
๒๔ กันยายน ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๕ รับทราบข่าวเรื่องน้ำท่วมตั้งแต่เช้าตรู่ จากผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางทีวีช่อง ๓ ก็นำไปออกอากาศ หลังทานกาแฟที่ห้องสโมสร จึงออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้เลือกฝั่งตะวันตกก่อน มีท่านรองฯ กฤษณะ เลิศวิชานันท์ ร่วมเดินทางไปด้วย โรงเรียนวัดชินวราราม ของท่าน ผอ.สุพร จึงเกรียงไกร เป็นปฐมฤกษ์ ปกติชุมชนที่นี่มีความเข้มแข็งมาก ทุกปีจะวางกระสอบทรายกั้นน้ำเป็นแนวสูงและอยู่รอดปลอดภัยมาทุกปี เพิ่งมาเพรี่ยงพร้ำเมื่อปีที่แล้ว เพราะเป็นมหาอุทกภัย ปีนี้ทุกอย่างปกติ คือ ไม่มีการเตรียมการให้เห็นเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ระดับน้ำเหลืออีกประมาณครึ่งเมตรก็จะถึงระดับตลิ่งหรือพื้นสนามของโรงเรียน ด้านหลังโรงเรียนเครื่องสูบน้ำกำลังทำงาน แต่เป็นการสอบจากลำคลองลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่าสิ่งของสำคัญเริ่มลำเลียงไปเก็บที่ชั้น ๒ ของอาคารแล้ว ถัดขึ้นมาอีกโรงคือ โรงเรียนวัดบางเดื่อ ไปยืนดูระดับน้ำจุดนี้อยู่ลึกลงไปเป็นเมตร ไม่ได้เตรียมการอะไรเหมือนกัน เมื่อถามชาวบ้านว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ เขาก็คิดว่าน่าจะท่วมแต่คงไม่มากเหมือนปีที่แล้ว ไม่ได้แวะเข้าโรงเรียน ขึ้นเหนือมาอีกหน่อยคือโรงเรียนวัดโคก ของ ผอ.สนธิชัย พงษ์นิกร ระดับน้ำเริ่มล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนย่านนี้บ้างแล้ว ทางโรงเรียนบอกว่าท่วมทุกปี ถือเป็นเรื่องปกติ ก็คงจะจริงเพราะทุกปีประชาชนจะทำสะพานไม้เป็นทางเดินตั้งแต่หน้าวัดเข้ามาจนสุดซอยและผ่านโรงเรียนด้วย วัดนี้มีเจดีย์แบบมอญจึงทราบว่าคนส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากมอญ ได้คุยกับแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามเรื่องเล่าจากเจ้าพระยาต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน มีบ้านพักอาศัยอยู่หลังโรงเรียน ใกล้ตัวเมืองมาอีกหน่อยเป็นโรงเรียนวัดฉาง ไปดูระดับน้ำอยู่ลึกลงไปประมาณ ๒ เมตร เทศบาลกำลังติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เหนือตัวเมืองขึ้นไปเป็นโรงเรียนวัดบางนา มีถนนกั้นระหว่างวัดกับโรงเรียน ทำเป็นคันกั้นน้ำไปในตัว ปีที่แล้วน้ำท่วมเกือบถึงชั้น ๒ ของโรงเรียน โรงเรียนชุมชนวัดไก่เตี้ย น้ำบ่าเข้าใต้อาคารเรียบเรียบร้อยเหมือนทุกปี เช่นเดียวกับโรงเรียนวัดสะแก สนามหญ้าระหว่างอาคารเป็นบ่อปลาธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว ดูเพียง ๗ โรงเรียนก็ประเมินได้ว่ามีท่วมบ้าง แต่ไม่น่าจะเหมือนปีที่แล้ว กลับมาแวะทานข้าวแกงปักษ์ใต้ปากซอยหมู่บ้านกฤษณา บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณที่เร่งรัดกระจุกตัวในสัปดาห์รองสุดท้ายของปีงบประมาณ

