จากผลไปหาเหตุ เพื่อการเริ่มต้นในการเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียน
ดิฉัน ได้เริ่มต้นเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง จึงขอพูดรวมๆ ว่า
เมื่อเทคโนโลยี่ได้ถูกนำมากำหนดในหลักสูตรการศึกษา
เบื้องต้น ผู้เรียน ต้องสามารถอ่านตัวหนังสือออก และสามารถเขียนได้
การจัดให้มีชั่วโมงเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี ในทุกระดับชั้น เรียกว่า มีการเพิ่มชั่วโมงเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปในหลักสูตรประจำวัน ก็เหมือนการเรียนหนังสือของเด็ก ตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก จนเป็นเด็กโต ที่จะสามารถนำความรู้พื้นฐานไปประยุกต์ใช้ได้ตัวเอง
คุณครูผู้สอน ก็ต้องมีความรู้พื้นฐาน เพราะการจะสามารถนำไปใช้ได้ ต้องรู้ก่อน สมัยใหม่นี้ ผู้เรียนที่อ่านตัวหนังสือออก และสามารถเขียนได้ ก็สามารถเข้าไปเรียนรู้เพิ่มด้วยตัวเองได้อย่างไม่ยุ่งยาก
ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชั้นเรียน เบื้องต้นที่พบคือ ความเจริญยังเข้าไม่ถึงทุกท้องที่ เช่น มีคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีคู่สายที่จะรับส่งสัญญาณของเทคโนโลยีสารสนเทศ และปัญหาที่ผู้เรียน ไม่สามารถจะเพิ่มการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ดังนั้น เมื่อกำหนดให้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหลักสูตรในชั้นเรียน มองว่า ความรู้พื้นฐานเพื่อสามารถนำไปใช้ในวงกว้าง จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่พร้อมในภาคปฏิบัติ ควรให้ผู้เรียน ได้ศึกษาจากความรู้พื้นฐานจากหนังสือบทเรียนไปพลางๆ ก่อน เหมือนเป็นการเรียนทางทฤษฎี
ระดับชั้น จำนวนนักเรียน เทคโนโลยี่ที่นำมาใช้ จึงขึ้นอยู่กับชั้นเรียน ความพร้อมและความสนใจกระตือรือร้นของผู้เรียน และการกำหนดเรื่องราวที่จะให้ผู้เรียนได้รู้ขึ้นอยู่กับคุณครูผู้สอนแต่ละท่านในการถ่ายทอดความรู้ แม้ว่าจะมีการกำหนดเป็นหลักสูตรแห่งชาติแล้ว แต่ว่าก็อาจมีบางพื้นที่ยังไม่พร้อม
สำหรับการวัดผลผู้เรียน จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของอุปกรณ์เป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นภาคปฏิบัติ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีมากเกินกว่าที่จะสามารถเขียนได้หมด จากประสบการณ์ที่ได้รับประโยชน์มาก คือ การเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวันจากการรับรู้ และเรียนรู้ประสบการณ์ของคนอื่นแบบไม่เสียเวลา ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับวัย และประสบการณ์ของตัวเองด้วยจึงจะสามารถเลือกและนำมาใช้ได้อย่างที่อาจจะลองผิดลองถูกบ้าง แต่ก็ไม่เสียเวลานานในการลองผิดลองถูกและหาข้อเปรียบเทียบในการสรุปผล
ขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์
สมัยก่อนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ เมื่ออยากรู้อะไรก็มักไปหาซื้อหนังสือ การเลือกหนังสือก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเสียเวลาไปอ่านด้วย จากนั้นก็ทดลองทำตามหนังสือ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จ..
หลายปีผ่านมา ได้เข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว จึงได้พบว่า หนังสือ รูปเล่มสวยๆ ดึงดูดใจ ราคาไม่ถูกเลย กลับกลายเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาหลอกลวง ข้อมูลที่ได้พบจากเทคโนโลยีสารสนเทศมีมากมายให้เราได้พิจารณามากกว่าหนังสือเพียง1เล่ม..
ขอขอบคุณ..
