วันนี้ผมเกิดแนวคิดการกินอยู่แบบพอใจ สำหรับบ้านในเขตเมืองแออัดที่มีพื้นที่น้อย คือ เราลงทุนด้วยโอ่งใบเดียว ขนาดย่อมๆ สูงสักเลยหัวเข่ามาหน่อย เอามาใส่ดิน แล้วปลูกต้นแค(ร์) ใส่ลงไป
ด้วยระบบกระถางเช่นนี้ ต้นแคซึุ่่งเป็นไม้ใหญ่พอดู มันจะแกร็น เตี้ย ไม่สูง และจะออกใบ ดอก ฝัก ให้เราเก็บกินได้ทั้งปี โดยไม่ต้องปีนกระไดกิน (ทรมานพืชเกินไปไหม?)
อีกทั้งธรรมชาติทรงพุ่มแคนั้นจะโปร่ง (ไม่ทึบแดด) มีแดดส่องลงล่างได้มาก ดังนั้นเราก็ปลูก ไม้เลื้อยยืนต้นได้ ซึ่งขอแนะนำ ตำลึง ที่เก็บกินได้ตลอดปีอีก ไม่ต้องสร้างร้านให้ตำลึง เพราะมีต้นกิ่ง ก้าน แคให้ปีนพันอยู่แล้ว
ยัง ยังไม่พอ ขอแนะนำ มันอีมู่ ซึ่งมันเป็นมันประหลาดเหลือล้ำที่สุด (พบที่ อ. ปากชม จ.เลย ริมโขง) กล่าวคือ มันชอบขึ้นพันต้นไม้อื่น ที่มีใบทึบๆ ในป่า ซึ่งทรงพุ่มแคผสมตำลึง ก็น่าจะได้แสงแดดที่กำลังพอดีสำหรับมันอีมู่
..... นอกจากนี้มันออกหัวห้อยกลางอากาศ (แทนที่จะออกใต้ดินเหมือนมันอื่น) ...แบบนี้เราก็เด็ดลูกมันกินได้ตลอดปี โดยมันอีมู่ หัวมันใหญ่ปานกลางขนาดลูกปิงปอง ใหญ่มากๆ ก็เพียงขนาดลูกเทนนิส (ถ้าขนาดลูกตะกร้อ คงต้องเก็บเอาไว้ขัดขอหวย) ข้อดีของมันอีมู่คือ รสจืด มีหวานน้อยมาก ซึ่งแสดงว่ามีแป้งมาก น้ำตาลน้อย เหมาะสำหรับเอามาทำเป็นอาหารพื้น แทนการกินข้าวยังได้ แม่ค้าบอกว่าแต่ละปีต้นหนึ่งมันออกลูกประมาณกระสอบปุ๋ย (หวือ ) แต่สำหรับโอ่งมังกรเล็กๆของเรา ขอสักเพียงแค่หนึ่งถุงก๊อปแก๊บก็คงเหลือกินแล้ว
เพียงพื้นที่โอ่งใบเดียวเราก็ได้พืชสามอย่างกินตลอดปี แถมไม่มีสารพิษ ยังมี ดอกแค ดอกตำลึงให้ดู มันสวยมาก (เคยเห็นไหม) ส่วนดอกมันอีมู่ไม่เคยเห็น (ไม่รู้มีไหม...ลืมถามแม่ค้า )
พอมีดอกไม้ก็มีผีเสื้อมาตอม แมงปอมาเกาะให้ดูเล่นอีกด้วย ส่วนหนอน หอยทาก ก็เป็นตัวเสริมให้เห็นระบบนิเวศที่เกี่ยวพันกันเป็นระบบเชื่อมโยง
สำหรับพื้นที่รอบทรงพุ่มแค ที่เหลือ แม้ไม่มีแดดตรง (direct light) แต่มีแดดกระจาย (diffused light) แผ่สะท้อนเข้ามาพอดีจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ดังนั้นเราก็ปลูกเห็ดต่างๆได้ ทั้งนี้โดยการเอาถุงเชื้อเห็ดไปห้อยไว้ตามกิ่งก้าน ซึ่งไม่ต้องรดน้ำให้ยุ่งยาก เพราะไอน้ำจากดินในโอ่งระเหยลอยขึ้นมา (ซึ่งเรารดน้ำทุกวันอยู่แล้ว) กลายเป็นมีเห็ดให้กินตลอดปีอีกต่างหาก
สำหรับการรดน้ำทุกวันนั้น ขอแนะว่าพ่อบ้าน ท่านชาย เวลาฉี่ อย่าไปฉี่ลงโถเซรามิก ให้มันเปลืองน้ำชักโครกโดยเปล่าประโยชน์ ...แต่ให้มาฉี่ลงดินในโอ่งนี้ จะเป็นการรดน้ำต้นไม้ และให้ปุ๋ยยูเรียไปในตัุว (ได้สามต่อเลย)
หรือถ้าไม่สะดวกก็ฉี่ใส่ขวด (ฝึกสติไปในตัว) แล้วเอามารดในตอนเช้า ...ส่วนแม่บ้านจะมาร่วมฉี่สามัคคีก็คงไม่ผิดเทศบัญญัติหรอกนะ เสียแต่ว่าอาจลำบากสักหน่อยตามสภาพทางสรีรวิทยาของเพศหญิง
ดีกว่าเอาฉี่ไปกินเพื่อรักษาโรคโดยตรง (ที่กำลังนิยม) .แต่หันมากินฉี่โดยอ้อม ด้วยการให้ผักมันกรองสารพิษจากฉี่ให้เราเสียก่อน
...คนถางทาง
It's a very good idea!