วันอังคารที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๕ เช้าเข้าสำนักงานแล้วให้เต้ยไปส่งที่โรงแรมปริ้นพาเลซ มหานาค เพื่อทำงานตามคำสั่ง สพฐ. ที่แต่งตั้งให้เป็นคณะทำงานกำหนดองค์ประกอบการประเมิน ตัวชี้วัด และคะแนนการประเมินประวัติและผลงาน สำหรับคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ คณะทำงานประกอบด้วย ผู้อำนวยการ สพร. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล รวมแล้วไม่เกิน ๒๐ คน ทาง ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ตามหนังสือ ที่ ศธ ๐๒๐๖.๖/ว.๒๑ ลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ไว้ดังนี้ ๑. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือก ๑.๑ ต้องเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดส่วนราชการ (ที่มีฐานะเป็นกรม หรือเทียบเท่ากรม) นั้น ๑.๒ มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ ๑.๓ ดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า ๔ ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี และ ๒ ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาโทขึ้นไป หรือ ๑.๔ ดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่าดังนี้ (๑) เคยดำรงตำแหน่งอาจารย์ ๑ ไม่น้อยกว่า ๖ ปี สำหรับผู้มีวุฒิปริญญาตรี และไม่น้อยกว่า ๔ ปีสำหรับผู้มีวุฒิปริญญาโทขึ้นไป หรือ (๒) เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอาจารย์ ๒ รับเงินเดือนในระดับ ๖ ๑.๕ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น(ศึกษานิเทศก์) ๒. ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ในส่วนราชการเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกตามหลักสูตรแนบท้ายหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ๓. ให้ส่วนราชการกำหนดวันรับสมัครคัดเลือก และวันสอบคัดเลือก เพื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งในส่วนราชการดำเนินการประกาศรับสมัคร ๔. ให้ส่วนราชการดำเนินการเกี่ยวกับการออกข้อสอบ ภาค ก. การสอบข้อเขียน แบบปรนัย การตรวจกระดาษคำตอบ และการประมวลผลการคัดเลือก และภาค ข. กำหนดตัวชี้วัดและคะแนนแต่ละองค์ประกอบการประเมินประวัติและผลงาน ที่เป็นปรนัย ๕. เกณฑ์การตัดสิน ผู้ได้รับคัดเลือกจะต้องได้คะแนนรวม ภาค ก. การสอบข้อเขียน และภาค ข. ประวัติและผลงาน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ โดยเรียงลำดับจากคะแนนรวมสูงสุดจากมากไปหาน้อย ๖. การขึ้นบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก ให้ขึ้นไว้ ๒ ปีนับจากวันที่ประกาศขึ้นบัญชี เว้นแต่มีการประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกครั้งใหม่แล้ว บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก ๗. ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดก่อนการบรรจุและแต่งตั้ง ๘. การบรรจุและแต่งตั้งให้บรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ที่ขึ้นบัญชีและผ่านการพัฒนาแล้ว รายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ มีอีกหลายขั้นตอนจะไม่นำมาเขียนไว้ในที่นี้

ครึ่งวันแรกงานที่ได้รับมอบหมายก็เดินไปเกือบแล้วเสร็จในหลักการใหญ่ ๆ เที่ยงเดินทางกลับสำนักงานเขตเพราะมีภารกิจอยู่ กล่าวคือ เพื่อต้อนรับคณะกรรมการประเมินวิทยฐานะจาก ก.ค.ศ. ที่มาประเมินท่าน ผอ.สิงห์โต แก้วกัลยา โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ตามเกณฑ์ผลงานเชิงประจักษ์ กรรมการประเมิน ๓ ท่าน ประกอบด้วย ท่านมังกร กุลวนิช ท่านเนาวรัตน์ สวัสดี และท่านจำนงค์ แจ่มจันทรวงษ์ ซึ่งก็มีความคุ้นเคยกันมาก่อนทั้งสิ้น ผมได้สรุปผลงานและคุณสมบัติของท่าน ผอ.สิงห์โต แก้วกัลยา ให้กรรมการได้รับทราบเพื่อเป็นข้อมูล

แล้วขอตัวเดินทางไปโรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง เพื่อรับมอบทุนการศึกษาจากนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได่เข้ามาฟิ้นฟูโรงเรียนนี้จากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาหลายเรื่องและหลายเงิน หลังพิธีรับมอบทุนเขาก็จัดกิจกรรมเลี้ยงส่งครูเกษียณก่อนกำหนด แม้มีสายฝนเป็นอุปสรรคอยู่บ้างแต่งานก็ผ่านไปได้ด้วยดี

วันพุธที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๕ เช้านัดประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขต และผู้อำนวยการกลุ่ม เรื่องเงินเหลือจ่ายปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ได้ขอเปลี่ยนแปลงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ๒ รายการ คือ ถมดินที่สร้างสำนักงาน กับขอซื้อรถบรรทุก ๒ ตอน ปรากฎว่ารายการหลังไม่ค่อยราบรื่นเท่าที่ควร จึงตัดสินใจให้กลุ่มนโยบายและแผน กลุ่มการเงินและสินทรัพย์ บริหารงบประมาณเหลือจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภค (ค่าไฟฟ้า) ทั้งของเขตและโรงเรียน สำหรับโรงเรียนเล็กจะช่วยมากเดือนกว่าโรงเรียนใหญ่ แต่ก็มีเงื่อนไขว่า เงินรายได้สถานศึกษาในจำนวนที่ใกล้เคียงกับค่าไฟฟ้าที่เขตจัดสรรให้ต้องนำไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนที่สามารถตรวจสอบได้

บ่ายทำงานเอกสารจนเย็น เดินทางไปเป็นประธานงานเลี้ยงครูเกษียณอายุราชการของอำเภอเมืองปทุมธานี ที่ภัตตาคารกุ้งเต้น ร่วมงานจน ๒ ทุ่มจึงเดินทางกลับที่พัก

วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๕ เช้าเดินทางไปโรงเรียนชุมชนวัดหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว เพื่อร่วมงานวางศิลาฤกษ์อาคารเรียน ที่สร้างด้วยงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี

ในวันนี้เช่นกันกลุ่มตลาดหุ้นซึ่งเป็นภาคเอกชนจะมาร่วมเกี่ยวข้าวที่ร่วมกันปลูกเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว เสียดายไม่ได้อยู่ร่วมกิจกรรมนี้ มอบท่านรองฯ สมบัติ จันทร์มีชัย อยู่ร่วมกิจกรรม กลับมาประชุมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายธีรวุฒิ ศิริวรรณ เรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษในสถานศึกษา ท่านบอกว่าได้ออกสัมผัสกับโรงเรียนมัธยมศึกษาบางโรงปรากฎว่านักเรียนติดยาไอซ์กันมากขึ้น เมื่อมาพิจารณารายงานที่เขตเสนอขึ้นมาพบว่าตัวเลขน้อยกว่าความเป็นจริง จึงขอความร่วมมือให้โรงเรียนเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ก็ได้แต่นั่งฟังเพราะในระดับประถมศึกษาปัญหาคงน้อยกว่าระดับมัธยมศึกษา เว้นแต่โรงเรียนขยายโอกาสจะได้เข้มงวดกวดขันยิ่งขึ้น บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารจนเย็นเดินทางไปมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อร่วมงานเลี้ยงเกษียณอายุผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล เป็นงานเรียบ ๆ ง่าย ในหมู่ส่วนราชการในจังหวัดและอำเภอ ประมาณ ๓ ทุ่มเดินทางกลับ

