เรื่องของลูกสาว :

 

นิทานของลูกสาว 3

 

 

 

        

          “  กลับ กลับ กลับ.... ก๊าบ ก๊าบ ก๊าบ”  

          “ทำไมหนูถึงทำเสียงเป็ดร้องแปลกๆ อย่างนั้นละลูก?”  ผมถามน้องเพียงพอลูกสาวคนโต ด้วยความสงสัย

          “คุณพ่ออยากรู้ที่มาหรือเปล่าค่ะ?  ถ้าอยากรู้หนูจะเล่าให้ฟังค่ะ”  เธอถามผมขึ้น

          “อยากรู้จ๊ะ  ไหนลองเล่าให้พ่อฟังหน่อยซิว่ามันมีที่มายังไงบ้าง?”

          “พระอาจารย์เล่าให้พวกหนูฟังที่โรงเรียนตอนสอนวิชาจริยธรรมค่ะ”  เธอบอก

          “อ้าว! เหรอ   แล้วพระอาจารย์ท่านเล่าอย่างไรบ้าง? เล่าให้ฟังหน่อยซิ  พ่ออยากฟังจ๊ะ ”  ผมถามขึ้นด้วยความอยากรู้

          “พระอาจารย์ท่านเล่าว่า....กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” เธอเริ่มต้นขึ้น

          “อีกแล้ว  มาอีกแล้ว ไอ้กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วเนี่ย  แบบเดิมทุกเรื่องเลย  เปลี่ยนเป็น “กาลหลายครั้งยังไม่นานเท่าไหร่” บ้าง ได้หรือเปล่า?  คิคิคิ”  ผมขัดจังหวะเธอขึ้น

          “แหม! คุณพ่อนี่น๊า ชอบขัดจังหวะอยู่เรื่อยเชียว ตกลงจะฟังนิทานที่หนูเล่าไหมค่ะ?” เธอเริ่มอารมณ์ไม่ค่อยดี

          “ฟังจ๊ะ ฟัง  เล่ามาเลยจ๊ะ จะไม่ขัดจังหวะอีกแล้ว”  ผมเลิกขัดคอเธอ ก่อนที่เธอจะเล่าให้ฟังต่อ

         

          “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....สัตว์ 3 ตัว คือ เจ้าเป็ด เจ้าไก่ และเจ้าห่าน เป็นเพื่อนที่รักกันมาก ไปไหนก็ไปด้วยกัน ทำอะไรก็ช่วยกันทำตลอด

          คราวหนึ่ง สัตว์ทั้ง 3 ตัว รู้สึกทนไม่ได้ที่เห็นเพื่อนสัตว์ด้วยกันถูกมนุษย์ฆ่าตายวันละหลายๆ ตัว ก็เลยปรึกษากันว่าจะพากันบินขึ้นไปเข้าเฝ้าและร้องเรียนต่อพระอินทร์ที่อยู่บนสวรรค์ เพื่อร้องขอความยุติธรรมจากพระอินทร์ เพื่อให้พระอินทร์ลงโทษมนุษย์ผู้ใจร้ายทั้งหลาย  เมื่อเพื่อนรักทั้ง 3 ตัว มีความเห็นตรงกัน ก็เลยพากันบินขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์บนสวรรค์ทันที

          เมื่อบินไปถึงสวรรค์แล้ว ทั้ง 3 ตัว ก็พากันรีบเข้าไปเข้าเฝ้าและร้องทุกข์กับพระอินทร์ว่า  ข้าแต่ท่านพระอินทร์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าทั้งหลายพากันเดินทางมาร้องขอความยุติธรรมพระเจ้าค่ะ

