ยาว หรือ สั้น ต้องสานกัน

 จำได้ว่าร่ำเรียนมาจาก คำสั่งสอน ที่ให้เห็นประโยชน์คนอื่นก่อนประโยชน์ตนเอง

 หลังจากเรียนจบวิชาชีพ ออกไปทำงานรับราชการมาเกือบสิ้นอายุราชการ ได้สัมผัสและคลุกคลีในสถาบันที่หลากหลาย ได้ทำงาน ได้เรียนรู้ ทั้งในและนอกระบบ

  ไม่น่าเชื่อว่าในโลกการศึกษา ยังมี "หน่วยงานที่ไร้ระบบ ยึดระบบองค์กู มากกว่าระบบขององค์กร"

 การสื่อสาร หากจะให้การทำงาน ประสพความสำเร็จ ต้องสื่อสารด้วย "ภาษา ฅน น่าจะดีกว่าการใช้ เครือข่ายไร้สายไร้ใจ"

 เป้าหมาย ของการจัดการใน สถาบัน มุ่งเน้นที่จะ พัฒนาให้ เกิดปัญญาในหมู่ชนทุกทุกเหล่า มุ่งหวังพัฒนาท้องถิ่น ให้ประชาชน เยาวชน และ ชุมชม สังคมนั้น อยู่รอดได้ด้วยตนเอง

 การทำงานไม่ว่าจะในระบบ หรือ นอกระบบ ต้องอยู่ภายในกฏ เกณฑ์ ที่ได้มาตรฐานและคุณภาพที่พึงมี

 การคัดสรรผู้นำและ/หรือผู้บริหาร ต้องมีการกำกับ ติดตาม สนับสนุน ด้วยระบบที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ ต้องวิเคราะห์ เจาะให้เห็นพัฒนาการ อย่างต่อเนื่อง

 การที่มีวิสัยทัศน์ ที่กว้างไกลยาวไกล ดูว่าจะเป็น จุดเด่น ของภาพลวงตา ของผู้บริหารระดับสูง ที่มองแค่ "ความฝันของคนที่เคยประสบความสำเร็จ" แต่บัดนี้ กาลเวลาเปลี่ยนไป สถานการณ์ ผู้คน และ สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป

 จุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ การนำ วิสัยทัศน์ หรือ Vision มาปรับเป็น วิสั้น หรือ แผนปฏิบัติการ ประจำปี ประจำเดือน ประจำสัปดาห์ หรือ ประจำวัน

 ผู้บริหารที่ดีมีคุณธรรม ต้อง ปรับเปลี่ยนพัฒนาตนเองเป็นผู้นำ และ ยึดคำปราชญ์ชาวบ้านที่ว่า คือ

 "เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง"

 มีวิสัยทัศน์ แต่ปราศจาก "วิสั้น หรือ แผนปฏิบัติการ นั่น คือ ความฝันลมลมแล้งแล้ง เพราะ กว่า ถั่วจะสุก งาก็ใหม้"

 อ้างอิง จาก ราชบัณฑิต อาวุโสท่านหนึ่ง เล่าให้ฟัง ขณะที่โดนสัมภาษณ์เดี่ยว ท่านเล่าด้วยความห่วงใยว่า

 "สถาบันแห่งหนึ่งมีปัญหาเรื่องการบริหารงานอย่างมากมายสับสน มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารระดับรอง หมายถึง เบอร์๒ เบอร์๓ หลายชุดหลายครั้ง การบริหารก็ยังไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำให้เปลืองตัวผู้มาช่วยทำงานอย่างมากมาย"

 ท้ายที่สุด คือ "การเปลี่ยนผู้บริหาร เบอร์ ๑ ออก ผู้เดียว ปรากฎว่า องค์กรนั้นรอดได้"

 กว่าที่ฮ่องเต้จะทำงานสำเร็จ บรรดา ขุนพล ม้าศึก ทหารใหญ่น้อย ก็ลี้ภัย "ไปที่ชอบที่ชอบ" กันจนหมด

JJ2012