วันศุกร์ที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๕ ให้รถมารับเพราะต้องเดินทางไปอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และค้างคืน เพื่อร่วมโครงการประชุมสัมมนาองค์คณะบุคคล ๓ คณะ ประกอบด้วย อ.ก.ค.ศ. เขต คณะกรรมการเขต และ กตปน. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นัดรวมพลกันที่สโมสรเขต ประมาณ ๘ นาฬิกา จึงเดินทางผ่านอำเภอลาดหลุมแก้ว เข้าเส้นทางอำเภอบางเลน แวะไปนมัสการหลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร วัดเวฬุวนาราม สังขารท่านยังอยู่ในมณฑป มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งเหมือนจริงให้ลูกศิษย์ได้กราบไหว้บูชา รถพาไปชมรังกล้วยไม้ออคิด ผมเคยมาแต่นานแล้ว บรรยากาศก็เต็มไปด้วยกล้วยไม้หลายพันธุ์ให้ชมและซื้อกลับบ้าน ราคามีทั้งถูกและแพงตามกำลังทรัพย์ ก่อนเที่ยงเดินทางถึงที่สัมมนา คุ้มแม่น้ำท่าจีน หม่อมไฉไล เป็นรีสอร์ทในฝันที่เจ้าของออกแบบด้วยตนเอง เริ่มด้วยการยกเรือเวียตนามที่ได้ซื้อมาครั้งไซง่อนแตก ขึ้นบกและสร้างต่อเติมเป็นห้องอาหาร ในตัวเรือเป็นห้องนั่งดื่มคุยกัน ชั้นสองของเรือห้องฟังเพลง ดูแปลกและโบราณดี ในขณะเดียวกัน บ่อที่ขุดและนำดินขึ้นมาถมที่ให้สูง ขุดกันจนเป็นบึงใหญ่มากจนเหลือที่ไม่มากเพื่อรถแล่น จึงได้ภาพของเรือเอี้ยมจุ๊นต่อเติมเป็นบ้าน ชั้นเดียวบ้างสองชั้นบ้าง แต่เครื่องสุขภัณฑ์ต้องทันสมัยหม่อมออกแบบและคุมการก่อสร้างเอง แต่ละลำไม่เหมือนกัน รวมเป็น 17 ลำ วางตำแหน่งคดเคี้ยวเสมือนเรือกำลังแล่น บ้านเรือนไทยที่ได้ซื้อเก็บไว้หลายสิบปี ได้มีโอกาสได้นำมาปรุงและเพิ่มเติมมีหมู่เรือนใหญ่หนึ่งหมู่ ชั้นบนมีห้าห้องนอน หนึ่งเรือนประธานไว้เป็นห้องนั่งเล่น ปรึกษาพูดคุยกัน พร้อมห้องอาหาร ชั้นล่างสร้างเป็นห้องประชุม สองห้องใหญ่ สองห้องเล็ก พร้อมสร้างเรือนไทยร่วมอีก 7 หลังใกล้ริมแม่น้ำ เช่นเดียวกัน แต่ละหลังของเรือนไทยแตกต่างกันสระว่ายน้ำต้องบอกว่า เป็นสระว่ายน้ำที่สวยมากแห่งหนึ่ง เมื่อยืนที่สระน้ำ หันซ้ายจะเห็นเรือนไทยหมู่ที่สวยและสง่างาม หันขวา ได้เห็น หมู่เรือเอี่ยมจุ๊นที่คลอเคลียกันถึง 17 ลำ ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นไม้ใบไม้ดอกขึ้นเหมือนธรรมชาติ ลืมบรรยากาศภายนอกแบบทุ่งนาคิดว่าอยู่ในป่าดงพงพีเลยทีเดียว ห้องประชุมแบบมาตรฐานทั่วไปใช้เป็นห้องสัมมนาในวันนี้ วิทยากรได้เชิญ ดร.พลสัณห์ โพธิ์ศรีทอง กรรมการใน ก.ค.ศ. มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ท่านเน้นการสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในโรงเรียน กลางคืนมีงานเลี้ยงสังสรรค์กันพอสมควร คืนนี้ได้นอนในเรือห้องที่ ๑๐๙

