สภาวะเคี่ยวเข็ญ วันนี้เหมือนครูตี แล้วครูก็เป็นคนนั่งทายาให้

ครูไม่ได้ตีเพราะอยากตี แต่ก็ต้องกลั้นใจตี เพราะต้องทำโทษในความผิด ที่ศิษย์ทำแล้วไม่สำนึก

การทำผิดแล้วไม่สำนึก คำนี้น่ากลัวจังเลยนะเจ้าค่ะ

หิริโอตัปปะที่ไม่ปรากฏที่ใจ ทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้า

หลังจากเข้ามาข้างใน หนูเอาผ้าวางไว้ที่เต้น จับไม่กวาดมากวาด ๆ ทั้งน้ำตานองหน้า

แล้วครูก็ส่งเด็ก ๆมาให้กำลังใจ

เพราะครูทราบดีว่า “หนูไม่เข้มแข็งนัก”

แต่ครูก็ต้องทำโทษ เพราะจิตใจมันโง่และด้านชา กิเลสหนา ๆ สมควรโดนถากออก

สมองนั้นยอมรับว่า “ครูกำลังช่วย คอยมีเสียงเชียร์ตนเองสู้ ๆ แต่เสียงยังแผ่วเบา”

แต่สภาวะที่แสดงออกมาก็ยังเป็นความคุ้นเคยเดิม ๆ

ความผิดมันติดเข้าไปในใจ

เหมือนคำที่ครูมันจะใช้เสมอ “ใส่รหัส”

พอมีเด็ก ๆ สภาวะคร่ำครวญของหนูก็สั้นลง

เพราะครูเมตตาส่งมาให้เด็ก ๆ รักษาใจหนู ด้วยเสียงใส ๆ สอง สามคน ที่ยืนชูสองนิ้วว่า

“น้าติ๋วสู้ นะคะ หนูเป็นกำลังใจให้”

แล้วก็หายไปสักสองสามนาที

กลับมารวมตัวกันด้วยน้ำในแก้วแล้วกว่า

“นี่นำกำลังใจค่ะ น้าติ๋วสู้ๆ”

ยาขนานนี้ที่ครูส่งมารักษา ความเกลี้ยวกราดได้ชะงักเจ้าค่ะ

แล้วครูก็เมตตา ส่งน้ำมาให้

ใจขณะแรก เกิดอาการแข็งขืนขึ้นมาแล้วเข้าไปเห็น จากที่เพียงจิบ แล้วก็วางลงไปกวาดตาด

พอเห็นใจที่แข็งขืนชั่วร้าย แล้วก็ย้ำกับตนเองว่า “ไหนจะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ นี่ไงครูให้โอกาสแก้ไขซิ”

กลับมาที่ศาลาที่วางแก้วไว้

ยกมือขึ้นพนมขอขมาครู แล้วก็ดื่มจนหมด

แล้วก็บอกตนเองว่า “ถ้ามันจะตายเพราะเชื่อฟังครู ก็ลองให้มันตายดูสักที จะเป็นอะไรไปเจ้าจิตชั่ว”