับ Hold Volume ซึ่งดีกว่าสารน้ำทั่วๆไป ซึ่งเป็น Crystalloid

เกณฑ์การรับ Set ผ่าตัด คือ

- คนไข้ ASA Class 1-2 คือคนไข้ปกติทั่วไป ไม่มีโรคประจำตัว หรือมีโรคประจำตัวที่อยู่ในระยะที่ควบคุมได้

- ผลการตรวจชันสูตรต่างๆ (ผลเลือด, X-ray, EKG) อยู่ในเกณฑ์ปกติ (เรามีเกณฑ์การส่งตรวจแยกตามระดับอายุ ว่าต้องตรวจอะไรบ้าง)

- Hct ≥30% ถ้าเป็นโรคซีด เช่น Thalassemia รับได้ที่ Hct ≥25%

- NPO time (งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด) ≥ 4-6 ชม.

อย่างไรก็ต้องทำตามเกณฑ์.. เพื่อป้องกันและลดอุบัติการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้.. เราเลือกช่วยคนไข้ แต่ต้องดูความสามารถของตนเองด้วย.. บางกรณี ที่จำเป็นจริงๆ เราจะอนุโลมเป็นรายๆไป เลือกช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยของคนไข้

สมัยก่อนตั้งแต่ kunrapee ยังไม่ได้ไปเรียนเป็นวิสัญญีพยาบาล.. มีเรื่องเล่าว่าเราเคยผ่าตัดคลอดให้คนไข้ โดยที่ไม่มีเลือดอยู่ในรพ. ขณะผ่าตัดเสียเลือดมาก ต้องวิ่งหาเลือดกันทั้งกับจนท.รพ.และรพ.ข้างเคียง เครียดไปตามๆกัน เราจึงต้องกำหนดเกณฑ์การรับ Set ผ่าตัดขึ้น

 

อาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปบ้าง แต่สุดท้ายก็เพื่อความปลอดภับของคนไข้ค่ะ