สิ่งที่น่ากลัวในการเรียนรู้ KM ก็คือการที่บอกว่ารู้แล้ว เพราะนั้นคือการหยุดการเรียนรู้

              วันที่ 15 ก.ย. 49 ช่วงประมาณ 10 โมง เศษ   กำลังจัดการกับเอกสารมากมาย  เนื่องจากเดินทางไปจากที่ทำงานตั้งแต่วันที่ 3  ก.ย.49 ตอนเย็น  นำเกษตรกรดูงานภาคเหนือและภาคกลาง  และร่วมงาน "ตลาดนัดการจัดการความรู้กรมส่งเสริมการเกษตร"ได้รับโทรศัพท์จาก "สิงห์ป่าสัก"(คุณวีรยุทธ กำแพงเพชร)  บอกกล่าวด้วยความดีใจและยินดีว่าผมได้รับรางวัล "สุดคะนึง"จากการพิจารณาของคณะกรรมการ สคส. 

               ตอนแรกนึกว่าฟังผิดเลยถามกลับให้คุณวีรยุทธบอกอีกครั้งก็เป็นอันว่าใช่แน่วางสายจากคุณวีรยุทธ ก็มีเข้ามาอีกสายเป็น "ครูนงเมืองคอน"(อ.จำนง หนูนิล)  แสดงความยินดีเข้ามา  และตามมาติด ๆ จากคุณสำราญ สารบรรณ์  กรมส่งเสริมการเกษตร   ผมรีบไปขอใช้เครื่องเข้า GotoKnow ทันทีและก็เห็นเป็นประจักษ์ว่าจริง 

              ในความรู้สึกตอนนั้นบอกไม่ถูกเลยครับ  อธิบายไม่ถูก  ที่รู้ก็คือดีใจมาก ๆ แต่ความรู้สึกดีใจที่ว่าไม่ได้หมายถึง  ชัยชนะในเกมส์กีฬาที่มีการแข่งขัน  ไม่ได้หมายความว่าเราเก่งกว่าใคร  หรือดีใจที่ได้รางวัลเป็นสิ่งของ  แต่ผมดีใจและภูมิใจที่ผมเป็นสมาชิกในครอบครัว GotoKnow ที่ได้รับการยอมรับ จากพี่น้องชาว GotoKnow 

                ผมเคยเขียนบันทึกครั้งหนึ่งไว้ว่า  ที่ผมมาเขียนบันทึกเพราะอะไร(ลิ้ง)  หลัก ๆ ก็คือเพื่อทราบผลการฝึกฝนการใช้กระบวนการ KM ในการทำงานของผม  ซึ่งพี่น้องชาว GotoKnow ช่วยแลกเปลี่ยนให้ 

                การได้รับรางวัล ทำให้ผมรู้จักตนเองมากขึ้น   ทำให้ผมรู้ว่าผมเดินมาถูกทางและเดินมาได้ไกลพอสมควร  สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทางที่เดินผ่านมาแล้ว  แต่ก็ไม่หยุดที่จะเดินใน "เส้นทางเรียนรู้อันยาวไกล" นี้ต่อไปเรื่อย ๆ จะร่วมกันเรียนรู้ต่อไป 

                ผมจำได้แม่นยำเลยครับ กับคำพูดของ อาจารย์ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ในการปาฐกถาของท่าน ในงาน "ตลาดนัดความรู้กรมส่งเสริมการเกษตร"  เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2549 ณ โรงแรมมารวยการ์เด้นท์  โดยท่านบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวในการเรียนรู้ KM ก็คือการที่บอกว่ารู้แล้ว  เพราะนั้นคือการหยุดการเรียนรู้  เพราะเมื่อรู้แล้วจะเรียนรู้ไปทำไมอีก ฉนั้นอย่าได้กังวลว่าไม่รู้แต่ให้ลงมือทำไปทั้ง ๆ ไม่รู้ดีว่ารู้แล้วและหยุดการเรียนรู้ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง

                รางวัลแห่งคุณค่า สำหรับผมแล้วกลับทำให้ผมอยากเรียนรู้อยากแลกเปลี่ยน  อยากมีกัลยาณมิตรเพิ่มมากขึ้นอีกเพราะยิ่งแลกเปลี่ยนยิ่งมีความสุขมากขึ้นเพราะในสังคมแห่งการเรียนรู้มีแต่การให้และเอื้ออาทรตามเจตนารมย์ของ KM  ถ้าทุกคนลึกซึ้งกับ KM พบคนคอเดียวกันจริง ๆ ท่านจะรู้สึกว่าท่านมีความสุขมาก ๆ  มีหลายคนที่เมื่อเริ่มมีใจกับ KM  จะเปลี่ยนไปในทางบวก (ผมสังเกตเอง) เปลี่ยนนิสัย  เปลี่ยนน้ำคำวาจา  ซึ่งอธิบายยากแต่ผมเจอหลายท่านแล้วครับ


                ขอขอบพระคุณพี่น้องทุก ๆ ท่านที่คอยให้กำลังใจกันตั้งแต่ต้นจนผมมีวันนี้ครับ