การออกแบบอาคาร

ห้องเรียนในฝัน นี่คงเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นนะครับ ผมเริ่มจากด้านการออกแบบอาคาร ควรออกแบบให้สื่อว่าเป็นอาคารการเรียนรู้กลุ่มวิชาอะไร อย่างไรโดยสื่อออกมาเป็นโครงสร้างเลย อย่างเช่นวิชาหุ่นยนต์ตึกก็รูปหุ่นยนต์อย่างนั้นเลย

ตำแหน่งห้องเรียน

 เมื่อเราได้อย่างนี้แล้วต่อไปเราก็กำหนดตำแหน่งของห้องเรียนให้สอดคล้องกับการรับรู้ เรียนรู้ของสมองมนุษย์นะครับ สิ่งที่อยากได้จากตรงนี้ก็คือเมื่อใครสักคนได้เดินผ่านไปตามเส้นทาง เมื่อตามองเห็นมือสัมผัสการเรียนรู้ก็เกิดขึ้นทันที และต้องเป็นการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องกันไปไม่สะดุดหยุดลง จะให้ดีต้องทำให้เหมือนกับการเรียนรู้จากการโฆษณาในทีวีอะไรประมาณนั้นอ่ะครับ

การออกแบบภายใน

ด้านภายในห้องเรียนตรงนี้ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ควรออกแบบให้สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของห้อง การควบคุมอุณหภูมิ การให้แสง การใช้สี การสร้างมิติต่างๆ ต้องให้ผู้เรียนรู้สึกสบายและที่สำคัญคือส่งเสริมจินตนาการน่ะครับ โดยใช้แสงสีจากธรรมชาติในการทำหน้าที่ครับ เราจะได้การประหยัดและได้สุขภาพที่ดีของผู้เรียนด้วย  (ถ้าทำได้)

 การออกแบบโต๊ะเรียน

ต่อไปคือโต๊ะเรียน ตรงนี้น่าจะใช้อุปกรณ์ต่างๆ คล้ายกับการประชุมทางไกลของคณะรัฐมนตรีนะครับ ที่กล่าวอย่างนี้ส่วนตัวคิดว่าอุปกรณ์แบบนี้สมัยนี้ไม่แพงแล้ว และที่สำคัญคือเมื่อผู้เรียนไปนั่งตรงนั้นแล้วต้องการรู้อะไร ใช้อุปกรณ์อะไร ค้นหาอะไร ก็จะง่ายมากๆ ครับ

ในยามที่กำลังเรียนก็สามารถโน้ตเนื้อหา จดสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ไปตามปกติ หากเมื่อคุณครูต้องการให้เราตอบคำถาม ก็สามารถตอบได้ทันที หรือหากนักเรียนต้องอธิบายหรือโชว์ผลงานก็สามารถสลับสัญญาณฉายขึ้นจอให้คุณครูหรือเพื่อนๆ ได้เห็นผลงานที่เราเตรียมมาแบบได้ในทันที

ทำให้เกิดความต่อเนื่องไม่ขัดจังหวะการเรียนรู้ เมื่ออธิบายเสร็จก็สลับสัญญาณเป็นดังเดิม

คุณครูก็สอน บรรยาย สาธิต ในช่วงต่อไปได้ทันที แบบนี้ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เร็วและมีประสิทธิภาพมากๆ

การเรียนเป็นเครือข่าย

เราอาจจะทำเป็นเทเลคอนเฟอร์เรนซ์แบบที่ ศูนย์แพทย์ใช้สอนนักศึกษาแพทย์ทางไกลกัน อาทิ อาจารย์แพทย์สอนอยู่ที่พิจิตร นักเรียนที่เข้าเรียนนั้นมีทั้งที่ศูนย์พิจิตร ที่ศูนย์ฯจังหวัดแพร่และศูนย์อุตรดิตถ์ก็ได้เรียนได้สอบถามไปพร้อมๆ กัน อย่างนี้เป็นต้น

 

ทุกคนที่เข้ามาใช้ห้องเรียนนี้ต้องผ่านการทดสอบด้านวินัย

ผมคิดว่า สำคัญมากๆ สำหรับการมีวินัยในการใช้ห้องเรียน เราควรมีมาตรฐานกำกับชัดเจนสำหรับผู้ใช้ห้องทุกคน ไม่ว่าเป็นผู้ให้บริการหรือผู้รับบริการ ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด

เพื่ออะไร เพื่อที่จะลดความเสียหายของอุปกรณ์ต่างๆ , เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้เต็มประสิทธิภาพ,เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ,เพื่อเพิ่มคุณลักษณะเปี่ยมวินัยของเด็กไทยในเวทีโลก ฯลฯ

 

ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายในการเรียนการสอนของผู้ปกครอง

ตรงนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเกิดขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ ทั้งหลายทั้งปวงในระบบการศึกษาของเรา ด้วยหลักง่ายๆ ก็คือหากเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรสักอย่างเราจะคำนึงผลลัพธ์ที่ได้ สิ่งที่ได้มาจะต้องคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป หากไม่คุ้มเราก็จะไม่สนับสนุน เราก็จะไม่ซื้อบริการ

ฉะนั้นห้องเรียนในฝันก็จะต้องเป็นห้องเรียนที่มีกติกาพิเศษอยู่ดี ไม่สามารถทำแบบแจกฟรีให้กับคนเจ็ดสิบล้านคนเป็นแน่ หากเราทำในแนวทางอย่างนี้ห้องเรียนนี้ประสพความสำเร็จแน่นอน

 

ตรงด้านคุณครูและบุคลากรผู้สอน

เรื่องนี้เราก็ต้องทำแบบเฉพาะอีกเหมือนกัน สำหรับห้องเรียนนี้เราต้องใช้มาตรฐานในการคัดเลือกแบบเดียวกันกับสิงคโปร์เป็นพื้นฐาน ด้วยว่าวันนี้เราเป็นคู่แข่งกับสิงคโปร์ไปแล้วแบบภาคบังคับ

ในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า เราคงต้องมีทีมสอนมืออาชีพ ที่มีคุณภาพ ตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมรับการปรับเปลี่ยนจากคณะผู้บริหารเสมอเพื่อคงไว้ซึ่งภาวะการแข่งขันของเด็กไทยในเวทีโลก

 

คิดว่ายังขาดอยู่อีกเยอะ ผมคงต้องอ่านของท่าน อื่นๆ อีกมาก หากแต่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอแนะจากประชาชนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่ร่วมเพื่อสร้างสรรค์และนำเสนอเป็นนโยบายของภาครัฐ (e-policy) ต่อไป แต่ก็ดีใจนะครับ ที่มีส่วนในการร่วมคิดร่วมฝันต่อการพัฒนาอนาคตของเด็กชาติไทยด้วย