มีปัญหาเรื่องสีของดอกเห็ดพันธุ์ภูฏานดำ แต่ให้ผลผลิตออกมาสีไม่ยอมดำเข้ม อย่างที่ควรจะเป็น เนื่องด้วยเกษตรกรแจ้งว่า มีการฉีดพ่นบำรุงอาหารหลายอย่าง ทั้งฮอร์โมนไข่ สูตรหมักขยายจุลินทรีย์ที่ใช้ไข่ อาหารเสริม และแร่ธาตุกระตุ้น ส่วนส่วนใหญ่จะอ้างอิงพิงหลักฐานในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ของชมรมเกษตรปลอดสารพิษเป็นหลัก ว่าเป็นต้นเหตุของการที่ทำให้ดอกภูฏานดำไม่ยอมดำ (ความนิยมชมชอบของตลาดชอบสีดำ) ลักษณะทางกายภาพในเรื่องของคุณภาพความอวบอ้วนสมบูรณ์ ดอกใหญ่ใบหนา (ครีบดอก) ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อวางเปรียบเทียบกับเห็ดที่มาจากแหล่งอื่นๆ โดยเฉพาะจากทางสระบุรีที่เป็นคู่แข่งอยู่นั้นเห็ดของเกษตรกรท่านนี้แจ้งว่าสู้ได้ไม่มีปัญหา
เนื่องด้วยรสนิยมของผู้บริโภคเป็นเรื่องใหญ่ ดังที่มีตำราทางการตลาดหลายสำนักได้บอกกล่าวเล่าไว้ว่า “ลูกค้าคือพระราชา” ฉะนั้นจึงเป็นปัญหาที่เกษตรกรจะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขให้ผลผลิตออกมาตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้บริโภคหรือลูกค้าให้ได้ สอบถามสืบค้นถึงภูมิหลังการผลิตของเกษตรกรท่านนี้ แจ้งว่าใช้ทั้งบีเอสพลายแก้วปราบเชื้อรา ใช้ทั้งบีทีปราบหนอนแมลงหวี่ ใช้ทั้งไทเกอร์เฮิร์บ ใช้ทั้งไมโตฟากัสปราบไร ใช้ทั้งแร่ธาตุกระตุ้นดอกเห็ด และอาหารเสริมเห็ดดีพร้อม และยังมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเห็ดอื่นๆ อีกหลายสำนัก ซึ่งส่วนใหญ่จะหมักด้วยสูตรนมเพื่อลดต้นทุนแทนที่จะใช้ครั้ง 100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (ทั้งบีทีชีวภาพ, บีเอสพลายแก้วและไมโตฟากัส) ต้นทุน 60 – 80 บาทต่อลิตร เมื่อนำมาหมักด้วยสูตรไข่ไก่ก็จะลดต้นทุนไปได้มากหลายร้อยเปอร์เซ็นต์
เพราะใช้เพียงน้ำเปล่า 20 ลิตร ใส่เชื้อจุลินทรีย์ป้องกันกำจัดโรคตามต้องการในอัตรา 5 -10 กรัม ใส่ไข่ไก่ 5 ฟอง, น้ำมันพืช 5 ช้องแกง และสเม็คไทต์ (หินแร่ภูเขาไฟจับกลิ่น) 5 ช้อนแกง อัดอ๊อกซิเย่นตู้ปลาทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง เมื่อได้ตามระยะเวลาที่กำหนดให้นำหัวเชื้อสตาร์ทเตอร์นี้ไปเติมในน้ำเปล่าอีก 80 ลิตร รวมเป็น 100 ลิตร ในราคาของหัวเชื้อเพียง 10 บาท (ค่ามะพร้าวถ้ามีตามหัวไร่ปลายนาก็ไม่ต้องซื้อ + ค่าน้ำมันพืช 5 ช้อนแกง 1-2 บาท+ สเม็คไทต์ไม่1 -2 บาท) เท่านี้ก็สามารถที่จะมีจุลินทรีย์ปราบทั้งหนอน รา และไรในราคาประหยัดใช้อย่างมากมายมหาศาล
เนื่องด้วยต้นเหตุแห่งสูตรนี้นี่เองจึงเป็นเหตุให้โดนต่อว่าทำให้ผลผลิตเห็ดของเกษตรกรท่านนี้มีราคาทีตกต่ำ เนื่องด้วยสีไม่ดำอย่างที่ควรจะเป็นหรือถูกต้องตรงตามลักษณะของสายพันธุ์จากการสอบถามพูดคุยก็พยายามให้แก้ไขเรื่องแสงที่เปิดหลอดไฟฟ้า (ฟลูออเรสเซ่นต์) ไว้ทั้งคืนก็ให้ลดการปิดเปิด ท่านก็แจ้งว่าไม่น่าจะเกี่ยวเพราะเคยปิดแล้วก็ไม่ดีขึ้น ให้ลดการใช้สูตรที่หมักขยายด้วยไข่ หรือฮอร์โมนไข่ (ไข่ไก่ 5 กก. กากน้ำตาล 5 กก. ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ลูก, ยาคูลท์ 1 ขวด) หลังจากดูก็ไม่ดีขึ้น ก็สุดกำลังความสามารถของทีมงานชมรมเกษตรปลอดสารพิษอยู่เหมือนกัน จึงได้ให้กลับไปตรวจเช็คหัวเชื้อใหม่ทั้งหมดว่าเป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการตัดต่อเชื้อมาหลายรุ่นหรือไม่ และเป็นสายพันธุ์ที่เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเกษตรกรท่านนี้ค่อนข้างจะเป็นหัวก้าวหน้า มั่นใจว่าสร้างสภาพโรงเรือน อุณหภูมิ ความชื้น แสงและการป้องกันโรคได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว ฉะนั้นจึงเหลือหนทางออกหรือแนวทางแก้ไขนี้ทางเดียวครับ คือการคัดเลือกสายพันธุ์ที่จำเป็นต้องประณีต พิถีพิถันมากพอดู สำรวจสายพันธุ์ที่ตลาดต้องการและนำมาปรับเปลี่ยนพัฒนาให้ได้ผลผลิตออกมาตรงกับความต้องการของตลาดให้ได้ ถ้ามั่นใจว่าพื้นฐานการดูแลบำรุงรักษาดีเยี่ยมแล้ว เพราะข้อมูลที่แจ้งมานั้นค่อนข้างที่จะแหกแหวกแนวนอกตำราเกินไป “ปลูกมะม่วง ย่อมได้มะม่วง, ปลูกถั่วเขียว ย่อมได้ถั่วงอก... เอ๊ย!.. ถั่วเขียวเป็นธรรมดา” ครับท่านผู้อ่าน
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com