1. http://www.gotoknow.org/blogs/posts/502635
ความมุ่งหมายของคำสำคัญนี้
โดยเนื้อหาขอให้มีรายละเอียดประกอบดังนี้นะคะ
1.ระดับชั้นที่สอน
2.จำนวนนักเรียนในชั้น
3.เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้
4.บทบาทความรับผิดชอบของครูผู้สอนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
5.การกระตุ้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
6.การติดตามการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
7.การประเมินผลการเรียนของผู้เรียนทั้งทางออนไลน์และในชั้นเรียน
8.ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชั้นเรียน
9.ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชั้นเรียน
2. http://most.go.th/ictc/index.php/ictc-km/it-library/48-it-articles/89--information-technology.html?start=1
3. http://www.chakkham.ac.th/technology/techno1/c2-3.htm
เทคโนโลยีสารสนเทศ
หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ การเก็บรวบรวมข้อมูล
การประมวลผล การแสดงผลลัพธ์ การทำสำเนา และการสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อให้ได้สารสนเทศที่
เหมาะสมและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
| การเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบ ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การพิมพ์ป้อนทางแป้นพิมพ์ การใช้เครื่องอ่านรหัสแท่ง(bar code) |
![]() |
เข้าสู่กระบวนการประมวลผลตามต้องการเช่น การคำนวน การเรียงลำดับข้อมูล แยกเป็นกลุ่ม ฯลฯ ส่วนใหญ่จะดำเนินการด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ จากส่วน สำคัญที่เรียกว่า ชิพในหน่วยซีพียู |
![]() |
ซึ่งสามารถเป็นตัวหนังสือ รูปภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวแบบวีดีทัศน์ หรือเสียง |
![]() |
ในสื่ออิเลคทรอนิกส์ชนิดต่าง ๆ ให้มีหลายชุด เพื่อสะดวกต่อการ เก็บรักษา และการนำไปใช้ อุปกรณ์ที่ใช้ทำสำเนา เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร แผ่นบันทึก ฮาร์ดดิสต์หรือ CD-RON |
![]() |
อีกที่หนึ่ง ซึ่งอาจส่งกระจายไปยังปลายทางครั้งละมาก ๆ อุปกรณ์ ที่ใช้ได้แก่ โทรศัพท์ โทรสาร วิทยุ โทรทัศน์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ คลื่นวิทยุ ดาวเทียม ฯลฯ |
![]() |





เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียน และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชีวิตประจำวัน ล้วนมีความเกี่ยวข้องกันตามบทบาทภาระหน้าที่ของแต่ละคน
สำหรับเฉพาะเรื่อง การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในชั้นเรียน
เบื้องต้นก็กำหนดบทบาทวิทยาการจัดการ ไว้ที่
1. ผู้เรียน
2. ผู้ถ่ายทอดความรู้ และ
3. อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือรวมทั้งความพร้อมและความก้าวหน้าของระบบการสื่อสารคมนาคม
หลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ดิฉัน ได้เริ่มต้นเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันด้วยตัวเองนั้น ดิฉันได้อ่านหนังสือที่ได้มาจากเด็กรุ่นน้องรุ่นหลานมากมายเป็นตัวช่วย และก็ยังไม่ได้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ใหม่ เพราะกลัวว่าจะไปไม่ทันกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ก้าวหน้าไปไกลมากอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่ง ครั้งหนึ่ง คอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่กลายเป็นอุปกรณ์ที่ล้าสมัย และไม่สามารถรองรับการดาวน์โหลดโปรแกรมใหม่ๆ เมื่อได้ปรึกษาช่างคอมพิวเตอร์ เธอบอกดิฉันว่า รุ่นนี้ ก็เห็นมีดิฉัน(เธอเรียกดิฉันว่า..คุณป้า)นี่แหละ ที่ดูดีที่สุด ทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น หลังจากนั้น ดิฉันจึงได้เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ ซึ่งประจวบเหมาะกับคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ใหม่ มีราคาถูกลงเยอะเลย พร้อมกันนั้นก็ได้ทะยอยบริจาคหนังสือที่เคยใช้ไปด้วย
การมีพัฒนาการที่ดี คือ การที่เราได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่เรามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย สมอง และอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือของเราให้เกิดประโยชน์ช่วยลดการเสียเวลาในชีวิตประจำวัน
องค์ความรู้ ขึ้นอยู่กับความรู้ที่มีและการถ่ายทอดความรู้ที่มี ทั้งผู้เรียนและผู้ถ่ายทอดความรู้ ก็ต้องมีพัฒนาการที่ดีตามๆ ไปพร้อมกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าไปไกลมากอย่างรวดเร็ว
อย่ากลัวว่าผู้เรียนจะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี คนที่กลายเป็นคนไม่ดีเพราะขาดความรู้และประสบการณ์ก็มีมากมาย ถ้าหากว่าเลือกได้ ใครๆ ก็อยากเป็นคนดี เรามาช่วยกันให้มีตัวแปรในการให้ความรู้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา เพื่อรองรับเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ได้เติบโตไปพร้อมๆ กับระบบการศึกษาใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี่สารสนเทศ..
ความพร้อมของ IT Infrastructure + ความอยากเรียนรู้ + การเห็นประโยชน์ของการสื่อสารออนไลน์ เปึนส่วนสำคัญในเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ
การเรียนรู้จากเทคโนโลยี
เสมือนการเรียนรู้จากผู้คนรอบข้างในอีกมิติหนึ่ง..
ชื่นชม ครับ
ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากทุกๆ ท่านค่ะ
ขอบคุณ พี่ใหญ่ นาง นงนาท สนธิสุวรรณ ค่ะ
ความพร้อมของ IT Infrastructure ช่วยทำให้ความอยากเรียนรู้ ไปได้ดี เหมือนความพร้อมสมบูรณ์ของแขน ขา + ร่างกายที่มีสุขภาพแข็งแรงนะคะ
ขอบคุณ คุณแผ่นดิน ค่ะ
การเรียนรู้จากเทคโนโลยี ประกอบด้วยการเรียนรู้ทำความเข้าใจในสิ่งที่คนอื่นเขียน หลายๆ เรื่องที่ไม่เคยมีความรู้และประสบการณ์มาก่อนก็ทำให้ย่อเวลาลงไปเลย ซึ่งถ้าหากว่าเราต้องไปเรียนรู้วงจรชีวิตของทุกๆ สิ่ง คงใช้เวลามากและไม่ได้รายละเอียดที่หลากหลาย..
ถ้าหากว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่ ได้เติบโตไปพร้อมๆ กับระบบการศึกษาใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี่สารสนเทศ แบบมีการถ่ายทอดที่ดีมีคุณภาพ มองว่า เกิดผลดีมากกว่าไม่ดีค่ะ
ขอบคุณดอกไม้กำลังใจจากท่าน
ค่ะ