จะปลูกอัญชัน พันต้นแค ด้วยก็ โอเคนะค่ะอาจารย์
เมื่อวานนี้ขำมาก โพสต์ รูปดอกฟักทองที่ปลูกไว้ข้างบ้านลง ใน FB
แฟนคลับใน FB จาก กทม.บอก "ดอกตำลึงสวยจัง" อ้าวเป็นงั้นไป
โพสต์ดอกโมก "บอกดอกมะลิสวยจัง"
อืมมม์ ....น่าคิดท่านไม่รู้จักจริงๆ
ดอกฟักทอง แม่เคยเอามาชุบแป้งทอดให้กินสมัยเด็ก หร่อยมาก แ่ต่ดอกโมกยังไม่เคยกิน ชลัญว่ากินได้ไหมเอ่ย
ปล. คิดถึงหมาดุพิมายตัวนั้นมาก อยากเอามาเลี้ยง แต่ไม่รู้จะเลี้ยงมันยังไง จ้างยามป้อนข้าวมันดีไหม
ผมมีโอ่งที่ใช้หมักปุ๋ยอินทรีย์อยู่ใบหนึ่งครับ แต่ไม่ค่อยได้ตักปุ๋ยมาใช้เพราะมันเหม็น (ฮา)
หมาตัวนั้นน่าสงสาร เจ้าของไม่ค่อยดูแล บางครั้งมันไม่ได้กินข้าว ตอนหลังนี่ชลัญก็ญาติดีกับมันแล้ว แต่ตอนนี้ไม่เห็นไม่รู้เจ้าของเอาไปไหน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปถามสารทุกข์สุขดิบมันให้นะค่ะอาจารย์ ปล.แหม! นึกว่าจะนึกถึงศิษย์มั่งว่าเมื่อไหร่จะได้กิน ขี้ไส้เดือน หรือจะกิน ฉี่ไปก่่อน อิ อิ
ท่าน ดร. ธ. ครับ ปุ๋ยสด น่าดีกว่าปุ๋ยหมักนะครับ อิิอิ ราดรด สดๆ ไปเลย ประหยัดพื้นที่อีกตะหาก ผักมันก็ไม่้ต้องเหม็นมาก อิอิ
คุณ ชลัญฯ...... อ้าว ญาติดีกับไอ้หมาดุตัวนั้นไปแล้วหรือ ดีจริง ขอตบมือให้
ส่วนขี้ไส้เดือน นัดวันมา เี่ดี๋ยวจะเอาไปส่งให้ สำหรับค่าส่ง ขอเป็นอาหารเจ เห็ด ถั่ว สักมือก็คงดี (ที่โคราช มีโรงเจให้กินฟรีด้วยนะ เช่น ที่ฮุก และ ที่ศาลเจ้าในเมือง )
...มี(วิจัย) รึเปล่าเจ้าคะ.แล้ว.ฉี่สีม่วง..สีแดง..(คงใช้ได้แต่..ฉี่สีเหลืองใช่ไหมเจ้าค่ะ)...ยายธี
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีอย่างนี้ มีผักที่ปลอดภัยกินตลอดปี สุขภาพก็ได้ด้วย แถมได้ฝึกสติอีกด้วย
คุณยายธีครับ วันหนึ่งผมนึกสนุก เลยยืนฉี่ ริมป่า (ไม่ให้รดของเขียวตามพระวินัยด้วยนะ) ปลากดว่า หมาตัวหนึ่งมามาเลียกินอย่างอร่อย แสดงว่าแม้แต่่สัตว์ชั้นสูงอย่างหมายังกินได้เลย (มีิวิตามินแน่) แล้วต้นไม้ซึ่งเป็นพืชที่ต่ำกว่า ก็ยิ่งน่าตจะกินได้ ....สมัยเป็นเด็กเห็นคนเขารดผักด้วยฉี มันก็งามมากๆ นัยว่าเป็นปุ๋ย ยูเรีย ที่มี N P K อยู่โดยธรรมชาติ (คนจีน เขารดผักด้วย อึ ด้วยนะ แต่เดี่ยวนี้ทำน้อยลง เพราะโดนโลกวิจารณ์มา)
ว่าไปแล้วปุ๋ยชีวภาพทั้งหลาย อึหมู หมาย ควาย ไก่ มันก็อึทั้งนั้นแหละ จุลินทรีย์ทั้งหลายที่ินิยมกันนัก มันก็อึควาย แล้วอึออกไปหใ้พืชกินอีกต่อ เท่ากับว่ามนุษย์เรานั้น ก็กินอึตัวเอง อึวัว อึควาย โดยอ้อมมาตลอด
ดังนั้นการกินเยี่ยวด้วยวิธีนี้ ไ่ม่เลวเลย หรือ ว่าจะไปเยี่ยวให้หมากิน แล้วหมาไปเยี่ยวรดต้นไม้ต่อ อิอิ (กลายเป็นกินเยี่ยวหมาไปฉิบ)
นอกจากแค ตำลึง มันอีมู่ เห็ด แล้ว ....ยังนึกอะไรออกอีกไหมน้า
ยอ ขี้เหล็ก มะนาว ก็ไม่ได้เพราะพวกนี้ใบหนา
ทับทิมพอไหว แต่มันเป็นผลไม้ นานๆ ได้กินที แต่ดอกก็สวยนะ
กระถินก็พอไหว นะ ใบไม่หนามาก ดอกสวย ฝักใบ ดอก กินได้หมด ตลอดปี (แถมธาตุอาหารสูงพอกับแคเลย)
ปลูกสักห้าโอ่งรอบบ้าน ไม่ต้องไปซื้อผักที่ไหนกิน แถมสนุก ประหยัดน้ำชักโครกอีกต่างหาก (ระวังสาวข้างบ้านแอบส่องกล้องมอง แอบถ่าย หน่อยก็แล้วกัน)