โครงการสัมมนากลุ่มงานเลขานุการผู้บริหารม.อ. 15 ก.ย. 49

เล่าที่มา และ ที่ไป มาแล้ว ก็ถึงเวลาทำงานกันแล้วค่ะ  

ตอนที่ไปถึงห้อง M104 เป็นเวลาประมาณบ่ายโมง จึงได้คุยกับคุณสัมฤทธิ์เล็กน้อย ว่าตอนแรกไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของงานเท่าไหร่ คุณสัมฤทธิ์เองก็บอกว่าเป็นผู้ประสานงานให้เท่านั้น เราก็บอกว่าจะมาสอนใช้บล็อกก็ยังไม่น่าจะใช่เสียทีเดียว เพราะท่าทางผู้ที่มายังไม่ค่อยรู้จักบล็อกด้วยซ้ำ แต่ลักษณะห้องก็ไม่เอื้อต่อการบรรยายนัก เพราะคนฟังก็จะมองไม่เห็นคนพูดและ slide ชัดเจนนักตลอดเวลา คือต้องใช้วิธีชะเง้อเอา ได้รูปถ่ายในช่วงนี้มานิดหน่อย ก่อนที่กล้องจะเกเร ถ่ายไม่ติด จึงไม่มีรูปในช่วงอื่นๆมาฝากกันค่ะ 

   

 คุณสัมฤทธิ์ ผู้ประสานงานที่แสนใจดี

 น้องคนสวยและน้องตาลค่ะ

   

 คุณจุรีรัตน์ ก่อนจะเริ่มงาน

 ก่อนจะถึงเวลา ก้มหน้าก้มตากรอกแบบสอบถามกันใหญ่เลยค่ะ

ตามกำหนดการ จะเริ่มสัมมนาเวลาบ่ายโมงครึ่ง น่าชื่นชมที่สามารถเริ่มได้ตรงเวลา เพราะทุกท่านทยอยมาหลังจากที่เราเข้าไปไม่นานเลย คุณสัมฤทธิ์กล่าวเปิดการสัมมนา ต่อจากนั้นคุณประทุมมาศก็ออกมาแนะนำวิทยากรเล็กน้อย

หัวข้อของ slide ที่ตัวเองตั้งไว้คือ Knowledge Management & Blog จากประสบการณ์ที่ไปพูดๆมาเกี่ยวกับ KM พบว่าการทำให้คนฟังรู้ว่าเราคือใคร ทำไมจึงได้รับเชิญมาพูดเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าถึงคนฟังได้ จึงเริ่มด้วยการแนะนำตัวเองก่อน เพื่อจะเกริ่นให้ทราบว่า ที่ได้มาพูด ไม่ใช่เพราะเป็นดอกเต้อร์ ไม่ใช่เพราะเรียนมาทางด้านนี้ แต่เป็นเพราะใช้บล็อกเพื่อการจัดการความรู้ของตนเอง เล่าเรื่องคนที่ทำงานด้วยมุมมองของการจัดการความรู้ โดยไม่เคยรู้มาก่อนว่า KM คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร สังเกตเห็นว่ามีหลายๆคนยิ้มกับสิ่งที่เราพูด เริ่มมีทีท่าว่าเราคิดอะไรคล้ายๆกัน ระยะห่างระหว่างกันน้อยลงมาก

จากนั้นจึงทำความรู้จักกับผู้มาสัมมนา ด้วยการถามถึงอายุการทำงาน เป็นที่น่าแปลกใจเล็กน้อยว่า ผู้ที่มาส่วนใหญ่มีอายุงานน้อยกว่า 5 ปี รองลงมาคือ 15-20 ปี มีส่วนน้อยที่อยู่ในช่วง 10-14 ปีกับมากกว่า 20 ปี แต่ไม่มีเลยในช่วง 5-9 ปี ตรงนี้ใช้วิธีให้ยกมือ เริ่มที่กลุ่มน้อยกว่า 5 ปีก่อน เป็นการสร้างบรรยากาศของความคุ้นเคยได้เหมือนกันเพราะคนยกก็มองๆกันว่ามีใครเป็นพวกตัวเองบ้าง  ตรงนี้เพื่อจะบอกคนฟังว่า ถ้าทำงานเดิมนี่มามากกว่า 1 ปีแล้วเนี่ย ขอให้มั่นใจได้เลยว่าทุกคนมีความรู้ในตัวเองที่ไม่เหมือนใคร เป็นความรู้ที่เป็น tacit knowledge ที่มีค่า เป็นความรู้ที่เรากำลังพูดถึง ไม่ใช่ความรู้ทางทฤษฎี เป็นความรู้เฉพาะตัวที่เกิดจากการทำงาน สังเกตดูหน้าตาคนฟังแล้ว เห็นได้ชัดว่าทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เริ่มมีแนวร่วม

จึงเริ่มเข้าเรื่องว่า การจัดการความรู้นั้น เกิดจากการที่เรามองเห็น KR ต่างๆ ดังที่เคยเขียนบันทึกและได้รับการต่อยอดออกมาเป็น 5 KR (Knowledge recognition, realization, release, revision, reuse) จากท่านอ.ปารมีและคุณ Handy

สิ่งที่ประทับใจจะขอเล่าในตอนต่อไป อีกทีนะคะ ตัวเองก็ตื่นเต้นอยากเล่าค่ะ เพราะยังจำความรู้สึกประทับใจนั้นได้อยู่ ขนาดผ่านมาเกือบ 2 วันแล้ว บอกไว้ก่อนนิดนึงว่า เนื่องมาจากบันทึกนี้ของอ.วิจารณ์ค่ะ