วันเสาร์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๕ หลังอาหารเช้า นั่งเรือชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำนครชัยศรี แม่น้ำสายนี้มีหลายชื่อ คนชัยนาท เรียกแม่น้ำมะขามเฒ่า คนสุพรรณบุรีเรียกแม่น้ำสุพรรณบุรี คนนครปฐมเรียกแม่น้ำนครชัยศรี คนสมุทรสาครเรียกแม่น้ำท่าจีน น้ำเริ่มมากจนท่วมบ้านเรือสองฝั่งแม่น้ำบ้างแล้ว ผู้สันทัดกรณีเล่าให้ฟังว่าตอนนี้รัฐบาลผันน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเข้าแม่น้ำสายนี้ เรือล่องไปจนถึงวัดบางระกำหรือวัดสุขวัฒนาราม แวะเข้าวัดทำบุญกันตามอัธยาศัย ขากลับต้องนั่งเรือทวนน้ำแต่ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงที่พักทานอาหารเสร็จเดินทางกลับมาแวะตลาดน้ำลำพญา มีของขายสารพัด ของกินราคาถูก โดยเฉพาะผักสวนครัว

มาสัมมนาคราวนี้ทำให้ได้คิดว่า ที่พักที่เที่ยวดี ๆ ใกล้ตัวยังมีอีกมากที่เรามักมองข้ามไป เป็นการเดินทางที่ไม่เหนื่อย สามารถใช้เวลาทำประโยชน์ได้คุ้มค่ากว่าเดินทางไปไกล ๆ ก่อนจากขอนำกลอนของ
กรเพชร เพชรรุ่ง มาฝากสำหรับฤดูเกษียณอายุราชการปีนี้
เมื่อเริ่มต้น เดินทาง วางจุดหมาย ก็หวังถึง เบื้องปลาย จุดประสงค์
ระยะทาง ระหว่างนั้น อาจเวียนวน อาจสับสน ยอกย้อน ก่อนปลายทาง
มีกี่คน ทนกาย ที่ตรำตราก กี่ลำบาก กี่ท้อ กี่หมองหมาง
กี่ภาระ แบกรับ ไม่จับวาง กี่สรรค์สร้าง กี่ครั้ง ยังสู้เดิน
ราชการ งานสร้าง ทางศึกษา คือคุณค่า ผู้คน สรรเสริญ
เกียรติยศ ศักดิ์ศรี มิอาจเมิน ต้องเทิดเทิน รักษาไว้ ให้กับตน
ระยะทาง ย่อมพิสูจน์ ฝีเท้าม้า กาลเวลา ย่อมพิสูจน์ เบื้องปลายผล
ทุ่มทำงาน เกือบครึ่งหนึ่ง ชีวิตตน สำเร็จพ้น ภาระนั้น ในวันนี้
ขอชูเชิด เทิดเกียรติ แห่งคนกล้า สิบเก้าท่าน สู้มา สมศักดิ์ศรี
เปรียบดั่งเรือ ชนะคลื่น ผืนวารี เราทุกคน ขอสดุดี พี่ทุกคน
สิบเก้าท่าน คนดี ศรีราชภัฏ ได้ชี้ชัด อุดมการณ์ ผลิดอกผล
เรือสู้คลื่น ชนะคลื่น แห่งสายชล ณ บัดนี้ ถึงฝั่งดล ดังตั้งใจ
ขออัญเชิญ พระไตรรัตน์ บุญญฤทธิ์ เทพสถิต จอมภพ ที่ยิ่งใหญ่
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดช่วย อำนวยชัย สุขภาพ พลานามัย สมบูรณ์ดี
เจริญทรัพย์ เจริญลาภ เจริญยศ เจริญเกียรติ ปรากฏ เจริญศรี
ฉวีผ่อง พิลาสล้ำ รุ่งมณี เจริญชนม์ นานปี ทุกคนเทอญ
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต ๑