          พระอินทร์เลยถามว่า  จะร้องเรียนเรื่องอะไร? ไหนลองเล่าให้ฟังซิ

         เจ้าเป็ดก็เลยเป็นตัวแทนเล่าให้ฟังว่า  ข้าแต่ท่านผู้ยิ่งใหญ่  ก็พวกมนุษย์ทั้งหลายสิพะยะค่ะ พวกมนุษย์เหล่านั้นล้วนแต่ใจร้ายใจดำและโหดเหี้ยมอย่างมากๆ เลย  พวกเขาเลี้ยงบรรดาพี่น้องของข้าพเจ้าแบบอดๆ อยากๆ แล้วยังไม่พอ  เมื่อบรรดาพี่ๆ น้องๆ ของข้าพเจ้าทั้งหลายเติบใหญ่ขึ้น พวกเขาก็ยังจับพวกเราเอาไปฆ่า เพื่อนำไปปิ้ง ย่าง  ต้ม แกง ผัด ทอด และทำพะโล้อีก

          เมื่อเจ้าเป็ดพูดบรรยายร้องทุกข์มาถึงตรงนี้  พระอินทร์ก็เผลอหลุดปากออกมาว่า  “อืม! น่ากินจังเลยเนาะ”

          พอเจ้าไก่ได้ยินดังนั้น ก็รีบร้องเสียงดังบอกเพื่อนๆ ว่า  “เขาจะกินเราอีก เขาจะกินเราอีก”

          เจ้าเป็ดก็รีบพูดขึ้นอย่างรีบร้อนว่า   “กลับ กลับ...กลับ กลับ”

          จากนั้นเพื่อนรักทั้ง 3 ตัว ก็พากันรีบบินกลับโลกทันทีอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางความมึนงงของพระอินทร์ โดยมีเจ้าห่านคอยส่งเสียงเร่งเพื่อนๆ อยู่ตลอดเวลาว่า  “เร็วๆ ...เร็วๆ” 

          ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา  ไก่ก็เลยขันว่า  “เอกอี๊เอกเอ๊ก ๆ” ซึ่งมาจากคำว่า  “เขาจะกินเราอีก เขาจะกินเราอีก”

          ฝ่ายเป็ด ก็จะร้องว่า  “ก๊าบก๊าบ...ก๊าบก๊าบ” ซึ่งมาจากคำว่า  “กลับกลับ...กลับกลับ”

          ส่วนเจ้าห่าน ก็จะเป็นสัตว์ขี้ตกใจและร้องเสียงดังอยุ่ตลอดเวลาว่า  “เก๊วเก๊ว...เก๊วเก๊ว” ซึ่งมาจากคำว่า “เร็วเร็ว...เร็วเร็ว” นั่นเอง

          นิทานของหนูก็จบเพียงแค่นี้แหละค่ะ คุณพ่อขา!” 

 

          “โอ! ยอดเยี่ยมเลย  หนูเล่าเก่งมากๆ เลยจ๊ะ เป็นนิทานที่สนุกและตลกมากๆ เลยจ๊ะ  555”  ผมชมเธอด้วยใจจริง

          “เอ่อ! แล้วนิทานเรื่องนี้สอนอะไรเราบ้างละลูก?”

          “ไม่ได้สอนอะไรค่ะ  แค่เพียงบอกให้ทราบถึงที่มาของเสียงร้องของไก่ เป็ด และห่านว่ามีที่มายังไงเท่านั้นเองค่ะ” เธอบอก

          “เออ! เนาะ   มิน่า! เวลาไก่ขัน เป็ดร้องหรือห่านร้องทีไร ถึงเหมือนกับนิทานที่หนูเล่ามาทุกอย่างเลย  ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง  คิคิคิ”

        

         “กลับกลับ...ก๊าบก๊าบ...เก๊วเก๊ว...เร็วเร็ว”   พูดเสร็จ  น้องเพียงพอก็เดินออกไปนอกบ้านอย่างอารมณ์ดี เพื่อจะได้เล่นสนุกสนานกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันต่อไป

 

         ครอบครัวของผมก็อารมณ์ดี มีความสุข และสนุกสนานแบบนี้เสมอแหละนะครับ   คิคิคิ