ปฏิบัติการณ์หัวใจเปื้อนยิ้มที่แสนจะสุขใจ ..ให้กับทีมงานที่ทำงานอยู่บนความเครียดเกือบตลอดเวลา

 

       เมื่อพูดถึงศัลยกรรมตกแต่งหลายๆคนคงต้องนึกถึงเกาหลีแน่่ เพราะเป็นตัวแม่ด้านศัลยกรรมโดยเฉพาะ ก็ดูดาราของเค้าแต่ละคนดิ แหม..จำสภาพ (ศพ) เดิมไม่ได้หล่ะ ประหนึ่งว่าไม่ต้องไปตายแล้วเกิดใหม่หรอก -- ไปเกาหลีกลับมาคงจะได้หน้าตา แบบน้องณเดชณ์เป็นอย่างน้อย 

       กลับมาเรื่องของเราดีกว่า ช่วงนี้ได้ทำงานอยู่ที่ห้องผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งบ่อยมาก.. จนทำให้นึกขึ้นมาว่าเราน่าจะแบ่งปันปฏิบัติการณ์หัวใจเปื้อน(รอย)ยิ้มให้คนอื่นๆ ได้อิ่มอก อิ่มใจเหมือนที่เราทำอยู่ทุกวันมั่งดีกว่า 

          

       เด็กน้อยคนนี้อายุสามเดือนกว่าๆ เป็นไงคะกับรอยยิ้มที่แสนไร้เดียงสาจากเด็กน้อยคนนี้.. มันสดใส น่ารักและบริสุทธิ์จริงๆค่ะ (น้องเค้าอารมณ์ดีมากๆด้วย ไม่งอแงเลย)  แต่สิ่งนี้มันกลับทำให้เราสะท้อนคิด ถึงอนาคตของเค้า  ความรู้สึกของคนรอบข้าง -- มันคงแย่มากแน่ๆ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ - ไม่ได้การละ หากปล่อยไว้ ผลกระทบด้านจิตใจคงเยอะน่าดู ถ้าอย่างนั้น..เรามาเริ่มปฏิบัติการณ์กันดีกว่า 

       หลังจากซักประวัติเด็กจากผู้ปกครองแล้วเราก็อุ้มเด็กเข้าไปที่ห้องผ่าตัด เด็กคนนี้อารมณ์ดีมากๆ หัวเราะเอิ๊กอาก ตลอดเวลา แม้แต่เราเป็นคนแปลกหน้ายังให้อุ้มและยิ่งหยอกก็ยังหัวเราะร่วนเชียว เมื่อเป็นอย่างงี้เราเลยอุ้มพาเด็กคนนี้ไปแจกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ทั่วห้องผ่าตัดเลยดีกว่าเพราะอย่างน้อยคนทำงานเครียดๆอย่างเราๆ เจอรอยยิ้มใสๆและเสียงหัวเราะเอิ๊กอาก อย่างนี้ก็ได้ชุ่มชื่นหัวใจกันถ้วนหน้ากันหล่ะ .. ต้องขอบคุณความน่ารักของเด็กน้อยคนนี้ด้วยนะคะ เพราะว่ามันได้ผลจริงๆ เพราะมีเสียงหัวเราะตามออกมาจากห้องผ่าตัดแต่ละห้องที่น้องเข้าไปเยี่ยมเยียน 

      พอหอมปาก หอมคอละ .. จากนั้นจึงพาเด็กน้อยเข้าห้องผ่าตัดและให้ยาระงับความรู้สึกตามสูตร เราจะมองเห็นความพิการและบิดเบี้ยวของปากและจมูกอย่างชัดเจน .. น่าสงสารจัง

     

       คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ตกแต่งแหล่ะว่าจะแสดงฝีมือได้เป๊ะ ปานใด  ก็ขึ้นอยู่ที่ชั่วโมงบินและการติดตามผลการรักษาของแพทย์แต่ละท่านสำหรับศัลยแพทย์ท่านนี้ให้คำแนะนำว่า ท่านจะเย็บแบบเบี้ยวเล็กน้อยเพราะมันจะเกิดการดึงรั้งของกล้ามเนื้อบริเวณปาก จมูก เรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะมาตรงกันเองในที่สุด (ข้อมูล จากการติดตามหลังผ่าตัดตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีของแพทย์ท่านนี้ ) และอายุที่เหมาะแก่การทำผ่าตัดคือ 3 เดือน จะดีที่สุดแผลสวยและแทบมองไม่เห็นเลย (แต่ใน journal ต่างประเทศบอกว่า ทำผ่าตัดตั้งแต่เด็กอยู่ในท้องดีที่สุด ส่องกล้องทำ แหม.. เราว่าอย่าขนาดนั้นเลย เพราะโอกาสแท้งก็สูงด้วย อ่านแค่เพื่อทำความเข้าใจหน่ะได้ แต่อย่าว่านะ..ที่โน่น เทคโนโลยีทางการแพทย์เค้าอาจจะเจริญก้าวหน้าอย่างมากและสามารถทำได้จริง ก็เป็นได้) 

      เมื่อการผ่าตัดแก้ไขเสร็จเรียบร้อยและผ่านไปด้วยดี เป็นไงคะ เปลี่ยนชีวิตเลยมั๊ย.. สุดยอดหน่ะ

      สุดท้ายหลังจากถอดท่อหายใจแล้ว หายใจดี ส่งน้องไปดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่เลย อาจจะมีคราบเลือดเปื้อนไปบ้างนะ แต่ก็โอหน่ะ.. ก็ไม่ได้จัดฉากนี่นา 

 

**  ฝากประชาสัมพันธ์นะคะ .. นึกเสียว่าช่วยกันทำบุญ ใครที่พบเห็นเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ แนะนำให้มารักษาแก้ไข ได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านนะคะ ส่วนโรงพยาบาลมหาราช นม. เองก็มักจะส่งเด็กไปเตรียมความพร้อมก่อนที่แผนกทันตกรรม เพราะที่นี่จะมีทันตแพทย์ดูแลแก้ไข เบื้องต้นก่อนที่เด็กจะได้รับการผ่าตัด 

ลืมบอกไปค่ะ.. เห็นแก้มเด็กที่แดงๆหน่ะเป็นเพราะน้องได้รับการใส่เพดานปลอมมาก่อนและอาจแพ้พลาสเตอร์ ก็เป็นได้ค่ะ.. 

** อีกสามเดือน เราคงจะได้เห็นรอยยิ้มใสๆ ของเด็กน้อยคนนี้ที่ต่างไปจากวันนี้  โดยหวังว่าจะเป็นรอยยิ้มใหม่ที่มอบความสุขให้คนรอบข้างแบบที่ไม่หลงเหลือความพิการให้เห็นอีก นั่นคือ ความหวังสูงสุดของปฏิบัติการณ์หัวใจเปื้อน(รอย)ยิ้ม นี้..