หลังจากที่ผมได้ดำเนินการทำปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศมาเป็นรุ่นที่ 2 ก็ได้ไปเห็นผักตบชวาในแม่น้ำปากพนังที่มีมากมายกำลังเป็นปัญหาที่ทางโครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังตามแนวพระราชดำริหาทางแก้ไขอยู่

     กลับมีปัญหาใหม่ที่น่าหนักใจกว่าคือผักกระเฉด ( เป็นชนิดที่ชาวบ้านไม่กินกัน ) แพร่พันธ์ได้เร็วพอๆกับผักตบชวา แล้วผมก็ได้พบกับคุณปิยะ จากสถาบันทรัพยากรชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  (ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำอยู่ที่นั้น) แล้วท่านก็ได้มาเห็นการทำปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศที่กลุ่มผม ได้มีการปรึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในหลายๆด้าน จนเห็นว่ามีประโยชนน์ต่อสังคมและชุมชนจากศักยภาพของระบบฯที่สามารถกำจัดเศษพืชและวัชพืชได้มากถึง 10.5 ตันต่อเดือน ( 1 แห่ง=ปุ๋ย 10 กอง ) หากนำไปใช้กับการกำจัดวัชพืช ผักตบชวา ผักกระเฉด ในแม่น้ำปากพนัง โดยกำหนดการร่วมกันกับกลุ่มชาวบ้านหลายๆกลุ่มที่อยู่ใกล้แม่น้ำและกับกลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในลำคลองสายเล็กๆที่ต่อเนื่องกับแม่น้ำปากพนัง ในด้านการร่วมกันสำรวจปริมาณ การกำจัดอย่างถูกวิธี การนำประโยชน์กลับคืนอย่างรู้คุณค่า ย่อมสามารถที่จะกำจัดวัชพืชในแม่น้ำให้หมดไปอย่างแน่นอน และยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างรายได้ให้กับชุมชนริมแม่น้ำได้เป็นอย่างดี ดีกว่าการกองทิ้งไว้ให้เน่าเหม็นหรือเผาทำลาย สิ่งนี้ผมคุยไว้ คิดไว้กับคุณปิยะนะครับ ลำพังผมไม่มีปัญญาทำขนาดนั้นหรอกครับ